เมื่อ ‘หนุ่มเมืองจันท์’ เขียนถึง “พี่โต้ง ฐากูร บุนปาน” กับ “สิ่งที่ข่าวไม่ได้ลง”

หนุ่มเมืองจันท์facebook.com/boycitychanFC

ในขณะที่ “มติชน-ข่าวสด-ประชาชาติธุรกิจ” ลงข่าวการเสียชีวิตของ “พี่โต้ง” ฐากูร บุนปาน

เฟซบุ๊กของคุณปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัทมติชน น้องสาวของ “พี่โต้ง” ก็ลงข้อความสั้นๆ

“สิ่งที่ข่าวไม่ได้ลงคือ…

พี่โต้งบอกไว้ว่า ถ้าตายจะไปหาใครบ้าง

คิดว่าพูดจริงนะ ไม่ได้พูดเล่น”

สำหรับผม นี่คือตัวตนจริงๆ ของ “พี่โต้ง” ที่รู้จัก

ในยามวิกฤตที่สุดก็หัวเราะได้

มีอารมณ์ขันแม้ในช่วงที่ยืนสบตากับ “ความตาย”

คิดดูสิครับ ในเวลานั้นใครจะคิดแบบนี้ได้บ้าง

ทำเหมือนจะไปกินข้าวที่ร้านอร่อย แล้วลิสต์รายชื่อเมนูที่อยากกิน

หลายเดือนก่อน เจอ “พี่โต้ง” ที่มติชน หลังจากให้คีโมรักษามะเร็งมาพักหนึ่ง

ถามเรื่องอาการ

“พี่โต้ง” เล่าเรื่องการป่วยของตัวเองอย่างสนุกสนาน

เหมือนเป็นการผจญภัยรูปแบบหนึ่ง

ใจแกสู้จริงๆ

คุยกับ “พี่โต้ง” วันนั้น ผมตั้งปฏิญาณเลยว่าถ้าป่วยเมื่อไร จะต้องเป็นอย่าง “พี่โต้ง” ให้ได้

แต่ขออีก 30 ปีนะ

ตั้งแต่ผมเข้าทำงานที่ “มติชน” ในกองบรรณาธิการประชาชาติธุรกิจ

“พี่โต้ง” ก็ประจำการอยู่แล้ว

เป็นหัวหน้าข่าวการเงิน

“ภาพจำ” ของ “พี่โต้ง” จึงไม่ใช่ตอนที่เขาเป็นบรรณาธิการข่าวสด หรือกรรมการผู้จัดการ “มติชน”

แต่เป็นช่วงทำงานที่ “ประชาชาติธุรกิจ” ด้วยกัน

“น้ายงค์” ประยงค์ คงเมือง เป็นซับเอดิเตอร์ที่คอยตามทวงต้นฉบับ

มีอยู่ 3 คนที่จะส่งต้นฉบับช้า

ไม่ยอมเป็นทาส “เดดไลน์”

“พี่เตี้ยม” บริสุทธิ์ กาสินพิลา “พี่โต้ง” และผม…ตุ้ม

“น้ายงค์” จะเรียกว่า “แก๊ง 3 ต.”

ใน 3 คนนี้ “พี่โต้ง” เป็นคนที่พิมพ์ข่าวหรือบทความเร็วที่สุด

เขาเป็นคนที่มีสมาธิสูงมาก

ตอนพิมพ์งาน ถ้าคิดประเด็นได้แล้ว เขาจะพิมพ์อย่างรวดเร็ว

ใครชวนคุยก็ไม่คุย

เหมือนมีสวิตช์ปิดหู ปิดรับเสียง

คล้ายกับตอนอ่านหนังสือ ถ้าเข้าสู่ช่วงสมาธิเมื่อไร “พี่โต้ง” จะไม่ได้ยินอะไรเลย

เขาสามารถอ่าน The Economist ในร้านข้าวต้มที่ทุกคนคุยกันเสียงดังได้เป็นชั่วโมงๆ

“พี่โต้ง” เป็นคนอ่านหนังสือเร็ว ความจำดี

อ่านแทบทุกแนว

ใน “มติชน” นอกจากพี่เสถียร จันทิมาธร แล้ว ก็มี “พี่โต้ง” อีกคนหนึ่งที่อ่านหนังสือเยอะมาก

นอกจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว

เขายังอ่านเรื่องประวัติศาสตร์ ศาสนา โหราศาสตร์ การเมือง กีฬา นวนิยาย

โดยเฉพาะนิยายกำลังภายใน

ทั้งอดีตและปัจจุบัน

คลั่งไคล้ถึงขั้นที่ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวขอต้นฉบับนิยายกำลังภายในจากค่ายสยามสปอร์ตมาอ่านก่อนจะพิมพ์เสร็จ

พอ “พี่เถียร” รู้ ก็เลยขอแจมด้วย 1 ชุด

ความรอบรู้ของ “พี่โต้ง” พัฒนาขึ้นอีกระดับเมื่อไปทำ “ข่าวสด”

เขาเริ่มรู้เรื่องข่าวอาชญากรรม ทหาร บันเทิง และการเมือง

สำหรับผม “พี่โต้ง” เป็นนักข่าวที่ครบเครื่องที่สุด

เวลาคุยกับ “แหล่งข่าว” เขาคุยได้ทุกเรื่อง

คุยกับคุณอานันท์ ปันยารชุน

จะเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์

“พี่โต้ง” แลกเปลี่ยนได้หมด

บางทีก็เติมเรื่องโหราศาสตร์เข้าไปด้วย

หรือครั้งหนึ่ง ไปนั่งคุยกับคุณอนันต์ อัศวโภคิน ของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

คุณอนันต์เวลาคุยเรื่องตัวเลข จะคำนวณเร็วมาก

ผมว่าตัวเองเร็วแล้ว

บางทีก็ตามไม่ทัน

แต่ “พี่โต้ง” ไม่มีปัญหา

ไล่กันสนุกมาก

เป็นคนข่าวอัจฉริยะคนหนึ่งทีเดียว

นอกจากความรู้รอบตัวจะครบเครื่องแล้ว เขายังมีอัธยาศัยดี มีน้ำใจ ใครๆ ก็อยากคุยด้วย

“พี่โต้ง” จึงมี “แหล่งข่าว” ระดับสูงเยอะมาก

ไม่ใช่เพราะ “ตำแหน่ง”

แต่เป็นเพราะตัวตนของ “พี่โต้ง” เอง

อย่าแปลกใจที่มีคนเสียใจกับการจากไปของ “พี่โต้ง” เยอะมาก

รวมทั้งผมด้วย

“พี่โต้ง” เป็นคนเขียนหนังสือดีมาก

เล่าเรื่องยากให้เข้าใจง่าย

และเขียนได้หลากหลายแบบมาก

จะให้เขียนเรื่องอะไร รูปแบบไหน เขียนได้หมด

เขาเขียนคอลัมน์การเมืองประจำ ทั้งคอลัมน์ปกติหรือเขียนแบบหน้า 4

ถ้าวันไหนเขียนเรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องการเงิน

“พี่โต้ง” วิเคราะห์ดีมาก ระดับนายแบงก์ต้องอ่าน

เรื่องต่างประเทศ ก็เก่ง

กีฬา ไม่ค่อยได้เขียน แต่ยืนยันว่ารู้ดีมาก

เรื่องอาหาร “พี่โต้ง” เป็นคนชอบทำอาหาร เขาเขียนประจำในชื่อ “เขียงมะขาม”

เขียนแบบคนทำอาหารเป็น

อ่านแล้วน้ำลายไหล

ตอนหลังๆ “พี่โต้ง” จะให้น้ำหนักกับเรื่องการเมืองเยอะ

เขายืนหยัดเรื่องหลักการประชาธิปไตยอย่างชัดเจน

ข้อเขียนในเฟซบุ๊กของเขาดุดัน และชัดเจน

นอกจากมุมของความเก่งแล้ว เรื่องน่ารักของ “พี่โต้ง” ก็มีเยอะมาก

ที่ผมจำได้แม่นยำ คือตอนอยู่ “ประชาชาติธุรกิจ”

ช่วงใกล้ๆ วันสงกรานต์

“พี่โต้ง” นัดน้องๆ นักข่าวโต๊ะการเงินประชุม

ในห้องมี “ตู้เย็น”

เขาวางแผนแกล้งน้องๆ ด้วยการเอาปืนฉีดน้ำไปแช่ในช่องฟรีซ แล้วกดโทรศัพท์เรียกประชุม

กะว่าประชุมสักพัก จะแกล้งไปหยิบขวดน้ำในตู้เย็น

แล้วเอาปืนมาฉีดน้องๆ ให้สะดุ้งเล่น

ประชุมได้พักหนึ่ง เขาก็ทำตามแผนที่วางไว้

เดินไปตู้เย็น หยิบปืนฉีดน้ำจากช่องฟรีซออกมา

หันกระบอกปืนใส่น้องๆ

ตะโกนดังลั่น

“สุขสันต์วันสงกรานต์”

แต่…

เขาประชุมนานไป

น้ำในปืนฉีดน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง

เหนี่ยวไกเท่าไร น้ำก็ไม่พุ่งออกมา

น้องๆ ที่ตกใจในตอนแรกหัวเราะลั่น

หัวเราะจนน้ำตาไหล

กลายเป็นเรื่องราวที่เล่าสู่กันฟังทุกวันสงกรานต์

ด้วยอารมณ์ขัน และความอึดอัดจากข้อเขียนในช่วงหลังๆ

ถ้าให้ทายว่าตายแล้ว “พี่โต้ง” จะไปหาใคร

ผมขอนับก่อนนะครับ

วัน-ทู-ทรี-โฟร์-ไฟว์…

บทความก่อนหน้านี้‘เพื่อไทย’ เสนอ 3 มาตรการเยียวยา ช่วยประชาชนสู้โควิด
บทความถัดไป4 พันธมิตร ปชต. แจงไม่เกี่ยวปมระเบิดแยกสามย่าน ยันชุมนุมอย่างสันติ-ต่อต้านใช้ความรุนแรง