รายงานพิเศษ / ‘พี่ป้อม’ ยึดพรรค เคลียร์พื้นที่รอ ‘บิ๊กตู่’ นั่งหัวหน้า พปชร. เล็งนายกฯ เต็มใบ จับตายึดกองทัพ วางตัว 5 เสือเหล่าทัพ จบที่ ‘บิ๊กแก้ว-บิ๊กบี้-บิ๊กอุ้ย-บิ๊กจ้อ’

รายงานพิเศษ

 

‘พี่ป้อม’ ยึดพรรค เคลียร์พื้นที่รอ

‘บิ๊กตู่’ นั่งหัวหน้า พปชร.

เล็งนายกฯ เต็มใบ

จับตายึดกองทัพ

วางตัว 5 เสือเหล่าทัพ

จบที่ ‘บิ๊กแก้ว-บิ๊กบี้-บิ๊กอุ้ย-บิ๊กจ้อ’

 

แผนการปฏิรูปและยึดอำนาจการเมืองของพี่น้อง 3 ป. ชัดเจนขึ้น หลังจากที่บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เข้ายึดคืนพรรคพลังประชารัฐ ด้วยการนั่งเป็นหัวหน้าพรรค

และไม่ได้มีแผนจะนั่งแค่ 6 เดือนตามที่มีกระแสข่าวตีกันออกมา แต่จะดูแล จัดระเบียบพรรค ให้กลมเกลียวเป็นหนึ่ง เพื่อเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

เป้าหมายของพี่ใหญ่คือต้องชนะการเลือกตั้ง และนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วดันบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมายึดทำเนียบรัฐบาล เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัย

“ผมไม่เคยพูดว่าจะเป็นแค่ 6 เดือน” พล.อ.ประวิตรระบุ

หากสุขภาพในวัย 75 เอื้ออำนวย พล.อ.ประวิตรจะอยู่ดูแลพรรค พปชร.ไปจนถึงก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า

เพื่อเตรียมส่งไม้ต่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ น้องเล็กน้องรัก นั่งเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.คนต่อไป

เพื่อที่จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงในเวลานั้น

วันที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ

เพื่อลบข้อครหาของการเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก และลบล้างประวัติศาสตร์ของการเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการรัฐประหาร นายกฯ คสช.

แม้จะไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งโดยตรง แต่ พล.อ.ประยุทธ์ก็จะทำหน้าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และช่วยลูกพรรคหาเสียง

 

จึงไม่แปลกที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์จะไม่เคยปฏิเสธเลยว่า จะไม่เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเอง ทุกครั้งที่นักข่าวถาม

คำตอบที่ได้คือ ยังไม่มีความจำเป็นในตอนนี้ และยังไม่ได้ตัดสินใจ

หรือแม้แต่ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ก็บอกว่า ยังไม่ได้คิดอะไร แต่ทว่าก็ไม่ได้ปิดประตูหรือปฏิเสธว่าจะไม่เป็นหัวหน้าพรรคเอง

เพราะต้องไม่ลืมว่าพรรคพลังประชารัฐที่ถูกเรียกว่าเป็นพรรคทหาร พรรค คสช. ก่อตั้งมาโดยเพื่อนเตรียมทหาร 12 กลุ่มหนึ่งของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว

แต่เวลานั้น พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ยังไม่อาจเปิดเผยตัวหรือเปิดหน้าในการเป็นหัวหน้าพรรคเองได้ เพราะจะถูกมองว่าตั้งพรรคเพื่อสืบทอดอำนาจ คสช.

จึงขอให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ช่วยในการตั้งพรรคและหาตัวผู้บริหารพรรคให้ก่อน จนเป็นที่มาของการตั้งนายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค ขัดตาทัพก่อนนั่นเอง

บาดแผลในใจของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ได้ตอกย้ำเสมอว่า ผมมาแบบไม่ถูกต้อง ผมยึดอำนาจมา แต่ผมก็จำเป็นต้องทำนั้น เสียดแทงใจ พล.อ.ประยุทธ์มาตลอด

เมื่อวันหนึ่งมีโอกาสที่จะได้เป็นนายกฯ ในระบอบประชาธิปไตยแบบเต็มใบ พล.อ.ประยุทธ์ก็อยากที่จะเป็นเช่นนั้น

 

ในเมื่อตัดสินใจที่จะลงสู่สนามการเมืองอย่างจริงจัง และทำให้พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคถาวร ไม่ใช่แค่พรรคเฉพาะกิจแล้ว

ดังนั้น การที่ พล.อ.ประวิตรขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจึงถูกมองว่า แค่ขัดตาทัพชั่วคราว ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะมานั่งเอง

แต่กระนั้นก็ต้องเตรียมมองหาคนที่จะมาเป็นทายาททางการเมืองของพี่น้องทั้ง 3 ป.สำรองไว้ด้วย เพราะทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร รวมทั้งบิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็อายุมากขึ้นๆ ทุกวัน

โดยที่หนึ่งในนั้นจับตามองกันว่า ก็คือ บิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ที่กำลังจะเกษียณในอีกไม่ช้านี้

แต่ก็ยังไม่สามารถลงเล่นการเมืองได้เพราะต้องเว้นวรรคทางการเมือง 2 ปีเนื่องจากเป็นสมาชิกวุฒิสภา

จึงไม่แปลกที่ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อภิรัชต์ ยังคงเป็นพี่น้องสุดเลิฟ ที่ยังสายตรงคุยกันตลอด โดยเฉพาะในช่วงการจัดโผโยกย้ายทหาร

 

เริ่มต้นฤดูการแต่งตั้งโยกย้ายทหารชั้นนายพลครั้งใหญ่ก็มีเรื่องฮือฮา เมื่อมีข่าวว่าบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีอำนาจเต็มในฐานะ รมว.กลาโหม

ได้กระซิบให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ส่งรายชื่อระดับหัว ห้าเสือแต่ละเหล่าทัพมาให้ดูก่อน

เนื่องจากการโยกย้ายครั้งนี้จะต้องมีการเปลี่ยนผู้บัญชาการเหล่าทัพพร้อมกันถึง 4 คน ทั้งบิ๊กกบ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด บิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. บิ๊กลือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. และบิ๊กนัต พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. ที่ล้วนจะเกษียณราชการ

ว่ากันว่า นี่เป็นสูตรการโยกย้ายทหารที่บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่เมื่อครั้งเป็น รมว.กลาโหม ได้เคยใช้มาแล้ว ในการจัดระดับหัวของแต่ละเหล่าทัพให้ลงตัวก่อน

พล.อ.ประยุทธ์ได้รับรายชื่อ 5 เสือ บก.ทัพไทย และ 3 เหล่าทัพ รวมทั้งสำนักปลัดกลาโหมแล้วอย่างไม่เป็นทางการ

และมีกำหนดที่จะนัดหารือวงเล็กแบบเงียบๆ กับ ผบ.เหล่าทัพ รวมทั้งบิ๊กช้าง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ในฐานะคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายทหารระดับนายพล หรือที่เรียกว่า “7 เสือกลาโหม” เพื่อขยับกันให้ลงตัว

เพราะรู้กันดีว่า ถ้าระดับ 5 เสือไม่ลงตัว ก็ยากที่การจัดโผจะราบรื่น

อีกทั้งเป็นการสยบความขัดแย้ง การแย่งชิงเก้าอี้ของบรรดาแคนดิเดตด้วย

แต่ก็ถูกวิเคราะห์วิจารณ์กันว่า การจัดระดับหัวก่อนเช่นนี้ ก็เพื่อที่ พล.อ.ประยุทธ์จะได้วางตัวนายทหารที่จะเป็นทายาทในการดูแลกองทัพในอนาคตอันใกล้

และมีโอกาสสูงที่ พล.อ.ประยุทธ์จะมีส่วนร่วมในการช่วยจัดทัพ แบบที่ว่า อาจมีโผของตัวเองมาในมือด้วย

 

ก่อนหน้านี้ พล.อ.ชัยชาญได้พูดคุยกับ ผบ.เหล่าทัพแบบส่วนตัว เรียงคนมาแล้ว ทั้งเรื่องงบประมาณปี 2564 และการปรับย้ายนายทหาร

ทั้งการเดินทางไปคุยกับ พล.อ.พรพิพัฒน์ด้วยตนเอง ถึงที่กองบัญชาการกองทัพไทย และคุยเมื่อพบหน้า ผบ.เหล่าทัพในงานต่างๆ

รวมถึงการที่เมื่อสัปดาห์ก่อน พล.อ.ประยุทธ์เรียกบิ๊กแก้ว พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร ที่ถูกวางตัวให้เป็น ผบ.ทหารสูงสุด เข้าห้องคุยแบบตัวต่อตัว ที่ทำเนียบรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว

จนเกิดกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์อยากให้บิ๊กเล็ก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. น้องรักที่กำลังท็อปฟอร์มจากผลงานใน ศบค. มาคั่นเป็น ผบ.ทหารสูงสุด ก่อน พล.อ.เฉลิมพล 1 ปี

เพราะ พล.อ.ณัฐพลเกษียณกันยายน 2564 ส่วน พล.อ.เฉลิมพลเกษียณกันยายน 2566 เพื่อเปิดทางให้ พล.อ.ณัฐพล รุ่นพี่เตรียมทหาร 20 ที่อาวุโสสูงสุด เพราะครองอัตราจอมพลเป็นรอง ผบ.ทบ.มา 2 ปีแล้ว ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดก่อน

 

แต่ทว่าใน บก.กองทัพไทยยังนิ่งสงบ สยบกระแสข่าวลือทุกความเคลื่อนไหว

โดยมีรายงานข่าวว่าทุกอย่าง “จบ” ลงตัวแล้ว ตั้งแต่วันที่ พล.อ.ชัยชาญมาพบ พล.อ.พรพิพัฒน์ถึงห้องทำงาน ก่อนที่สัปดาห์ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์จะเรียก พล.อ.เฉลิมพลขึ้นไปคุยบนตึกไทยคู่ฟ้า แบบตัวต่อตัว

จึงมีข่าวว่า ในระดับ 5 เสือป่ากองทัพไทยนั้น พล.อ.พรพิพัฒน์ยังคงเสนอชื่อ พล.อ.เฉลิมพลเป็น ผบ.ทหารสูงสุดคนใหม่ตามเดิม

โดยมีบิ๊กเบิร์ด พล.อ.ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ รอง เสธ.ทหาร (ตท.20) ขึ้นเป็นรอง ผบ.ทหารสูงสุด

และมีบิ๊กแขก พล.อ.นเรนทร์ สิริภูบาล ผบ.สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เพื่อนทหารม้า ตท.21 ของ พล.อ.เฉลิมพล ขึ้นเป็นเสนาธิการทหาร ครองอัตราจอมพล

แม้ว่า พล.อ.นเรนทร์ทหารม้าที่เคยอยู่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จะลุ้นเป็น ผบ.นทพ.ด้วยก็ตาม แต่ พล.อ.พรพิพัฒน์เลือกบิ๊กไก่ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม รอง เสธ.ทหาร ที่เป็นน้องรัก (ตท.22) เป็นทีมบิ๊กกบ มาคุมนักรบสีน้ำเงิน คุมกำลังพล และงบฯ ในการพัฒนาแทน

 

ส่วนกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์เสนอชื่อบิ๊กบี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผช.ผบ.ทบ. ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.คนใหม่

แต่ทว่า 5 เสือ ทบ.ยังไม่ลงตัว จะต้องรอ พล.อ.ประยุทธ์อนุมัติ โดยเฉพาะบิ๊กเล็ก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. ว่าจะให้ข้ามไปเป็นรองปลัดกลาโหมตามไลน์ หรือจะให้บิ๊กเป้ง พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสธ.ทบ. ข้ามไปแทน

แล้วให้ พล.อ.ณัฐพลนั่งเป็นรอง ผบ.ทบ.ตามเดิม เป็นปีที่ 3 สร้างประวัติศาสตร์ เป็นรอง ผบ.ทบ.ต่อเนื่อง 3 ปี ครองอัตราจอมพล อาวุโสสูงสุด

ทั้งนี้ หากไม่ได้เป็น ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ณัฐพลก็พร้อมที่จะเป็นรอง ผบ.ทบ. ช่วยงาน ทบ.เหล่าทัพที่กำเนิดมาจนเกษียณ

แต่ที่กำลังเข้มข้นคือ ตำแหน่ง เสธ.ทบ. ที่กำลังรอการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์

เพราะ พล.อ.ณรงค์พันธ์อยากให้บิ๊กโต้ง พล.อ.อภินันท์ คำเพราะ หัวหน้าสำนักงาน ผช.ผบ.ทบ. เพื่อนรักเตรียมทหาร 22 ขึ้นเป็น เสธ.ทบ.คู่ใจ เพราะเชื่อมือ เนื่องจากเป็นทหารคนเก่ง โตมาในฝ่ายอำนวยการ สายกรมยุทธการทหารบก

อีกทั้งยังเรียนโรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวกันว่า ตอนเรียนก็เป็นคนติวให้ พล.อ.อภิรัชต์ จนเคยพูดว่า เก่งอย่างนี้ต้องเป็น เสธ.ทบ.

แต่ทว่าคู่แข่งคนสำคัญก็คือเพื่อน ตท.22 ด้วยกันอย่างบิ๊กหนุ่ย พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพภาคที่ 1 ที่ก็ทำงานใกล้ชิด พล.อ.อภิรัชต์ใน ฉก.ทม.รอ.904 และเป็นนายทหารคอแดง

ที่สำคัญ ยังเป็นน้องรักในสายบูรพาพยัคฆ์ ที่เติบโตมาใน พล.ร.2 กับ พล.อ.ประยุทธ์ แถมทำงานสำคัญให้มาตลอดหลายปี ทั้งงาน ทบ. งาน คสช. และงาน กอ.รมน.

ทั้งนี้เพราะ เสธ.ทบ. ต้องเป็นเลขาธิการ กอ.รมน.ด้วยนั่นเอง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ใช้งาน กอ.รมน.ตลอด

แม้จะมีข่าวว่าในโผเดิม พล.อ.อภิรัชต์วางตัว พล.ท.ธรรมนูญไว้เป็น ผช.ผบ.ทบ. คู่กับบิ๊กป๋อ พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 เพื่อน ตท.20 ของ พล.อ.อภิรัชต์ก็ตาม

พร้อมข่าวสะพัดว่า บิ๊กเดฟ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อน ตท.20 ของบิ๊กแดง จะนั่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ต่อ หลังจากนั่งมา 2 ปี

เหตุเพราะได้เสนอชื่อรองเกรียง พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ (ตท.22) รองแม่ทัพภาคที่ 4 น้องรักคนสุราษฎร์ฯ ด้วยกัน ที่ทำงานชายแดนใต้ด้วยกันมาตลอด ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 แทน

แต่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ว่าที่ ผบ.ทบ. อยากให้บิ๊กป๊อด พล.ท.สิทธิพร มุสิกะสิณ แม่ทัพน้อยที่ 4 เพื่อนรัก ตท.22 เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่

ดังนั้น ในการหารือระดับ 5 เสือกับ พล.อ.ประยุทธ์ในสัปดาห์หน้า 1 กรกฎาคม จึงจะได้ข้อยุติ

 

ขณะที่กองทัพเรือแม้จะขับเคี่ยวกันระหว่างบิ๊กช่อ พล.ร.อ.ช่อฉัตร กระเทศ รอง ผบ.ทร. (ตท.19) กับบิ๊กอุ้ย พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผช.ผบ.ทร. (ตท.20) ก็ตาม

แต่คาดกันว่า บิ๊กลือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. จะเสนอชื่อ พล.ร.อ.ชาติชายขึ้นเป็น ผบ.ทร.คนใหม่

 

ส่วนกองทัพอากาศนั้น บิ๊กนัต พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ จะเสนอชื่อบิ๊กจ้อ พล.อ.อ.ธรินทร์ ปุณศรี ผช.ผบ.ทอ. (ตท.20) เป็น ผบ.ทอ.คนใหม่แทน

แต่โผนี้จะมีการวางตัว ผบ.ทอ.คนถัดไปด้วย ที่มีการจับตาที่บิ๊กตั๋ว พล.อ.อ.สฤษดิ์พงษ์ วัฒนวรางกูร หัวหน้าคณะนายทหาร ฝ่าย เสธ. ที่จะขึ้นเป็นรอง ผบ.ทอ. มีโอกาสที่จะเป็น ผบ.ทอ.คนต่อไป

ทั้งนี้เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ต้องการให้กองทัพนิ่ง ไม่มีแรงกระเพื่อมจากการแย่งเก้าอี้กัน จึงเร่งจัดส่วนหัวให้ลงตัวเสียก่อนแล้วที่เหลือก็จะจัดง่ายขึ้น

        เรียกได้ว่าคุมทั้งการเมือง คุมรัฐบาล และคุมทั้งกองทัพแบบเบ็ดเสร็จนั่นเอง


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้‘ชวน’ ทำบุญครบรอบ 88 ปี สถาปนารัฐสภา – ชี้ประชาธิปไตยยังลุ่มๆ ดอน ๆ
บทความถัดไปแมลงวันในไร่ส้ม / ข่าวทับซ้อนโควิด พปชร.ดันบิ๊กป้อม กดดัน ‘ปรับ ครม.’