จรัญ พงษ์จีน : ระเบิดการเมือง รัฐบาลประยุทธ์ 2

สถานการณ์ประเทศไทยเรายังกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิต

เหตุการณ์ระเบิดป่วนประเทศที่ถูกยอมรับให้เป็นความปกติในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันนี้ลามเข้ามาป่วนกรุงเทพมหานครอีกครั้ง

และเหตุการณ์ที่ชวนให้หวาดกังวลนี้ถูกตีความทันทีจากฝ่ายที่มีหน้าที่รับผิดชอบความสงบสุขของประเทศว่ามีเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมือง

อันเป็นสูตรสำเร็จที่แม้จะไม่ได้รับความน่าเชื่อถือ แต่เป็นข้ออ้างที่ทำให้เกิดความจำนนในความจำเป็นที่จะต้องรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศได้เสมอ

ที่สำคัญคือ เมื่อมีเหตุผลที่จะต้องรักษาความสงบไว้ เรื่องราวอื่นๆ ที่เคยทะลุกลางปล้องขึ้นมาเรียกร้องการแก้ไขมักต้องหลบหลีกไป ปล่อยให้ภารกิจฟื้นความสงบมาเป็นวาระจำเป็นเร่งด่วนของประเทศที่ต้องจัดการแก้ไข

เหมือนมีข้อสรุปไปแล้วว่า ความอยู่เป็นสุขของประชาชนคนไทย อันเป็นหน้าที่ของผู้บริหารจะต้องทำให้เกิดขึ้นนั้น ถ้ายังไม่มีความสงบ การใช้ความรุนแรงยังเกิดขึ้นได้

ก็เป็นเหตุผลที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ต้องวางปัญหาอื่นไว้ก่อน

คล้ายกับถ้าความไม่สงบยังเกิดขึ้น ปัจจัยอื่นที่เป็นดัชนีชี้วัดความสุขก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึง หรือเข้าไปจัดการ

อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้

เมื่อสหประชาชาติประกาศอันดับประเทศที่ประชาชนมีความสุข และชื่อของประเทศเราอยู่กลางๆ ของตาราง

และแม้ยูเอ็นจะบอกว่า ประเทศซึ่งครองอันดับหนึ่งที่ประชาชนมีความสุขได้ต่อเนื่อง คือฟินแลนด์ จัดการประเทศอย่างไร

ดูเหมือนว่าความใส่ใจที่จะทำให้เกิดขึ้นในประเทศ เพื่อความสุขของประชาชนอย่างที่มีฟินแลนด์เป็นตัวอย่างจะไม่เคยเกิดขึ้น

แค่เพื่อรักษาความสงบ

อย่างอื่นก็เอาไว้ก่อนได้

 

ทฤษฎีกระดุม 5 เม็ด ไม่เฉพาะที่ “ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ส.ส.หนุ่มดาวเด่นสภา จะหยิบมาอธิบายปัญหาของความยากจนเกษตรกรไทยเท่านั้น

แต่ความสุขของประชาชนฟินแลนด์ก็แจกแจงได้ด้วยการเรียบเรียงให้เกิดความเข้าใจแบบกระดุม 5 เม็ดได้

เริ่มจาก เม็ดแรก การศึกษา

การศึกษาของฟินแลนด์ได้ชื่อว่าดีที่สุดสำหรับสร้างมนุษย์ให้มีความสุข

เริ่มจากปรับหลักสูตรให้เรียนรู้องค์รวมของชีวิตและการอยู่ร่วมกัน

มุ่งเป้าที่สร้างจิตสำนักแห่งความเชื่อถือในกันและกัน ก้าวไปพร้อมๆ กันโดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง

วิถีชีวิตไม่ใช่การแข่งขัน แต่การอยู่ร่วมกันด้วยสัมพันธ์ที่เปี่ยมสำนึกความเป็นหนึ่งเดียว

เม็ดที่สอง ไม่มีอาชญากรรม

ไม่มีเรื่องของการลงโทษด้วยมาตรการรุนแรง

แต่การสร้างจิตสำนึกการอยู่ร่วมกันด้วยความเชื่อถือ และรับผิดชอบต่อกันและกันในเพื่อนร่วมสังคม เพื่อนร่วมชาติ

จิตสำนึกแห่งความไว้เนื้อเชื่อใจในกันและกัน ที่บ่มเพาะให้เกิดขึ้นแต่เด็ก ทำให้สำนึกแบบบอาชญากรไม่เกิดขึ้นกับในจิตใจของชาวฟินแลนด์

เม็ดที่สาม ไม่มีคอร์รัปชั่น

ความเชื่อใจในกันและกัน ย่อมสร้างผู้บริหารและผู้ร่วมจัดการประเทศ ที่ไม่ใช้หน้าที่เป็นช่องทางแสวงประโยชน์อันไม่ควรได้

ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นว่าภาษีที่เสียไปจะถูกนำกลับมาใช้พัฒนาประเทศ และดูแลชีวิตประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ความเต็มอกเต็มใจที่จะเสียภาษีจึงเกิดขึ้น ไม่มีความคิดที่จะหลีกเลี่ยงภาษี ทำให้เก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ประเทศมีรายได้มากพอที่จะนำมาบริหารให้ประชาชนมีความสุข

เม็ดที่สี่ สร้างรัฐสวัสดิการที่ยอดเยี่ยม

การเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยความเต็มอกเต็มใจของประชาชนซึ่งเปี่ยมด้วยจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม ทำให้ประเทศมีความสามารถในการพัฒนาและดูแลชีวิตของประชาชนได้เต็มที่

เมื่อมีรายได้ที่มากพอทำให้รัฐบาลสามารถจัดสวัสดิการให้ประชาชนได้ครอบคลุมและมีคุณภาพในทุกวาระของชีวิตอย่างละเอียดอย่างสร้างความอุ่นใจได้ว่าชีวิตไม่ต้องแบกรับชะตากรรมด้วยตัวเองอย่างเดียวดาย ด้วยมีรัฐบาลพร้อมรับผิดชอบความเป็นอยู่ในอนาคตให้เป็นอย่างดี

ชีวิตย่อมไร้กังวล

เม็ดที่ห้า สิ่งแวดล้อมที่เป็นคุณกับชีวิต

ชีวิตที่ไม่มีแรงกดดันให้กังวลต่ออนาคต ทำให้ชาวฟินแลนด์ไม่ต้องดิ้นรนที่จะต้องสะสมจนเพื่อเยียวยาความกลัว

พร้อมด้วยจิตสำนึกที่ดำรงในความเอื้ออาทรต่อเพื่อนร่วมสังคม

นำสู่การมีจิตใจที่ไม่มีความคิดทำร้ายสิ่งแวดล้อม และสรรพสิ่งรอบตัว

ทำให้ฟินแลนด์มีความดีงาม

และทั้งหมดเมื่อมาประกอบเป็นองค์รวมเดียว

ส่งผลเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ความสุข”

และสิ่งสำคัญคือ เมื่อมองผ่านสิ่งเหล่านั้นของฟินแลนด์ มายังความเป็นไปในประเทศไทย

ถ้าการมีกระดุมทั้ง 5 เม็ดดังกล่าว เรียกว่า “ความสุข”

คงต้องตั้งคำถามว่า แล้วที่เห็นและเป็นอยู่ในประเทศไทยเรา จะเรียกว่าอะไร

 

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ปีที่ผ่านมา แม้ความเป็นไปของประเทศยังอีหลุกขลุกขลักอยู่หลายเรื่อง ยังทำกำไรได้ 120,000 ล้านบาท

คณะผู้บริหารที่มี “ชาญศิลป์ ตรีนุชกร” เป็นหัวเรือใหญ่ร่วมกันคิดว่า ทิศทางต่อไปน่าจะเป็นการลงทุนที่เคลื่อนไปกับการดูแลชีวิตและสังคมไทย เพื่อทำให้เห็นว่าการพัฒนาธุรกิจที่ยังยืนโดยเน้นความเป็นหนึ่งเดียวกับสังคม เป็นความสำเร็จ

เริ่มจากการใช้สถานีบริหารน้ำมัน หรือปั๊มของ ปตท.ที่มีอยู่ทั่วประเทศ เป็น community สร้างกิจกรรมเชื่อมโยงชุมชนขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นทางธุรกิจ อย่างเป็นที่วางขายสินค้าของชุมชน หรือทางสังคม อย่างเช่น เป็นที่ประชุมหรือที่นัดพบ เพื่อปรึกษาหารือเรื่องต่างๆ

นอกจากกิจกรรมในปั๊มแล้ว

เร็วๆ นี้จะทำเรื่องหนึ่ง คือจะเป็นผู้ร่วมสนับสนุนความร่วมมือสถาบันจุฬาภรณ์ และองค์กรเภสัชกร พัฒนายารักษาโรคมะเร็ง

โดยมีเป้าหมายที่จะผลิตให้เพียงพอ และให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้

สำหรับบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือพีทีทีโออาร์ ที่ก่อนหน้านั้นมีแผนจะเอาเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อขยายกิจการให้เป็นประโยชน์กับประชาชน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาธุรกิจของประเทศให้มากขึ้น อยู่ในช่วงทบทวนแผน เพื่อให้ชัดเจนมากขึ้นว่าจะจัดการอย่างไร

ไม่ให้ถูกมองว่ามุ่งหวังกำไรเพื่อตอบสนองนักลงทุนจนกระทบต่อบทบาทผู้ดูแลความมั่นคงทางพลังงาน

บทความก่อนหน้านี้วิเคราะห์ : “อนาคตใหม่” คิกออฟแก้ รธน. ภารกิจรื้ออำนาจ “ดีไซน์มาเพื่อเรา”
บทความถัดไปอุรุดา โควินท์ / อาหารไม่เคยโดดเดี่ยว : ไข่ขาวไม่รักไข่แดง