สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร / “เค้า”จะแก้ได้ไหม

สถานีคิดเลขที่12 / สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

————————-

“เค้า”จะแก้ได้ไหม

————————–

เคาต์ดาวน์ปีใหม่ ที่กลายมาเป็น “เค้า”-LOCK-ดาวน์ ไปเรียบร้อย

แม้จะไม่ใช่การบังคับ

แต่ สิ่งที่ “เค้า” ขอความร่วมมือ ก็ดูยุ่งยากในการปฏิบัติ

ดังนั้นหลายๆคนหลายๆฝ่ายจึงเลือกไม่จัดดีกว่า

ซึ่งคงทำให้ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปีนี้ หงอยเหงาแน่นอน

แต่ก็เชื่อว่าคงไม่มีใครคัดค้าน

เพราะตระหนักกันดีว่า ยอมลดความสนุกสนานลง เพื่อที่จะคุมการระบาดใหญ่ของไวรัส โควิด-19น่าจะคุ้มค่ากว่า

ซึ่งเมื่อประชาชนร่วมไม้ร่วมมือกับ”เค้า”แล้ว

ก็หวังว่า”เค้า”อันหมาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายอนุทิน ชาญวีรกุล และคนในรัฐบาล

จะตอบสนองความร่วมมือของประชาชนนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลด้วยเช่นกัน

ต้องยอมรับว่า การรับมือ การระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่นี้

ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล เปลี่ยนแปลงไป

จากครั้งที่ระบาดตอนแรก เราเลือก เอาสาธารณสุข นำเศรษฐกิจ

มีการใช้พระราชกำหนดภาวะฉุกเฉินเต็มรูปแบบ

พื้นที่ไหนจะมีปัญหา ไม่มีปัญหา รัฐบาลล็อกตายเหมือนกันหมด

แม้จะทำให้การแก้ไขปัญหาดูเด็ดขาด

แบบมีเป้าหมายเดียวคือการระบาดต้องเป็น 0

แต่ความแรงของมาตรการ ทำให้เศรษฐกิจ สลบเหมือด เงินกู้ 1.1 ล้านล้านก็ยังทำให้ฟื้นไม่ได้กระทั่งปัจจุบันนี้

เมื่อมาเจอ การระบาดรอบใหม่

รัฐบาลก็รู้ดีว่า คงจะใช้ “ยาแรง”เหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว

เพราะชาวบ้านอาจจะช็อคตายเพราะปัญหาเศรษฐกิจ มากกว่าป่วยเป็นโควิด

ทำให้ตอนนี้ แม้จะไม่ประกาศออกมาโต้งๆ แต่ ทุกคนก็มองในทางเดียวกัน

นั่นคือ รัฐบาล เลือกใช้เศรษฐกิจ นำ สาธารณสุข

การไม่ประกาศล็อกดาวน์ประเทศ แต่ใช้วิธีแบ่งพื้นที่แก้ปัญหาเป็นโซนๆ

แล้วใช้ความเข้มข้นในการควบคุมปัญหา แตกต่างกันไปตามอัตราการระบาดของไวรัส-19แทน

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ก็พยายามลดโทนการแก้ไขปัญหาให้เบาลง

แม้กระทั่งการแถลงข่าว ก็มีคำว่า นะจ๊ะๆ ที่หลายคนฟังแล้วจั๊กจี้หู ห้อยท้ายอยู่หลายครั้งอย่างจงใจ

ซึ่งก็คงพยายามลดความซีเรียสแห่งปัญหาลงนั่นแหละ

และอาจประกอบกับ การถอดบทเรียนของบุคลากรในกระบวนการสาธารณสุข รวมถึงการปรับตัวของประชาชขน ต่อไวรัสโควิด19 มีมากขึ้น

ทำให้เราลดความแตกตื่น

และข้อมูล พร้อมทั้งข้อเท็จจริง ก็ยืนยันว่า เจ้าไวรัสนี้ ไม่ได้รุนแรงถึงขนาดเป็นแล้วตาย

ตรงกันข้าม ผู้รับเชื้อ จำนวนมาก ไม่ได้แสดงอาการออกมา

สะท้อนว่าถึงจะรับเชื้อแต่หากร่างกายแข็งแรงก็สู้กับโรคนี้ได้

ไม่จำเป็นจะต้อง ล็อคดาวน์ แบบชนิดปิดตาย ซึ่งนั่นจะทำให้มี อาการข้างเคียง ที่หนักกว่าป่วยเป็นโควิด-19 โดยเฉพาะ ปัญหาเศรษฐกิจ

แนวทางใหม่ ที่รัฐบาลเลือกนี้ ดูจะมีการขานรับจากหลายฝ่าย

แม้แต่ฝั่งฟาก สาธารณสุขเองก็ไม่ได้คัดค้านชนิดหัวชนฝา

ซึ่งนี่เอง ทำให้ รัฐบาลไม่ต้องเผชิญแรงเสียดทานอันสาหัสสากรรจ์ในการเลือกเดินแนวทางใหม่นี้

ทำให้สามารถเดินหน้าแก้ปัญหาได้อย่างเต็มที่

ตอนนี้ จึงไม่มีอะไรดีไปกว่าการพิสูจน์ “ฝีมือ” ที่จะบริหารจัดการ ควบคุม การระบาดรอบใหม่ ลงให้เร็วที่สุด

มีผลกระทบต่อชาวบ้าน น้อยที่สุด

คำถามคือจะทำได้หรือเปล่า ไม่ใช่โยนปัญหาไปให้คนนั้นคนนี้

ชาวบ้านยอมให้ปีใหม่ผ่านไปแบบกร่อยๆและร่วมมือทุกอย่างแล้ว

รัฐบาลก็ควรตอบแทนด้วยการเร่งแก้ไขปัญหา ให้ดี ให้เร็ว ให้มีประสิทธิภาพ

อย่าให้ชาวบ้านมานั่งปรับทุกข์กันเอง

“เค้า”จะแก้ได้หรือเปล่า!