ทราย เจริญปุระ | พ่อ แม่ และตู้เหล็กที่ปิดล็อก

ทราย เจริญปุระ

“นี่แต่ก่อนเค้ามีบ้านที่สระบุรีด้วยนะ ตรงภูเขานั้นน่ะ ที่ฝั่งตรงข้ามเป็นพระใหญ่ๆ”

“เหรอ แล้วไปไหนแล้วล่ะ?”

“ก็อยู่ๆ โรงปูนมาซื้อที่ข้างๆ เค้าก็มาเจรจาขอซื้อนะ แต่ก็พ่อเค้าอะ ดื้อไง ไม่ขาย หยิ่ง”

“แล้วไง”

“โรงปูนเขาก็ทำไปจนเสร็จ พ่อก็ดื้อพาพวกเค้ามาอีก 2-3 ครั้งก็พ่ายแพ้ เพราะมันออกไปนั่งข้างนอกไม่ได้ ฝุ่นปูนทั้งนั้น สุดท้ายก็ต้องขาย ไปๆ มาๆ ได้ตังค์น้อยกว่าตอนเค้ามาติดต่อแต่แรกเยอะเลย”

-นั่นล่ะพ่อฉัน-

ความคิดถึงเป็นเรื่องประหลาด มันไม่เกี่ยวกับความใกล้ชิดหรือระยะเวลาที่ห่างไกล ไม่จำเป็นต้องไม่เจอกันนานแล้วจึงจะคิดถึงได้ แต่ทั้งที่อยู่ตรงหน้าก็ยังหวนคิดถึงช่วงเวลาต่างๆ มากมาย

ฉันเคยอุ้มแมวขึ้นมากอด หอมหัวฟอดฟอด แล้วบอกรักว่าแม่รักหนู แม่คิดถึงหนูจัง ทั้งที่วันนั้นไม่ได้ออกไปไหน และก็นอนเคียงกันกับแมวมาทั้งคืน

ฉันอยากบังคับตัวเองให้คิดถึงแม่มากกว่านี้ แม่ดูมีสิทธิ์เต็มที่ ที่จะเป็นที่คิดถึง แม่จากไปแล้ว จากตายไม่หวนคืน

แต่ฉันกลับไม่ค่อยคิดถึงแม่

มันก้ำกึ่งระหว่างความไม่คิดถึงเพราะเหมือนแม่ไม่ได้ไปไหนเลย

กับความไม่คิดถึงเพราะไม่รู้จะคิดถึงเรื่องอะไรดี

แต่กับพ่อนั้นต่างออกไป

มีอะไรมากมายให้ฉันได้คิดถึง

และเมื่อเหมือนฉันจะเริ่มเลือนๆ ไป ก็จะถูกจู่โจมด้วยเรื่องบางเรื่อง คนบางคน หรือของบางสิ่ง

แล้วความคิดถึงก็จะก่อตัวแน่นหนาในอก

สะท้อนขึ้นมาคลอขอบตา

“เธอไร้ที่ติอย่างที่ลูกสาวตัวน้อยๆ ไร้ที่ติเสมอในสายตาของผู้เป็นพ่อ ดวงตาเป็นประกายเมื่อผมอยู่บ้าน แอนนาเพิ่งกลับมาจากค่ายกิจกรรมเช้าไปเย็นกลับ มีเรื่องที่อยากเล่าให้ผมฟังเยอะแยะ มีคำถามที่อยากให้ผมตอบมากมาย ลูกอยากให้ผมพาไปที่ชายหาดเพื่อเล่นว่าวตัวใหม่ และผมก็สัญญาว่าจะช่วยทำภาพพิมพ์จากแสงอาทิตย์ ผมดีใจเหลือเกินที่บันทึกลูกในช่วงเวลานั้นไว้ได้

วันนั้นเป็นวันที่ดี”*

รวมเรื่องสั้นนี้แบ่งเป็นสองเล่ม เล่มแรกคือสวนสัตว์กระดาษ ที่เรื่องสั้นชื่อเดียวกับหนังสือ ก็พาแม่มาอยู่ข้างฉัน

และสำหรับเล่มในระลอกกาลนี้ ฉับพลันก็เป็นภาพพ่อยิ้ม หัวเราะ

และทำให้รู้ว่าฉันยิ่งกว่าคิดถึงพ่อ

มันโหยหาลึกๆ ในอก

ความไม่เข้าใจบางอย่างที่เคยมีในวัยเด็กไม่ได้ถูกลบหายไปเพราะความตายของพ่อ

แต่ถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจถึงบางเหตุและบางผล ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์เราจะนึกออกได้ก็ตอนโตขึ้น ทั้งความผิดหวัง ผิดพลาด และเสียใจ

เมื่อช่วงเวลานั้นมาถึง บางคนอาจได้นั่งลงและคุยกัน พูดถึงมันในฐานะเรื่องเรื่องหนึ่งที่ผ่านมาด้วยกัน

แต่ฉันพูดถึงมันอยู่ในใจ

คุยได้แค่กับตัวเอง

ฉันชี้ไปรวมๆ ให้คนยกของพอมองเห็นแนวทางว่าต้องยกอะไรออกไปบ้าง

เอาจริงๆ แล้วก็ยกไปได้หมดทุกอย่างนั่นแหละ บ้านควรจะเป็นที่อยู่ของคนเป็น ไม่ใช่ความทรงจำกับคนตาย

ฉันว่าฉันเป็นคนมีเหตุผล เข้าใจโลก เข้าใจมนุษย์ดีทีเดียว ตอนอธิบายเหตุผลนี้ให้น้องฟัง ว่าให้คนมายกเอาตู้เตียงที่ไม่ได้ใช้ออกไปเถอะ หลานโตขึ้นทุกวัน เขายังมีเวลาทั้งชีวิตรออยู่ข้างนอก มีฝันใฝ่ที่จะได้ก่อร่างสร้างแบบ ตกแต่งบ้าน แยกเข้าพื้นที่ส่วนตัว ทำห้องให้สวยและปลอดภัย เป็นที่มั่นสุดท้ายหลังจากผ่านความหนักหนาของโลกภายนอกมา

ตู้เหล็กนั้นเป็นแฟชั่นเก่าโบราณ มันเคยเป็นที่นิยมมากในยุคหนึ่ง ที่แทบจะทุกบริษัทและห้องทำงานจะต้องมีมันตั้งอยู่ เย็นเฉียบ เทาทึม ล็อกตาย

มันเคยอยู่ในห้องพ่อ แล้วก็ย้ายไปห้องแม่ แล้วก็มาจนมุมอยู่ที่ห้องพระ ข้างๆ รูปพ่อนั่นแหละ ล็อกอยู่อย่างนั้น เราเคยเขย่ามัน ดึงมัน แต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น

ฉันเรียกช่างมางัดเปิดมันออก ก่อนจะทิ้งตู้ไป ฉันอยากรู้ว่าความลับอะไรที่มันเก็บอยู่

กระดาษ เอกสาร แฟ้มบันทึกต่างๆ พ่อฉันเป็นคนเก็บของแบบตั้งใจ จดบันทึก แยกที่มา จัดหมวดหมู่ ซึ่งนิสัยนี้ฉันไม่ได้มาเลยสักนิด ฉันมีความชุ่ยและล่องลอยเป็นเจ้าเรือน ข้าวของวางแหมะทับซ้อนกัน เรียงรายอยู่ตามมุมที่ฉันหย่อนตัว พ่อบอกว่าจะรู้ได้ง่ายมากว่าทรายอยู่ตรงไหน

แค่ดูจากข้าวของกองก่ายเป็นวงกลม ก็เดาได้ทันทีว่าลูกสาวคนโตของพ่อนั่งอยู่ตรงนั้น

ก็เหมือนกับตู้เหล็ก, ครั้งหนึ่งตู้ถ่ายสติ๊กเกอร์เคยเป็นที่นิยมมาก กรอบสำเร็จรูปน่ารัก ภาพถ่าย 16 แอ๊กชั่น คุณภาพต่ำของรูปถูกแทนที่ด้วยกระแสนิยมและความรู้สึกทันยุคสมัย

และมันก็ห่างหายไปเงียบๆ ไปรวมอยู่กับตู้เหล็กเช่นนั้น

ในตู้ชั้นล่างสุด มีกระป๋องบุหรี่เก่าๆ ของพ่อที่ใส่เศษเหรียญไว้ ฉันเขย่าๆ ดูและพบว่ามันบรรจุเหรียญไม่น้อย แต่ก็ไม่อยากเปิดมันออกมา กลัวว่ากลิ่นของพ่อจะจางหายไป

แล้วก็มีกระเป๋าสตางค์สีดำเรียบๆ สองใบ เป็นใบเก่าที่พ่อเคยใช้ มันเป็นรอยเว้าบี้แบนตามขอบ แบบที่กระเป๋าสตางค์ผู้ชายสมัยก่อนจะเป็น เนื่องด้วยอยู่ในกระเป๋าหลังกางเกง หยิบใส่ไว้ที่กระเป๋าเดิมนั้นทุกวี่วันจนขอบกลายรูปไปตามทรง

พ่อแปะสติ๊กเกอร์ไว้ในกระเป๋า เป็นรูปพ่อกับเราสามคนพี่น้อง ซีดจาง เก่าเลือน แต่ก็บอกได้ว่าใครเป็นใคร

พลิกอีกด้าน เป็นสติ๊กเกอร์รูปหน้าฉันเอง ยิ้มแย้มเยาว์วัย

คงค้างเช่นนั้นไปตลอดกาล

การค้นพบนี้ไม่ได้เปลี่ยนอะไร

พ่อตายอยู่อย่างนั้นเหมือนๆ ที่แม่ก็ตายจากไป

มันไม่ได้ทำให้ฉันรักพ่อมากขึ้นหรือน้อยลง

เรื่องระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคลี่คลาย

แต่ไม่รู้เพราะอะไร ฉันเก็บเอากระเป๋าสตางค์กับกระป๋องบุหรี่ใบนั้นขึ้นมาบนห้อง

แมวส้มตัวอ้วนของฉันสำรวจข้าวของใหม่นี้อย่างสนใจ

ฉันอุ้มมันมากอด กระซิบผ่านหัวใจว่าในนั้นคือรูปคุณตา กับแม่ทราย กับน้าๆ ของหนูไงโมโม่

แต่แม่ก็ไม่ใช่เด็กคนนั้นอีกต่อไป

“นี่อาจจะเป็นความฝันของพ่อแม่ทุกคน…”*

“ในระลอกกาล และเรื่องสั้นอื่นๆ” (อีก 7 เรื่องสั้นจาก The Paper Menagerie and Other Stories) เขียนโดย Ken Liu แปลโดย ลมตะวัน ฉบับพิมพ์ครั้งแรก โดยสำนักพิมพ์ Salt, กันยายน 2562

*ข้อความจากเรื่องสั้นในหนังสือ “จำลอง-จองจำ” (Simulacrum)

บทความก่อนหน้านี้ผ่าปม | มหากาพย์ชิง “ธรณีสงฆ์ ” เมื่อ “ตำรวจ” ยิง “ทนาย” ถึงมือ ป. “ที่สุดท้าย ที่หมายพึ่ง”
บทความถัดไปขีปนาวุธอแวนการ์ดของรัสเซีย – จรวดตงเฟิงของจีน : การป้องปรามการโจมตีก่อนของสหรัฐ