ยานยนต์ สุดสัปดาห์ / สันติ จิรพรพนิต/’เชฟโรเลต แคปติวา’ ใหม่ จัดหนักกับราคาไม่ถึงล้าน

สันติ จิรพรพนิต

ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต [email protected]

‘เชฟโรเลต แคปติวา’ ใหม่

จัดหนักกับราคาไม่ถึงล้าน

ช่วงเดือนกันยายนปีนี้ต้องบันทึกไว้เป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์วงการรถยนต์เมืองไทยว่า เป็นเดือนที่มีรถใหม่แบบ “โมเดลเชนจ์” เปิดตัวค่อนข้างเยอะทีเดียว

ช่วงต้นเดือนมี “โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส” ใหม่

ถัดมาเป็น “เชฟโรเลต แคปติวา” ใหม่

ช่วงกลางเดือนเจอกับ “มาสด้า 3” ใหม่

และปิดท้ายปลายเดือนกับ “เอ็มจี เอชเอส”

จากฉบับที่แล้วแนะนำ “โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส” ใหม่

มาฉบับนี้พบกับ “เชฟโรเลต แคปติวา” ใหม่รถเอสยูวีแท้ๆ แบบ 5-7 ที่นั่ง

“แคปติวา” ถือว่าเป็นรถเอสยูวี ที่คนไทยคุ้นเคยเพราะทำตลาดมานานหลายปี ยอดขายพอไปวัดไปวาได้ ไม่ถึงกับหวือหวาเพราะคู่แข่งในตลาดอย่าง “ฮอนด้า ซีอาร์วี” ครองความเป็นเต้ยอยู่

อีกทั้งที่ผ่านมาแคปติวาตั้งราคาใกล้เคียงกับเจ้าตลาด แต่เน้นไปที่ออปชั่นซึ่งเหนือกว่า กระนั้นด้วยความนิยมของแบรนด์และศูนย์บริการ ทำให้แคปติวาทำตลาดไม่ง่ายนัก

กระทั่งมาในรุ่นล่าสุดปรับแผนใหม่ เน้นเรื่องความคุ้มค่าเพราะทำราคารุ่นเริ่มต้นต่ำกว่า 1 ล้านบาท และรุ่นท็อปไม่ถึง 1.2 ล้านบาท

แต่บอกก่อนนะครับว่า “แคปติวา” ใหม่ เป็นรถนำเข้าจากอินโดนีเซีย

กระนั้น ดูจากการประกอบและความเนี้ยบต่างๆ แล้ว ถือว่าไม่เป็นรองรถที่ผลิตในประเทศไทย

 

เชฟโรเลต แคปติวา ใหม่ เน้นความบึกบึนและโฉบเฉี่ยว เนื่องจากได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบภายนอกจากเครื่องบิน “สเทลธ์”

กระจังหน้าที่มีขนาดกว้างแบบ 3 ชั้น พร้อมสัญลักษณ์โบไทขนาดใหญ่ ไฟด้านบนเป็นเส้นเล็กๆ คือไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแบบ LED และเป็นไฟเลี้ยวในตัว

ต่ำลงมาบริเวณขอบล่องของกระจังหน้าเป็นไฟหน้าโปรเจ็กเตอร์ LED ดีไซน์ใหม่ ปรับระดับสูงต่ำได้พร้อมระบบไฟนําทาง Walk Me Home

ต่ำลงมาเป็นไฟตัดหมอก มีไฟหรี่อยู่ด้านล่าง

การจัดวางไฟหน้าเป็นการออกแบบที่ค่อนข้างแปลกสำหรับค่ายนี้ แต่ดูสวยงามไปอีกแบบ

เส้นสายด้านหน้าและด้านหลังดูมีเหลี่ยมสัน

ไฟท้ายแบบแอลอีดี แนวขวางมองผาดๆ คล้ายกับค่ายรถยุโรปยี่ห้อหนึ่ง

จุดเด่นของไฟท้ายมี 2 ชุด ชุดแรกติดตั้งอยู่ที่บานเปิดประตูท้ายซึ่งจะไม่มีส่วนที่อยู่กับตัวถังเหมือนค่ายอื่นๆ แต่เมื่อเปิดประตูท้าย ระบบไฟจะปรับลงมาบริเวณชายล่าง ซึ่งมีครบทั้งไฟท้ายและไฟเลี้ยว

นัยว่าเพื่อความปลอดภัยเวลาเปิดประตูท้าย ทำให้รถที่แล่นผ่านไป-มายังมองเห็นได้

ด้านบนเป็นสปอยเลอร์พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3

มีราวหลังคาพร้อมเสาอากาศแบบครีบฉลาม ล้อแม็ก 17 นิ้ว ดิสเบรก 4 ล้อ

ภาพรวมภายนอกต้องบอกว่าดูหล่อและเข้มมากทีเดียว

 

ภายในใช้สีทูโทน พวงมาลัย 3 ก้านพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น และครุยส์คอนโทรล เรือนไมล์ทรงสปอร์ตแบบ 3 วงกลม ตรงกลางเป็นจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอล TFT ขนาด 7 นิ้ว

ขยับมาตรงกลางถือเป็นจุดเด่นติดตั้งหน้าจอแนวตั้งขนาดใหญ่ 10.4 นิ้ว แบบทัชสกรีน ให้อารมณ์คล้ายๆ ไอแพด เป็นตัวควบคุมทั้งเครื่องเสียง แอร์ พร้อมระบบเชื่อมต่อการสื่อสาร และความบันเทิง Chevrolet Link ใช้ได้ทั้งแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์

ทั้งยังแสดงภาพจากกล้องรอบรถมาให้ ด้วยความใหญ่ของหน้าจอให้แบ่งภาพออกเป็น 3 ช่อง แสดงภาพรอบคันแบบเบิร์ดอายวิว ภาพด้านข้าง และภาพด้านหน้า หรือหลัง

ช่องแอร์ขนาดใหญ่ และมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถว 2 และ 3 พร้อมสวิตช์ควบคุมความแรงลมแบบแยก 3 จุด

ช่องยูเอสบีให้กับที่นั่งทุกแถวรวม 4 จุด

คอนโซลกลางติดตั้งคันเกียร์ขนาดกระชับมือ ใกล้กับเกียร์มีเบรกมือไฟฟ้า ปุ่มระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ (Auto Vehicle Hold) ปุ่มเปิด-ล็อกประตู ซึ่งดูแปลกตาเพราะปกติปุ่มนี้มักจะอยู่ที่บริเวณประตูด้านคนขับ หรือคอนโซลหน้ามากกว่า

ชุดลำโพง Infinity by Harman แบรนด์เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ ลำโพง 6 ตัว ทวิตเตอร์ 2 ตัว และซับวูฟเฟอร์ 1 ตัว ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มแล้ว

 

เบาะนั่งหนังนุ่มเดินด้ายขาว เบาะแถว 2 ถือว่าพิเศษเพราะสามารถเลื่อนเดินหน้า-ถอยหลังได้ ถือเป็นเอสยูวีรุ่นเดียวในตลาดขณะนี้

พับเบาะแบบวันทัชเพื่อให้ผู้โดยสารแถว 3 ขึ้น-ลงได้สะดวก แต่ทำได้เฉพาะเบาะด้านซ้าย คาดว่าเพื่อความปลอดภัยในการขึ้นลงของผู้โดยสาร เพราะเป็นฝั่งที่ขนานกับริมถนนนั่นเอง

เบาะแถว 3 พับได้ราบเรียบเพิ่มพื้นที่บรรทุก

อีกจุดที่สำคัญคือ พื้นห้องโดยสารแบบเรียบไม่มีอุโมงค์ตรงกลาง ทำให้วางเท้าสบายมากขึ้น

หลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่ ดูหรูหราเทียบชั้นเอสยูวีหรูๆ ได้เลย

ภายในต้องบอกว่าใหญ่โตโอฬาร นั่งสบายมาก เพราะมิติตัวถัง (กว้าง x ยาว x สูง) 1,835 x 4,655 x 1,760 ม.ม. ฐานล้อ 2,750 ม.ม. ถือว่าเป็นรถที่ยาวสุดในเซ็กเมนต์

พื้นที่เหนือศีรษะที่สูงมากกว่าเดิม ทำให้ดูโปร่งโล่งมากขึ้น

 

ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน DOHC แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ (DVVT) และระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ขนาด 1,451 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตัน-เมตร

ระบบเกียร์ซีวีที 8 สปีด

ระบบช่วงล่างด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังมัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง

เห็นสเป๊กช่วงล่าง บวกกับจากภายในที่กว้างใหญ่ และเครื่องยนต์ที่ไม่ได้ดุดันนัก น่าจะเน้นความสะดวกสบายมากกว่าความแรงหรือความลุย

ความปลอดภัยและสะดวกสบายมาแบบพอดีๆ อาทิ ถุงลม 4 ลูกเฉพาะด้านหน้า กุญแจนิรภัย Immobilizer และสัญญาณเตือนการโจรกรรม

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ ระบบช่วยการออกตัว ขณะรถอยู่บนทางลาดชัน ระบบป้องกันการลื่นไถล และล้อหมุนฟรี

ระบบตรวจวัดและแจ้งเตือนแรงดันลมยางแบบเรียลไทม์ ฯลฯ

“เชฟโรเลต แคปติวา” ใหม่ มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย

LS (5 ที่นั่ง) ราคา 999,000 บาท (เพิ่ม 30,000 บาท สำหรับรุ่น 7 ที่นั่ง)

LT ราคา 1,099,000 บาท

และ Premier ราคา 1,199,000 บาท

เมื่อเปิดตัวปุ๊บมีแคมเปญปั๊บ ทั้งแถมประกันชั้น 1 ดอกเบี้ยถูก ส่วนลด และอื่นๆ

งานนี้ตลาดเอสยูวีเดือดแน่นอน แถมยังมีเอสยูวีอีกรุ่นคือ “เอ็มจี เอชเอส” ออกมาท้าชนด้วยเช่นกัน

บทความก่อนหน้านี้วางบิล /เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ / ย้อนประวัติ ‘นายกฯ ลิ้นทอง’ หนีปฏิวัติ
บทความถัดไปวิช่วลคัลเจอร์/ประชา สุวีรานนท์/พิมพ์ดีดกับนักเขียน (2)