ฟ้า พูลวรลักษณ์ | กรรมของชาวสหรัฐ

ฟ้า พูลวรลักษณ์

หนังสือเรียนสำหรับเด็ก เล่มใหม่ (๔๘)

วันหนึ่ง มาถึงวันเปลี่ยนยุค

มันประมาณสองปีก่อน วันหนึ่งฉันหมดความรู้สึกอยากดูหนังไซอิ๋ว

มันแปลก เพราะไซอิ๋วเป็นวรรณกรรมโปรดของฉัน หนังก็ชอบดู และดูมาแล้วหลาย versions แสดงว่า นับแต่อดีต ฉันชอบมัน เข้าใจมัน พร้อมจะปรับตัวไปกับมัน

แต่แล้ววันหนึ่ง ฉันพบว่าตือโป๊ยก่ายไม่ตลกอีกแล้ว พระถังซำจั๋งน่ารังเกียจ ซัวเจ๋งก็ไม่น่าสนใจ หรือแม้แต่เห้งเจีย ก็อย่างงั้นๆ บรรดาเหล่าปีศาจ ก็ไม่มีอะไรใหม่

มันดับวูบไปเฉยๆ

คนจำนวนไม่น้อยยังชอบอยู่ เพราะหนังเรื่องนี้ ก็ยังสร้างออกมาเรื่อยๆ แต่มันดับสนิทสำหรับฉัน

มันดับ เพราะโลกนี้ ได้เปลี่ยนยุค

มันเป็นความรู้สึกส่วนตัว แต่มีความละเอียดอ่อน และฉันชอบความละเอียดอ่อนอันนี้

หนังใหม่ มีมุมมอง มีการเขียนบท มีเนื้อหาหลายอย่างที่ดูออก ว่าเป็นหนังยุคใหม่

แต่หนังที่ฉันชอบ และดูด้วยความตื่นตะลึง ไม่จำเป็นต้องเป็นหนังใหม่ มันอาจเก่าแก่หลายสิบปีมาแล้วก็ได้ เวลาสร้างก็ไม่ได้มีเทคนิคอะไรหวือหวา เช่น Silence of the Lamb หนังสร้างในปี 1991 หรือ ๒๘ ปีมาแล้ว หนังสร้างตั้งแต่ Jodie Foster ยังเป็นสาว วันนี้มาดู ก็อิ่มเอิบ ประทับใจ นอกจาก title ที่ใช้ตัวหนังสือเชยไปหน่อยแล้ว หนังทั้งเรื่องถือว่าดำเนินไปอย่างงดงาม

หนังเรื่องนี้ภาพภายนอก เหมือนเป็นหนังสยองขวัญ แต่ที่จริงไม่ใช่ นี้คือความลึกล้ำ

นี้เป็นหนังที่เสนอเรื่องราวของ FBI ฝึกหัด ชื่อ Clarice Starling ซึ่งคนดูสามารถสมมติเป็นตัวเองได้ เด็กสาวบริสุทธิ์ที่ต้องใช้ชีวิต ในโลกที่อันตราย โลกที่ซับซ้อน และเธอต้องมาจับฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง ในการจับตัวฆาตกรคนนี้ เธอต้องมาขอคำแนะนำจากอสุรกาย Dr. Hannibal จะเห็นว่าหนังเรื่องนี้ มีบรรยากาศสยองขวัญ มีตัวละครสำคัญที่น่าสะพรึงกลัว แต่กระนั้น คอนเซ็ปต์ของเรื่อง ก็ยังเป็นหนังชีวิตธรรมดา ที่คนดูสามารถรู้สึกได้

และนี้คือความทันสมัยของหนัง

ในขณะที่หนังชุดนี้ มีภาคอื่นๆ แต่ทว่า แต่ละภาคล้วนเน้นความเป็นสยองขวัญ อาจสร้างได้ดีพอควร แต่พวกมันไม่มีทางใดจะเทียบภาคแรกนี้ได้เลย เรียกว่าแพ้หลายขุม แพ้เพราะพวกมันเป็นหนังสยองขวัญ แต่ภาคแรกไม่ใช่

ฉันมีเพื่อนคนหนึ่งที่ชอบดูหนัง เขาไม่ดูหนังเรื่องนี้ และฉันถามเขาว่าทำไม เขาบอกว่ามันเป็นหนังสยองขวัญ ฉันฟังแล้วตื่นตะลึง เพราะตัวฉันเองไม่ชอบหนังสยองขวัญอย่างที่สุด แต่ทว่า หนังเรื่องนี้สุดยอด เพราะมันไม่ใช่หนังสยองขวัญ แต่มันกลับสามารถมีบรรยากาศแบบนั้นได้อย่างแนบเนียน

มันฉิวเฉียด มันใกล้ แต่มันไม่ใช่

โลกที่ฉันอยู่ทุกวันนี้ อยู่ใกล้ความเป็นสยองขวัญมาก เกือบจะเป็นอย่างนั้น แต่ไม่เป็น

ความเป็นชีวิตธรรมดายังสำคัญกว่า และเราแต่ละคน ยังเป็น FBI ฝึกหัด ที่ต้องเรียนรู้ ต่อสู้กับศัตรูที่ร้ายกาจกว่าตัวเรามากมาย แต่กระนั้น ด้วยความพยายาม ด้วยวินัย ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เราก็ยังมีโอกาส

สิ่งเหล่านี้ไซอิ๋วไม่มี แม้มันจะซ่อนปรัชญาใหญ่โต มันจะเป็นนิทานลึกล้ำ แต่มันล้าสมัยเสียแล้ว มันไม่ทันโลก

ไม่มีใครแปลกใจ เกินกว่าตัวฉัน

ไม่ใช่ว่าสิ่งเก่าจะเก่าเสียทั้งหมด มีข้อยกเว้น

เช่น มหากาพย์ภารตะ วรรณกรรมเรื่องนี้ เขียนมานานเป็นพันปีแล้ว แต่วันนี้ก็ยังทันสมัยอยู่

เพราะโลกนี้ยังระอุด้วยวิบากกรรม

และวิบากกรรม จะแสดงออกได้ชัดเจนในครอบครัว ในสงครามพี่น้อง

ในสงครามที่ตัวละครเคยกินข้าวหม้อเดียวกัน เคยเป็นเด็กวิ่งเล่นด้วยกัน มีพ่อแม่ปู่ย่าคนเดียวกัน มีป้าน้าอาเดียวกัน ความใกล้ชิด คุ้นเคย การรู้จักกันย้อนหลังไปถึงต้นตระกูล การย้อนกลับไปสู่บาปกรรมในอดีต ทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่บาปกรรมเหล่านั้น ไม่หายไปไหน

นี้คือวิบากกรรม ที่ลึกล้ำ และเป็นจริง

เราจะลบมันออกไปได้อย่างไรกัน

สิ่งที่บรรพบุรุษของเราได้ทำไว้ ความผิดที่ไม่หายไปไหน

มันเจ็บปวดเหลือเกิน มันทรมานเหลือเกิน

ยกตัวอย่างบาปกรรมของชาวสหรัฐอเมริกา คือในช่วงสมัยสงครามเวียดนาม ระยะเวลาประมาณสิบปี พวกเขาได้ทิ้งระเบิดในลาวกว่า ๒๗๐ ล้านลูก และยังไม่ระเบิดเกือบ ๘๐ ล้านลูก

ทั้งที่ประเทศลาวเป็นประเทศน่ารัก รักสงบ และไม่ใช่คู่สงครามของสหรัฐเลย

สมัยนั้น เพียงแค่เพราะทหารเวียดกงชอบลำเลียงพลเข้าไปในลาว สหรัฐก็ตามไปทิ้งระเบิดแบบปูพรม แบบถล่มให้ประเทศลาวหายไปจากแผนที่โลก ความหยาบช้านี้ สุดจะประมาณได้ นี้เป็นหลักฐานที่ใช้ได้ในทุกศาล และสหรัฐเองก็เถียงไม่ขึ้น

ดังนั้น วันนี้ หากมีผู้ก่อการร้ายใด ไปทำการในประเทศสหรัฐ หรือประเทศของเขาเกิดภัยพิบัติธรรมชาติใหญ่หลวงใด ก็ไม่น่าสงสาร พวกเขากำลังได้รับกรรมที่ตัวเองก่อไว้ อย่างหยาบช้า

แม้ฉันจะพยายามมองว่า นี้เป็นอดีตนานแล้ว ห้าสิบกว่าปีแล้ว ในยุคนั้น สหรัฐก็แตกต่างจากวันนี้มาก เราอย่าไปติดใจ อย่าไปจดจำ หรือไปเคียดแค้นพวกเขาเลย

แต่กระนั้น จริงแล้วหรือ

วิบากกรรมนั้นลึกล้ำ เพราะมันไม่หายไปไหน

นึกไม่ออก ว่านานเท่าไร มันจึงจะหมดไป

อาจนานเป็นหมื่นปี หรือแสนปี

มันยั่งยืนนาน เหมือนกัมมันตภาพรังสี

โดยส่วนตัว ฉันไม่ได้เคียดแค้นชาตินี้หรอก หากฉันเป็นผู้นำประเทศที่ทรงพลัง ฉันก็จะไม่ไปทำร้ายเขาหรอก เพราะฉันไม่อยากสร้างกรรมใหม่ ที่ต้องตามไปชดใช้ในวันหน้า ไม่สิ้นสุด

แต่ในฐานะผู้ดู ฉันอดพิศวงไม่ได้

ชนชาตินี้ ได้ทำบาปหนักหนา เอาเฉพาะเรื่องเดียวที่ฉันเห็น ก็มองไม่ออกว่าจะจบในวันใด คุณจะเอาตัวรอดง่ายๆ นะหรือ มีด้วยหรือ

ฉันเริ่มต้นพูด ถึงเรื่องหนัง แต่กลับวกมาที่การเมือง แต่ที่จริงมันเป็นเรื่องเดียวกัน

เหมือนหนังสยองขวัญเรื่องนี้ ไม่ใช่หนังสยองขวัญ

ที่จริง มันเป็นหนังชีวิตธรรมดา

บทความก่อนหน้านี้เบื้องหลัง ถอนรายการกันตนาออกจากพีพีทีวี “ขัดแย้ง” แต่ “ไม่ทะเลาะ”
บทความถัดไปการเมืองอียิปต์ : เมื่อนักศึกษาไทย (เป็นเหยื่อ) โดนจับคดีความมั่นคงที่อียิปต์