กรองกระแส / สถานการณ์ ไวรัส พิสูจน์ รัฐราชการ รวมศูนย์ ภาวะ สับสน อลหม่าน

กรองกระแส

 

สถานการณ์ ไวรัส

พิสูจน์ รัฐราชการ รวมศูนย์

ภาวะ สับสน อลหม่าน

 

หากเริ่มต้นจากกวีนิพนธ์ที่ว่า หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน จะทานหรือจะทน พิสูจน์ได้เมื่อภัยมา ในท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัส

ก็จะได้ประจักษ์ในความเป็นจริง

ความเป็นจริงของคน ความเป็นจริงของรัฐบาล ความเป็นจริงของพรรคการเมือง ความเป็นจริงของหน่วยราชการ ความเป็นจริงของนักการเมือง

มิใช่พิสูจน์จาก “คำแถลง” หากพิสูจน์จาก “การกระทำ”

คนบางคนพูดจาดี พรรคการเมืองบางพรรคมากด้วยลีลา มากด้วยจังหวะก้าว นักการเมืองบางคนเปี่ยมด้วยโวหาร

นั่นเป็นเพียงเครื่องปรุงแต่ง การกระทำต่างหากที่ชี้ขาดทุกอย่าง

 

กรณี หน้ากากอนามัย

พิสูจน์ พรรคการเมือง

 

พลันที่สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา จากมหานครอู่ฮั่น ประเทศจีน แพร่เข้ามาและส่งแรงสะเทือนต่อประเทศไทย สังคมก็ได้รับรู้บทบาทของรัฐบาล บทบาทของพรรคการเมือง

เบื้องต้นได้รับการยืนยันว่า “หน้ากากอนามัย” ไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน

อย่างน้อยก็มีสำรองจากฐานการผลิตอยู่แล้วไม่ต่ำกว่า 200 ล้านชิ้น สามารถรับมือกับสถานการณ์แพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี

มีการประกาศเป็นสินค้าควบคุม มีการเข้าควบคุมตั้งแต่กระบวนการผลิต

แต่แล้วหน้ากากอนามัยก็ขาดแคลนและมีราคาแพง ไม่เพียงแต่เดือดร้อนในหมู่ชาวบ้าน หากแม้กระทั่งบุคลากรทางการแพทย์ก็ประสบปัญหา

เราเห็นบทบาทของรัฐบาล เห็นบทบาทของรัฐมนตรี เห็นบทบาทของข้าราชการประจำ

ผ่านจากเดือนมกราคมมายังเดือนเมษายน สภาพความเป็นจริงที่เร้นซ่อนอยู่เบื้องหลังหน้ากากอนามัยก็แจ่มแจ้ง

 

กรณี จัดการไฟป่า

ความเป็นจริงปรากฏ

 

สถานการณ์ไฟป่าเริ่มเห็นตั้งแต่ในพื้นที่เขาใหญ่ จังหวัดนครนายก ไปยังในพื้นที่ภูกระดึง จังหวัดเลย และที่สุดก็เป็นพื้นที่ดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่

ในขอบเขตทั่วประเทศอาจไม่แจ่มชัดเท่าใดนัก

หากไม่เกิดความขัดแย้งและกลายเป็นปัญหาระหว่างความพยายามดับไฟป่ากับข้อต่อรองในการขนเครื่องมือของบางหน่วยราชการ

เป็นการต่อรองในเรื่องค่าใช้จ่ายและการขนส่ง

หากไม่เกิดความขัดแย้งภายหลังจากภาพไฟป่าได้รับการตีพิมพ์ให้สังคมรับรู้ในปัญหาและความร้ายแรงอันเกิดขึ้น เมื่อภาพเหล่านี้สร้างความหงุดหงิดไม่พอใจให้กับบางหน่วยราชการ

กระทั่งในที่สุดมีการกีดกัน “ภาคประชาสังคม” ออกไป

สังคมจึงรับรู้ว่า แท้จริงแล้วได้มีการผูกขาดในการบริหารจัดการ จะร่วมมือก็ต่อเมื่อหน่วยของตนได้รับประโยชน์

ข้อเสนอในเรื่องความร่วมมือกันระหว่าง “ราชการ” และ “ประชาชน” เสมอเป็นเพียงน้ำยาบ้วนปาก

 

ภาพจริง สังคมไทย

รัฐราชการ รวมศูนย์

 

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสได้ฉายภาพความเป็นจริงของความเป็นรัฐราชการออกมาอย่างเด่นชัด ทั้งยังเป็นรัฐราชการอันดำเนินไปในลักษณะ “รวมศูนย์” สูงเป็นอย่างยิ่ง

ทำให้ความรับรู้ที่ว่า “กรุงเทพฯ” คือ “ประเทศไทย” มีความเป็นจริง

การที่จังหวัดบุรีรัมย์ประกาศปิดจังหวัด การที่จังหวัดอุทัยธานีประกาศปิดจังหวัด จึงกลายเป็นความแปลกประหลาด

ทั้งๆ ที่ในที่สุดทิศทางนี้จะต้องเป็นไป ไม่มีหนทางเลือกอื่น

เมื่อกรุงเทพมหานครดำเนินมาตรการเข้ม สภาวะผึ้งแตกรังแห่งระลอกการอพยพครั้งใหญ่ออกจากมหานครจึงบังเกิดขึ้น

กระบวนการบริหารจัดการจึงสับสน อลหม่าน

ไม่ว่าในที่สุดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสจะลงเอยอย่างไร ทุกอย่างสงบ ทุกอย่างปลอดภัย แต่ก็มั่นใจได้เลยว่า สถานการณ์หลังจากนี้จะไม่เหมือนเดิม

การเปลี่ยนแปลงจักต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ทั้งระดับรัฐบาล ทั้งระดับกระบวนการปกครอง ทั้งระดับคน ทั้งระดับพรรคการเมืองและนักการเมือง

   นั่นคือ ผลพวงแห่งการปรากฏขึ้นของไวรัส

บทความก่อนหน้านี้ขอแสดงความนับถือ/ฉบับประจำวันที่ 3-9 เมษายน 2563
บทความถัดไป“สวางคนิเวศ” คอนโดมิเนียมระดับ “Middle Class” สำหรับ “ผู้สูงอายุ”