อนุสรณ์ ติปยานนท์ : ทะเลที่สาบสูญ (1)

อนุสรณ์ ติปยานนท์[email protected]

เป็นครั้งแรกที่การมาเสียมราฐของผมไม่ได้จบลงที่ทะเลสาบ

สาม สี่ หรืออาจเป็นห้า ไม่แน่ใจในจำนวนครั้งที่มาเยือนเมืองเล็กๆ แห่งนี้ เพราะความทรงจำต่อเมืองเมืองนี้ของผมสับสนปนเปไม่น้อย

หากจะเอาตัวเลขจริงๆ คงต้องไล่เปิดหน้าในหนังสือเดินทางดู บางครั้งมาชมเพียงแค่นครวัดแล้วเดินทางกลับ

บางครั้งมาเยือนเพียงแค่นครธม สบตากับองค์พระโพธิสัตว์สี่พักตร์แล้วกลับ

และบางครั้งเพียงแค่เดินเล่นในตลาดยามค่ำที่แสงสีสว่างไสวมากกว่าเมืองใดๆ แล้วกลับ

แต่ทุกครั้งผมจะไม่พลาดการเยือนทะเลสาบเสียมราฐ

ทะเลสาบที่นี่ไม่เหมือนใครและไม่น่าจะมีใครเหมือน เว้นแต่ครั้งนี้

 

ในดินแดนแถบนี้มีทะเลสาบสองแห่งที่ผมรู้สึกว่ามันมีความหมายพิเศษ

ทะเลสาบแห่งแรกคือทะเลสาบโตบ้าหรือ Toba Danau ที่เมดาน เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย

มันเป็นทะเลสาบที่วางตัวอยู่บนปากปล่องของภูเขาไฟ

มันเป็นทะเลสาบดึกดำบรรพ์ที่มีอายุเนิ่นนาน ว่ากันว่าหากจะกะประมาณอายุของมันโดยอ้างจากภูเขาไฟโตบ้าที่แบกรับมันอยู่ มันน่าจะมีอายุมากกว่าแปดหมื่นปี

มีคำร่ำลือกันว่าในทะเลสาบแห่งนี้มีปลาจากยุคโบราณจำนวนมากที่นานครั้งจะปรากฏตัวให้ผู้คนรอบทะเลสาบได้ตกใจเล่น

ขนาดของทะเลสาบนั้นใหญ่โตมโหฬาร

แต่เนื่องจากมันเป็นทะเลสาบในระบบปิด เราจึงสามารถมองเห็นอาณาเขตของมันได้ชัดเจนแม้จะอยู่สุดลูกหูลูกตาก็ตาม

ทะเลสาบโตบ้าคือทะเลสาบดึกดำบรรพ์ ลึกลับและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ที่เฉพาะตัว

ขณะที่ทะเลสาบโตบ้าเต็มไปด้วยความลึกลับเปรียบเสมือนหญิงสาวที่ซ่อนใบหน้าอยู่ภายใต้ผ้าคลุมที่เผยให้เห็นความงามของเธอแบบสลัวราง

โตนเลสาบเสียมเรียบหรือทะเลสาบเสียมราฐกลับแลดูไม่ต่างจากหญิงสาวแรกรุ่นที่มีความงามจากความเบิกบาน

เธอมีรอยยิ้มที่มอบให้ทุกคน เป็นมิตรยามอารมณ์เงียบสงบและกราดเกรี้ยวยามถูกทำให้ขัดเคืองใจ

ทะเลสาบเสียมราฐเมื่อแรกเห็นนั้นสว่างไสว จนคุณอยากกระโจนลงแหวกว่ายในมัน

แต่นั่นเอง เมื่อคุณระลึกได้ถึงพายุไต้ฝุ่นที่เกิดขึ้นในทะเลสาบและคร่าชีวิตคนไปนักต่อนัก คุณอาจไม่แน่ใจที่จะอ้อยอิ่งอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้

ความไม่เป็นมิตรครั้งสุดท้ายของทะเลสาบเสียมราฐคร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนไม่น้อย

โดยเฉพาะเหล่าชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ บ้านเรือนของพวกเขาถูกพายุไต้ฝุ่นพัดพาจนจมหายไปในทะเลสาบ เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในปี 2009 สิบปีก่อนหน้านี้

มีการจัดตั้งโรงเรียนและสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าสำหรับเด็กในบริเวณรอบๆ ทะเลสาบที่พ่อแม่เสียชีวิตไป

 

ครั้งหนึ่งของการไปเยือนทะเลสาบ ผมได้มีโอกาสนั่งสนทนากับครูประจำโรงเรียนกลางน้ำแห่งนี้

แน่นอนชีวิตจริงของที่นี่ไม่โรแมนติกเหมือนโรงเรียนกลางน้ำในภาพยนตร์ไทยบางเรื่อง

ปัญหาของการขาดแคลนอาหารและอุปกรณ์การเรียนเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะสำหรับชาวเวียดนามที่หลายคนยังคงสถานภาพเป็นพลเมืองชั้นสองที่อพยพมาภายหลังและยังไม่ได้รับสิทธิพลเมืองอย่างเต็มขั้น

ตู้รับบริจาคสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนทะเลสาบแม้จะมีธนบัตรเรียลของเขมรอยู่เต็ม

แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ

การช่วยเหลือจากต่างชาติจึงยังเป็นสิ่งจำเป็น ประเทศเขมรมีองค์กรต่างชาติที่ทำหน้าที่ดูแลในสวัสดิการทางสังคมไม่น้อยหน้าประเทศกำลังพัฒนาประเทศใด แม้ว่าปัจจุบันนี้สถานการณ์ของการช่วยเหลือจะบางเบาลงแล้วก็ตาม

โตนเลสาบเสียมเรียบหรือทะเลสาบเสียมราฐคงเหนื่อยกับสงครามมาไม่น้อยและหากมันจะมีเสียงโอดครวญขอความเป็นธรรมบ้างคงไม่พ้นเสียงร้องขอความสงบสุขเป็นแน่

หากใครมีโอกาสไปเยือนปราสาทบายน ย่อมจะมีโอกาสได้เห็นรูปสลักสงครามที่เกิดขึ้นที่ทะเลสาบเสียมราฐในช่วงปี ค.ศ.1177 หรือ พ.ศ.1720

รูปสลักที่ว่านี้น่าจะเป็นประจักษ์พยานถึงสงครามเก่าแก่ที่สุดที่เกิดขึ้นที่นี่

มันคือสงครามระหว่างอาณาจักรเขมรหรือขอมกับอาณาจักรจามปาหรือจามที่ตั้งอยู่ทางใต้ของเวียดนาม กองทัพจามล่องแม่น้ำโขงมาจนถึงทะเลสาบเสียมราฐ ก่อนจะทำศึกครั้งใหญ่ที่นั่น

สงครามครั้งนั้นในยุคของพระเจ้าสุริยวรมันที่สองน่าจะเป็นการรุกรานครั้งใหญ่ของกองทัพจาม ก่อนที่กองทัพขอมจะเอาคืนจนอาณาจักรจามปาล่มสลายลงในอีกไม่กี่ร้อยปีต่อมา

เบื้องล่างของทะเลสาบเสียมราฐนั้นไม่เคยเว้นว่างจากร่างของมนุษย์จนไม่กี่ปีก่อนหน้านี้

 

ในช่วงที่ประเทศเขมรถูกปกครองด้วยรัฐบาลเขมรแดง บริเวณรอบทะเลสาบคือสถานที่สังหารชั้นเลิศ

ศพแล้ว ศพเล่าที่ลอยอยู่ในทะเลสาบ ท่ามกลางผืนน้ำที่นิ่งสงบ ในปี 1993 แม้สหประชาชาติจะเข้ามาดูแลสันติภาพในประเทศเขมรแดงแล้วก็ตาม กรณีสังหารหมู่ชาวเวียดนามที่ตั้งบ้านเรือนอยู่รอบทะเลสาบก็ยังบังเกิดขึ้น

ทหารเขมรแดงโจมตีครั้งสุดท้ายที่นั่นเพื่อแสดงอำนาจของพวกเขา ก่อนที่กองทัพของพวกเขาจะหมดอำนาจลงและผู้นำของเขาหลบลี้หนีภัยมาจบชีวิตลงที่ใกล้ชายแดนไทย

ผมจดบันทึกเรื่องราวเหล่านี้เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ไปเยือนทะเลสาบเสียมราฐ

การค้นคว้าทางประวัติศาสตร์รอบทะเลสาบแต่ละครั้งให้ข้อมูลอันโศกสลด

และหลังการเยือนครั้งสุดท้ายเมื่อหลายปีก่อน ผมก็บอกกับตนเองว่านั่นน่าจะเป็นการเยือนทะเลสาบเสียมราฐครั้งสุดท้ายของผม

 

ดังนั้น ในวันหนึ่ง เมื่อผมกับคนขับรถรับจ้างเสร็จธุระจากในเมืองเสียมราฐแล้ว ข้อเสนอของเขาที่ให้ผมไปเยือนทะเลสาบเสียมราฐจึงได้รับการปฏิเสธโดยทันที

เราทั้งคู่นั่งนิ่งอยู่บนรถสามล้อเครื่อง ในเมืองที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวเช่นนี้ เมื่อคุณไม่รู้สึกว่าสถานที่ใดเป็นที่น่าสนใจ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในความรู้สึกจึงมีแต่ความว่างเปล่า

และแล้วเมื่อกาลเวลาผ่านไปกว่าสิบนาที พิชัย คนขับรถของผมก็เอ่ยขึ้นว่าไปนั่งดูดอกบัวกันบนเส้นทางไปสู่ทะเลสาบกันเถิด

คำเอ่ยชวนไปดูทุ่งดอกบัวนี้ ถ้าเป็นชายหนุ่มชวนหญิงสาว หรือหญิงสาวเอ่ยชวนชายหนุ่มคงเป็นเรื่องชวนให้ใจหวั่นไหวไม่น้อย

แต่สำหรับผู้ชายสองคนที่ตัวเกรียมแดดมาตลอดวัน คำเอ่ยชวนที่ว่านี้จึงมีค่าเพียงแค่เรื่องคั่นเวลาให้วันของเราหมดลงอย่างไม่เสียหายนัก

พิชัยออกรถพาผมออกไปนอกเมือง ไกลออกจากแม่น้ำประจำเมืองที่ไหลเอื่อยเพราะขยะจำนวนมหาศาลที่ขวางทางไหลของมัน

ผมบิดตัวอย่างเกียจคร้าน ในขณะที่พิชัยเล่าว่าทะเลดอกบัวหรือทุ่งดอกบัวคือแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของชาวเสียมเรียบ

มีนักลงทุนเล็งเห็นว่าพื้นที่เวิ้งว้างก่อนถึงทะเลสาบเป็นพื้นที่ที่น่าจะทำประโยชน์ได้นอกเหนือจากการปล่อยให้มันเป็นเพียงทุ่งนาเวิ้งว้าง

การมีดอกบัวสีชมพูโผล่พ้นใบบัวสีเขียวจำนวนมาก และเพิงพักให้ได้นั่งดื่มกิน น่าจะทำให้ผู้คนที่ไปและกลับจากทะเลสาบได้พักผ่อนบ้างไม่มากก็น้อย

อีกทั้งดอกบัวเหล่านี้ หากตัดไปขายก็ทำกำไรได้อีกทางหนึ่งด้วย

กิจการปลูกดอกบัวหรือทำทุ่งดอกบัวจึงผุดขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ไม่เกินยี่สิบนาที รถของเราก็จอดลงที่ข้างทาง ริมทุ่งดอกบัวแห่งหนึ่ง พิชัยพาผมเดินไปตามสะพานเล็กๆ ที่นำไปสู่เพิงกลางทุ่ง

เราสั่งอาหารและเครื่องดื่ม และเช่นเคย นอกเหนือจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว เราไม่รู้สึกว่าอยากทำอะไรมากกว่านั้น การลงไปถ่ายรูปกลางทะเลดอกบัว หรือการเช่าเรือพายเรือเล่นในบริเวณแห่งนั้นเป็นสิ่งที่มากเกินไป

แต่แล้วในขณะที่เรากำลังขบคิดว่าจะเดินทางกลับไปผลาญเวลาต่อในเมืองอย่างไรดี

เด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งก็โผล่ขึ้นจากท่ามกลางดอกบัวสีเขียว เขาว่ายน้ำมายังเพิงของเรา พร้อมกับเสนอขายฝักบัวในมือ

ฝักบัวเหล่านี้อาจแลดูเหมาะเป็นเครื่องตกแต่งบ้านยามที่มันแห้งสนิทเป็นสีน้ำตาล

แต่สำหรับฝักบัวสีเขียวเหล่านี้ สำหรับคนที่คุ้นเคย เม็ดบัวของมันคือของขบเคี้ยวชั้นดี

ผมเหมาฝักบัวจากเด็กชายคนนั้น แบ่งมันให้พิชัย ก่อนที่จะเริ่มต้นแกะเม็ดบัวออกจากฝัก ขบเบาๆ ที่เปลือกของมัน เอาดีบัวออกและลงมือกินมันอย่างเพลิดเพลิน

พิชัยก็ทำอย่างนั้นเช่นกัน “นานมากแล้วที่ผมไม่ได้กินเม็ดบัว” เขาเอ่ย

“ผมพานักท่องเที่ยวหลายคนมาที่นี่ พวกเขาเพียงแต่ถ่ายรูปและตรงดิ่งไปที่ทะเลสาบ แต่ไม่มีใครแวะที่นี่นานพอที่จะนั่งกินเม็ดบัว” พิชัยหัวเราะ

“สมัยเด็กแม่ของผมจะทำข้าวผัดเม็ดบัวให้ผมกิน ผมเห็นเม็ดบัวเหล่านี้แล้วอดนึกถึงแม่ไม่ได้”

“แม่ของคุณอยู่ที่ไหน?”

ผมถามพิชัยพร้อมกับเรียบเรียงความคิดบางอย่างในหัว

“กำปง ธม แม่ของผมอยู่ที่กำปง ธม”

“ถ้าเช่นนั้น” ผมเอ่ย “เรากวาดซื้อเม็ดบัวให้มากที่สุด พรุ่งนี้เราไปกำปง ธม ผมอยากกินข้าวผัดจากฝีมือของแม่คุณ”

บทความก่อนหน้านี้โปรดเกล้าฯ เลื่อนการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
บทความถัดไป“ศิริกัญญา” ยก 8 เหตุผล คว่ำร่างพ.ร.บ.งบฯ 63 อัดไม่แก้ศก.ฐานราก งบผูกพันเยอะ เบียดบังงบลงทุน