คนของโลก : โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐผู้ก้าวผ่านโศกนาฏกรรม

“ผมรู้บางครั้งชีวิตก็โหดร้าย อำมหิต และไม่ยุติธรรม” โจ ไบเดน ผู้ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 46 ระบุถึงชีวิตที่ต้องก้าวผ่านโศกนาฏกรรม ทำให้ต้องสูญเสียสมาชิกครอบครัวไปถึง 3 คน

“แต่ผมก็พบวิธีที่ดีที่สุดที่จะผ่านความเจ็บปวด ความสูญเสียและความเสียใจ เพื่อหาความหมายของชีวิตได้”

หากจะพูดถึงบุคคลที่ก้าวผ่านความเจ็บปวดในชีวิตครั้งใหญ่และก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ในที่สุด ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐผู้ที่จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นประธานาธิบดีที่อายุมากที่สุดในการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคมปีหน้า จะต้องเป็นชื่อที่ถูกเอ่ยถึงในลำดับต้นๆ

 

ย้อนไปกว่า 50 ปี ไบเดนที่เวลานั้นยังเป็นนักศึกษากฎหมายที่มหาวิทยาลัยซีราคิวส์ ในนครนิวยอร์ก แต่งงานกับเนเลีย ฮันเตอร์ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ปี 1966

ไบเดนและเนเลียมีลูกด้วยกัน 3 คน เป็นชายสองคนคือ โจเซฟ “โบ” ไบเดน โรเบิร์ต ฮันเตอร์ และลูกสาวอีก 1 คนคือ นาโอมิ คริสตินา อามี

โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 1972 ไม่กี่สัปดาห์หลังจากไบเดนเพิ่งได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิกรัฐเดลาแวร์ สหรัฐอเมริกา เนเลีย ภรรยาของไบเดนพาลูกๆ ทั้ง 3 ไปช้อปปิ้งสำหรับวันคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง

เนเลียขับรถ “เชฟโลเลตสเตชั่นวากอน” จอดบริเวณแยกที่ถนนวัลเลย์ ตัดกับถนนไลม์สโตน ก่อนจะถูกรถพ่วงขนข้าวโพดชนเข้าเต็มลำ ส่งผลให้เนเลียและนาโอมิลูกสาววัยเพียง 13 เดือน เสียชีวิตทันที ส่วนโบวัย 4 ขวบ และฮันเตอร์วัย 3 ขวบได้รับบาดเจ็บสาหัส แขนหัก และกะโหลกร้าว แต่ก็รอดมาได้แบบปาฏิหาริย์

ปัจจุบัน ฮันเตอร์ ไบเดน ในวัย 50 ปี เป็นทนายความและที่ปรึกษาด้านการลงทุน โดยฮันเตอร์มีลูก 3 คนกับภรรยา แคธลีน บูเฮิล แต่ทั้งคู่หย่าร้างกันแล้วในปี 2017

 

โจ ไบเดน แต่งงานครั้งที่ 2 ในปี 1977 หลังมีเพื่อนแนะนำให้รู้จักกับจิล สตีเวนสัน ที่ปัจจุบันคือ “จิล ไบเดน” ว่าที่สตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐอเมริกา

ศาสตราจารย์จิล อาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยนอร์เธิร์น เวอร์จิเนีย คอมมูนิตี้ คอลเลจ ก้าวเข้ามาเป็นแม่เลี้ยงที่ได้รับการยอมรับจากโบและฮันเตอร์ได้ในเวลาไม่นาน โดยทั้งคู่มีลูกสาวอย่าง “แอชลีย์” ที่เวลานี้เป็นนักเคลื่อนไหวด้านสังคม แฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดัง

ไบเดนต้องเผชิญกับเรื่องเศร้าอีกครั้งในปี 2010 เมื่อโบลูกชายคนโตที่เวลานั้นมีอายุ 41 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในรัฐเดลาแวร์ บ้านเกิด เนื่องจากเกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตก แต่อาการไม่รุนแรงนัก

3 ปีต่อมา โบถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกครั้งพบรอยแผลที่สมองก่อนจะรักษาจนหายขาด แต่สุดท้ายในปี 2013 โบถูกตรวจพบมะเร็งในสมอง ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัด เคมีบำบัด และรังสีอยู่ช่วงระยะหนึ่ง

ก่อนจะจากไปในเดือนพฤษภาคมปี 2015 ด้วยวัย 46 ปี

 

นอกจากความสูญเสียแล้ว ไบเดนที่เกิดในเมืองสแครนตัน เมืองแห่งเหมืองถ่านหิน ห่างจากเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย” กว่า 200 กิโลเมตร ต้องต่อสู้ตั้งแต่เด็ก

ไบเดนต้องย้ายตามพ่อที่ตกงานและต้องย้ายไปทำงานในรัฐเดลาแวร์ตั้งแต่ 10 ขวบ รัฐที่ไบเดนอาศัยอยู่จนถึงทุกวันนี้ เรื่องนี้เป็นจุดที่ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคู่แข่งของไบเดน ใช้เป็นเป้าโจมตีไบเดนว่า เป็นคน “ละทิ้งเพนซิลเวเนียไป”

อย่างไรก็ตาม เพนซิลเวเนียเป็นรัฐที่เป็นหัวใจในการหาเสียงของไบเดน โดยเฉพาะในเช้าวันเลือกตั้ง หลังจากไบเดนได้เดินทางไปเคารพหลุมศพของลูกชาย ภรรยาคนแรก และลูกสาว ไบเดนถือโอกาสเดินทางไปเยี่ยมเจ้าของบ้านเก่า บนถนนนอร์ธวอชิงตัน ที่ไบเดนเคยอยู่สมัยเด็กๆ อย่างที่เคยทำบ่อยๆ เมื่อได้เดินทางมาที่เมืองนี้

ไบเดนเขียนเอาไว้บนผนังด้านหนึ่งของบ้านหลังเก่าว่า “จากบ้านหลังนี้สู่ทำเนียบขาวด้วยความเมตตาของพระเจ้า”

ในที่สุดก็เป็นประชาชนในรัฐเพนซิลเวเนียเองที่เป็นรัฐตัดสินให้ไบเดนผู้ผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างโชกโชน คว้าชัยชนะเหนือทรัมป์ไปได้ และกำลังจะได้เข้าไปนั่งทำงานบริหารประเทศในห้องทำงานรูปไข่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้แล้ว

บทความก่อนหน้านี้ทรัมป์สั่งปลด ผอ.ความมั่นคงไซเบอร์ ฉุนยืนยัน การเลือกตั้งเชื่อถือได้
บทความถัดไปอาจารย์ มอ. ซัด ‘ชวน หลีกภัย’ พูดนิ่ม แต่อำมหิต ไร้เกียรติ เข้าข้างจนท.สลายม็อบ