อุรุดา โควินท์ / ทางรอดอยู่ในครัว : หมูมะนาวและเพื่อนเก่า

อุรุดา โควินท์

เขาเป็นเพื่อน ม.ปลายคนเดียวของฉันที่ทำงานด้านศิลปะ ไม่แปลกเลย เราเรียนสายวิทยาศาสตร์ แถมเป็นห้องที่คะแนนสอบเข้าสูงสุดในโรงเรียน เพื่อนร่วมห้องของเราฝันที่จะเรียนคณะแพทย์ คณะพยาบาล คณะเภสัช คณะวิศวะ แต่เขาอยากเรียนคณะวิจิตรศิลป์

ขณะเพื่อนคนอื่นคร่ำเคร่งอ่านหนังสือสอบ เขาหัดวาดรูป แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็เรียนดีเป็นลำดับกลางๆ ของห้อง ต่างจากฉัน ที่ตอนนั้นยังไม่อยากเป็นอะไรทั้งสิ้น รู้แต่ว่าขี้เกียจเรียนวิทยาศาสตร์ ถ้าแม่ตามใจฉัน เราคงไม่ได้เรียนห้องเดียวกัน แต่ก็นั่นแหละ แม่ดูภูมิใจนักหนาที่ฉันได้เรียนห้องหัวกะทิของโรงเรียน

3 ปีกับการเรียน ม.ปลายของฉัน หมดไปกับความงงงวย ความมึน ฉันเขียนบันทึกประจำวันอย่างจริงจัง และต้องซ่อนให้มิดชิด เพราะแม่มักแอบมาค้นห้อง แล้ววันหนึ่งแม่ก็เจอ แม่อ่านบันทึกของฉัน และเอาเรื่องราวในบันทึกมาคุยกับฉัน

นับแต่วันนั้น ฉันก็เลิกเขียนบันทึกอย่างถาวร

 

เมื่อคิดย้อนกลับไป ฉันรู้สึก-ฉันผ่านวัยเยาว์มาอย่างเลื่อนลอย และน่าเสียดาย ฉันปล่อยให้เวลาสามปีหลุดมือไปเฉยๆ

ฉันไม่ใช่เด็กเกเร หนีโรงเรียน ฉันชอบไปโรงเรียน เพราะจะได้เจอเพื่อน ฉันชอบอาหารในโรงเรียน ชอบกีฬาสี ฉันก็แค่…เด็กที่บังเอิญเดินหลงมาเรียนวิทยาศาสตร์ ฉันไม่ชอบมันเอาเสียเลย จึงนั่งเหม่อในห้องเรียน หรือไม่ก็แอบหลับ

เขาไม่ชอบวิทยาศาสตร์เหมือนกัน แต่เพราะเขามีเป้าหมาย เขารู้ว่าต้องขยันในวิชาใดบ้าง เพื่อสอบเข้าเรียนศิลปะได้

ในห้องเรียน เขาพูดน้อยที่สุด ไม่ใช่ขี้อาย แต่เขาเลือกที่จะไม่พูด ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาจึงสนิทสนมกับฉันเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะฉันมีนิสัยเหมือนเด็กผู้ชาย เขาจึงไม่ขัดเขินเวลาอยู่ใกล้ หรือไม่ก็เพราะฉันไม่ตั้งใจเรียน ไม่คิดจะเรียนมหาวิทยาลัยของรัฐ ทำให้เขาผ่อนคลายกว่าอยู่กับเพื่อนคนอื่นที่เรียนกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

เขามักปั่นจักรยานมาที่บ้าน หยิบกีตาร์ไปเล่น นอกจากวาดรูป เขายังเล่นดนตรีได้หลายชิ้น ฝึกด้วยตัวเองทั้งสิ้น ต่างจากฉันอีกนั่นละ กีตาร์ของฉัน พ่อซื้อทิ้งไว้ให้ ฉันหัดสักพัก พอเจ็บมือก็เลิก

 

เพื่อนร่วมห้องของเราโทร.มานัดกินข้าว โดยบอกว่าครั้งนี้มีเขาด้วย เขาไม่ได้กลับเชียงรายเลย นับแต่จบ ม.6

เขาได้เรียนคณะที่เขาต้องการ ได้ทำงานศิลปะอย่างที่อยากทำ เขาเป็นศิลปินที่มีคนยอมรับ และเดินทางไปทำงานทั่วโลก

แรกทีเดียวฉันปฏิเสธ อยากทำงานอยู่บ้านมากกว่า มีอะไรให้ฉันทำอีกมาก และฉันได้บทเรียนแล้วว่า เพื่อนเก่าคือเพื่อนที่มีแต่เรื่องเก่าๆ คุยกัน ซึ่งฉันจำไม่ค่อยได้ มักนั่งเงียบๆ ไม่นานก็เบื่อ และลงเอยด้วยการกลับบ้านก่อน

เพื่อนบอกว่า ห้องของเรามีคนทำงานด้านศิลปะแค่สองคน คือฉันกับเขา และเขาอยากเจอฉันมาก ฉันก็เลยเปลี่ยนใจ

แทนที่จะไปนั่งกินในร้านอาหาร ฉันชวนเพื่อนๆ มาที่บ้าน ใครอยากกินอะไรก็ซื้อมา ส่วนฉันจะทำกับแกล้มสักอย่าง และแช่เครื่องดื่มรอ

ตกปากรับคำไปแล้ว ก็คล้ายจะเห็นภาพเดิมของเขา จอดจักรยานเสือหมอบหน้าบ้าน เดินเข้ามานั่งในห้องรับแขก ไม่พูดไม่จา

ฉันถามว่าหิวมั้ย

เขาพยักหน้า

เขานับเป็นคนแรกๆ ที่ฉันทำอาหารให้กิน เขามาไม่ตรงมื้ออาหาร บ้านเรากินไปหมดแล้ว และอิ่มกันแล้ว ฉันจึงทำอะไรง่ายๆ เช่น ข้าวผัด ไข่เจียว มาม่าผัด เขากินหมดทุกครั้ง และอย่างอร่อย

ถ้าเขาเข้าบ้านมา ฉันจะเดินเข้าครัว ไม่ต้องถาม ทำอะไรออกมา เขาก็กินหมด

 

ไข่เจียวคงไม่เหมาะกับวันนี้ แม้จะรำลึกความหลังได้ดี หมูมะนาวดีกว่า มีวัตถุดิบอยู่ในครัวครบ และมันเหมาะกับเบียร์ที่สุด

หมูมะนาวทำง่าย แต่ทำให้พอดียาก หมูไม่ควรสุกไป น้ำยำชุ่มฉ่ำ และไม่ควรรสจัดเกินไป

ฉันใช้สันคอหมู หั่นเป็นชิ้นพอคำ หมักกับน้ำตาลเล็กน้อย ไม่ได้ต้องการรสหวานในหมู แต่น้ำตาลจะทำให้หมูนุ่มขึ้น หมักราว 20 นาทีก็ใช้ได้

ล้างผักเตรียมไว้ จากนั้นก็ทำน้ำยำ ฉันชอบใช้พริกสับและกระเทียมสับมากกว่าตำ ชอบที่ขนาดของมันไม่เท่ากัน และได้เคี้ยวด้วย

รอเพื่อนมาถึง ฉันค่อยรวนหมูกับน้ำเปล่า บางคนใช้การลวก แต่ฉันคิดว่าการรวนอร่อยกว่า ใช้น้ำน้อยๆ รอน้ำเดือด ใส่หมูลงไป คอยเอาทัพพีคน ให้หมูสุกแบบยังมีสีอมชมพูก็ปิดไฟ ตักหมูใส่จานรอ

น้ำรวนหมูที่เหลือในหม้อ ฉันเอามาทำน้ำยำด้วย เติมมะนาว น้ำปลา และน้ำตาล คนให้ละลาย แล้วค่อยใส่พริกกับกระเทียมสับ วิธีนี้ทำให้ได้น้ำยำรสนุ่มนวลขึ้น กินง่ายขึ้น

ราดน้ำยำบนตัวหมู แต่งจานด้วยมะนาวฟาน และใบสะระแหน่ แล้วยกออกไปเสิร์ฟ

 

เขายิ้มกว้าง และว่า “นั่น มาแล้ว มันไม่เคยถามว่าจะกินอะไร มันทำมาเลย แต่เราก็กินได้ทุกครั้ง” พูดแล้วหัวเราะ

เพื่อนๆ รีบจัดจานบนโต๊ะใหม่ แหวกทางให้หมูมะนาว นั่นไงล่ะ คิดถูกแล้ว ที่ทำทีเดียวสามจาน

รินเบียร์ครบแก้วปุ๊บ ทุกคนก็หยิบช้อน ตักหมูมะนาวโดยพร้อมเพรียง ไม่สนใจหมูยอ แหนม ไส้อั่ว ลาบ และไก่ย่างแม้แต่น้อย

เบียร์แก้วแรกผ่านไป บทสนทนาก็เริ่มคึกคักขึ้น ได้ยินเสียงหัวเราะบ่อยขึ้น ไม่มีใครถามหาข้าว หมูมะนาวพร่องไปเกินครึ่ง

ทำเอาแม่ครัวหน้าบาน

บทความก่อนหน้านี้แชร์ว่อน แหล่งท่องเที่ยวดังกลางเมืองสมุย ราวเมืองร้างเงียบวังเวงไร้คน
บทความถัดไปE-DUANG : ท่วงทำนอง “สันติ ประชาธรรม” ​​​19 กันยา ทวงอำนาจ คืนราษฎร