ฟ้า พูลวรลักษณ์ | โลกข้างนอกแคบเล็กลงทุกวัน พื้นที่ภายนอกหดหาย

ฟ้า พูลวรลักษณ์

หนังสือเรียนสำหรับเด็ก เล่มใหม่ (๓๓)

ฉันใช้ชีวิตไปในโลก และพบว่าพื้นที่ของฉันแคบเล็กลงทุกวันเวลา เอากันง่ายๆ หนังสือภาษาอังกฤษที่ฉันยังมีใจอ่าน ที่จริงแล้ว เหลือแค่สามอย่างเท่านั้นเอง

ได้แก่

๑ นิยายวิทยาศาสตร์

๒ นิตยสาร New Scientist

๓ หนังสือพิมพ์ New Straits Times ของสิงคโปร์

น่าเศร้ามาก ที่อยู่ๆ โลกแห่งการอ่านของฉัน จะหดตัวแคบเล็กลง เหลือแค่สามสิ่งเท่านั้นเอง

ในสมัยเด็ก ฉันเคยซื้อหนังสือเป็นกองๆ เป็นตั้งๆ ราวกับเป็นห้องสมุด แต่นั่นเป็นอดีต วันนี้ฉันอายุ ๖๖ ปีแล้ว ใจของฉันฝ่อลง เวลาก็เหลือน้อยลง

เหมือนฉันเป็นกบฏ ที่ถูกตีจนถอยร่น เหลือแค่ป้อมสามป้อมที่ยังยึดไว้ได้ และยังปกป้องตัวเองอย่างแข็งขัน แปลกยิ่งนัก ทำไมสามสิ่งนี้จึงยังเหลืออยู่ หลายปีมานี้ ข้าศึกจึงยังทำอะไรมันไม่ได้

ฉันยังเป็นอิสระอยู่ในป้อมสามป้อมนี้

นิยายวิทยาศาสตร์ คำนี้คำเดียว แต่ที่จริง หมายถึงหนังสือกลุ่มใหญ่ ที่มีจำนวนมหาศาล เรียกว่าอ่านกันไม่รู้จบรู้สิ้น เฉพาะ Star Wars เรื่องเดียว ก็อ่านกันยาวเหยียดหลายสิบเล่ม ขนาดฉันไม่สนใจ Star Trek จงใจทอดทิ้งมันไป

บางครั้ง ฉันเลือกอ่านนักเขียนที่ฉันชอบ เช่น Stephan Baxter ฉันเลือกซื้องานของเขา ตกใจ พบว่ามีหลายสิบเล่ม คนเดียวอ่านนานหลายเดือน

มันเป็นหัวข้อเดียว แต่ที่จริงเป็นหนึ่งจักรวาล

นิตยสาร New Scientist นี้เป็นของอังกฤษ มันเป็นนิตยวารรายสัปดาห์ แต่อ่านสนุก เป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ที่เรียกว่า hard science แต่มันก็ไม่อ่านยากหรือเครียดจนเกินไป กำลังเหมาะกับชาวบ้านทั่วไป

มีนิตยสารทางวิทยาศาสตร์ฉบับอื่นๆ แต่พวกนั้น มักจะมากไปหรือน้อยไป ชอบตั้งคำถามน่าตื่นตะลึง ทำท่าทีเหมือนจะมีการค้นพบใหญ่

แต่อ่านเข้าจริง มักจะไม่มีอะไรใหม่ หรือมีแต่ไม่มากอย่างที่ทำท่า ทุกวันนี้ ฉันต้องการคำถามคำตอบ ที่มีขนาดกำลังพอดี

วิทยาศาสตร์เป็นโลกที่ต้องระวัง มันต้องมีการควบคุม การตรวจสอบ

New Scientist ทำหน้าที่นี้ได้พอเหมาะ ฉันชอบมัน เพราะมันกำลังดี

แต่แปลกที่ฉันไม่ยอมสมัครเป็นสมาชิก อาจเพราะนิตยสารรายสัปดาห์ก็มากเกินไป ฉันกลัวอ่านมากเกินไป แล้วจะเบื่อ ฉันจึงไปซื้อตามร้าน เวลาฉันเดินทาง ซึ่งบีบให้ฉันอยู่ห่างจากมันพอควร

การได้อ่านบ้างไม่ได้อ่านบ้างนี้ ก็คือความพอดีของฉัน

ล่าสุดนี้ ฉันไปเดินเล่นในร้าน Kinokuniya มาเลเซีย อยู่ที่ตึก KLCC ซึ่งเป็นตึกสูงใหญ่ที่สุดในกัวลาลัมเปอร์ สาขานี้พิเศษกว่าสาขาอื่น มันเป็นตัวแม่ ไม่ว่าจะในประเทศไหน ในเมืองไทยเราก็มีร้าน Kinokuniya แต่ทว่าหากเทียบกับสาขานี้ เป็นเหมือนแค่ลูกของมัน มันเป็นร้านใหญ่ ที่มีหนังสือครบถ้วน

สมัยก่อน ฉันซื้อหนังสือจากร้านนี้มากมาย หอบหิ้วไม่ไหว

แต่วันนี้ ฉันซื้อไม่ได้เลย

เพราะเวลาฉันตรวจสอบ หลายเล่มมีหัวข้อเรื่องน่าสนใจ มีคำถามตรงใจฉัน แต่เวลาพลิกอ่าน ก็พบว่า ไม่มีคำตอบ หรือมีคำตอบ แต่ฉันไม่คิดว่าใช่

มนุษย์เรากำลังกลายเป็นเครื่องจักรเข้าไปทุกที

แต่ความเป็นมนุษย์ ก็ต้องต่อต้าน ไม่มีสนามใดจะจริงจัง และงดงามเท่าสนามนิยายวิทยาศาสตร์

ชีวิตของฉันใกล้จะเป็นนิยายวิทยาศาสตร์เข้าไปทุกที จุดนี้คือความสำเร็จ วันใดที่มันเป็นอย่างสมบูรณ์ ชีวิตของฉันก็ยังมีทางรอด

เพราะนอกจากนี้ คือเหี่ยวแห้งตายไป อย่างหมดความหมาย

แต่ชีวิตที่เป็นนิยายวิทยาศาสตร์คืออะไรนะ มันทำให้ตัวฉันไม่เหมือนมนุษย์ มันกำลังกลายพันธุ์ แต่มันก็ยังตั้งอยู่บนความเป็นจริง เทคโนโลยีรอบตัวของฉันมีบทบาทเป็นอย่างมาก มันเป็นการต่อสู้กัน และตัวของฉันตกอยู่ในแดนสนธยา

ฉันมีแค่สามพื้นที่ แต่ก็เพียงพอ

และที่จริง ฉันอายุมากแล้ว เวลาเหลือน้อย

หนึ่งวัน ฉันจะมีเวลาอ่านหนังสือกี่หน้ากัน

หนังสือพิมพ์ New Straits Times ของสิงคโปร์ ก็ยังเป็นหนังสือพิมพ์ยกเว้นฉบับเดียว ที่ฉันอ่านอย่างมีความสุข

ไม่ว่าจะคิดถึงหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในประเทศใด เช่น ในเมืองไทย ในมาเลเซีย ในฮ่องกง ในอังกฤษ ในอเมริกา ซึ่งฉันล้วนพลิกดู แต่ก็ไม่ถูกใจ มันยังไม่ลงตัว

แต่ที่นี่ มันลงตัว

กล่าวคือ มันไม่เพียงใช่ในเนื้อข่าว ที่เขียนได้ดี และส่วนใหญ่จะเน้นมาที่ภูมิศาสตร์แถบนี้ แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใกล้บ้านฉัน

แต่การจัดหน้า ทำได้ดีมาก เหนือกว่าหนังสือพิมพ์ฉบับอื่น อ่านง่าย ชัดเจน

ประเด็นนี้สำคัญยิ่งนัก ฉันไม่เข้าใจว่าเรื่องง่ายๆ แบบนี้ ทำไมหนังสือพิมพ์อื่นไม่ทำ หนังสือพิมพ์ฉบับอื่น รกตา อ่านยาก

อย่างหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษบ้านเรา เช่น Bangkok Post หรือ Nation พวกเขาดูเหมือนจะล้าหลังกว่าหลายสิบปี คล้ายจะไม่สนใจการจัดหน้าเลย

Format บางครั้งสำคัญยิ่งนัก เป็นตัวตัดสิน

น่าประหลาด ในสามป้อมนี้ ฉันยังเป็นอิสระ แม้ในโลกนี้พื้นที่ของฉันจะแคบเล็กลง

สมัยเด็ก นิยายอย่าง มังกรหยก เป็นนิยายที่กินใจฉันมาก สมัยนั้นฉันเพิ่งอยู่ประถมปีที่สี่ วันหนึ่งฉันปวดท้อง เป็นไส้ติ่งอักเสบ ด้วยความเป็นเด็ก ความตายไม่ได้อยู่ในสมองของฉันเลย ฉันเข้าไปในห้องผ่าตัดอย่างสง่าผ่าเผย และนอนรักษาตัวอยู่ในห้องนานเป็นสัปดาห์

ในช่วงนั้นเอง ที่คุณอาของฉันได้เช่าหนังสือเรื่องนี้มาให้

ฉันอ่านด้วยความลุ่มหลง และตัวละครที่ฉันชอบที่สุดคือ ก๊วยเซียง เธอเป็นบุตรสาวคนเล็กของก๊วยเจ๋ง และมีบทบาทมากในท้ายเรื่อง มังกรหยก ภาคสอง

แต่เกิดเหตุการณ์หนึ่ง ที่คาดไม่ถึง หนังสือที่ให้เช่าในร้านนี้ หายไปเล่มหนึ่ง เล่มอื่นไม่หาย ดันไปหายในต้นเรื่องของภาคสาม ที่เธอกำลังมีบทบาทสำคัญ

ฉันรักก๊วยเซียง ติดตามเธอมาตั้งแต่ภาคสอง เริ่มต้นตั้งแต่วันที่เธอเป็นเด็กทารก เธอก็มีบทบาทสำคัญ เกี่ยวพัน หมุนควงตัวละครอื่นๆ ในเรื่องรอบตัวเธอ จนเธอโตเป็นสาว เริ่มมีบทบาทของตัวเอง เธอ steal the show คนรอบข้าง ฉันรู้สึกคนเขียนจงใจเกินไปไหม เน้นเธอมากเกินไปหรือเปล่า

แต่ฉันก็รักเธอเสียแล้ว

พอจบภาคสองอย่างเศร้าสร้อย เพราะเธอรักเอี้ยก๊วย พระเอกภาคสอง และเขามีนางในดวงใจแล้ว เธอจึงหมดหวัง พอนิยายเรื่องนี้เริ่มภาคสาม เธอขี่ม้ามาแต่ไกล ฉันดีใจมาก คิดว่าภาคสามนี้ คงสนุกน่าดู เพราะตัวเอกคือคนโปรดของฉัน แต่พอเรื่องดำเนินไปได้หน่อย หนังสือก็หายไปหนึ่งเล่ม ส่วนเล่มต่อมา เธอก็หายตัวไป เล่มที่ตามมา เหตุการณ์ในมังกรหยกเปลี่ยนไปมาก กลายเป็นคนละยุค คนละเรื่องไปเลย เหตุการณ์ได้ผ่านไปหลายสิบปี ก๊วยเซียงตายไปนานแล้ว

ฉันเสียใจมาก ไม่รู้จะทำยังไง เพราะฉันยังเป็นเด็ก และเรื่องนี้อยู่พ้นตัวฉัน

แม้แต่จะไปหาเช่าเล่มที่ขาดหาย ก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหนเลย

ฉันเกรงใจคุณอาของฉัน และตัวฉันก็นอนซมอยู่บนเตียง ได้แต่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง

ตามเรื่อง ก๊วยเซียงได้ควบขี่ม้าออกตามหาเอี้ยก๊วย ไปทั่วทุกดินแดน แต่ก็หาไม่เจอ จนเธออายุมากขึ้น เธอจึงขึ้นเขาง่อไบ๊ และได้บวชเป็นชี กลายเป็นปรมาจารย์แห่งง่อไบ๊

จากนิยายที่กำลังเพลิดเพลิน สนุกสนาน เป็นแฟนตาซี อยู่ๆ ก็พลิกเปลี่ยน กลายเป็นสิ่งจริงจัง ชีวิตคนเราที่กำลังเพลิดพริ้ง ก็กลายเป็นเศร้า หนักหน่วง

มันพลิกเปลี่ยน ในหนังสือหนึ่งเล่ม ที่หายไป

ด้วยความเป็นเด็ก ฉันจึงจินตนาการ ถึงตัวละครคนโปรดของฉัน ว่าเกิดอะไรขึ้น และมันไม่สิ้นสุด กลายเป็นมังกรหยกภาค ๒.๑ ที่พิเศษพิสดาร และมีเพียงเล่มเดียว ในตัวฉัน

ชีวิตที่โศกเศร้า แต่ก็ซึ้งใจ

เรื่องราวของนิยายกำลังภายในที่กลายเป็นเรื่องจริง และอยู่ในโลกที่โหดร้าย ยุคสมัยที่ชาวมงโกลเข้ามาปกครองคนจีน ๙๗ ปี สภาพแวดล้อมทางการเมืองที่หดหู่ สิ้นหวัง ชีวิตส่วนตัวที่ว้าเหว่ ไร้คู่ มันพลิกกลับเป็นสิ่งนี้ แต่เธอจะมีทางอื่นใดให้เลือกได้ ชีวิตต้องดำเนินต่อไป ให้เข้มแข็ง องอาจ เหมือนที่เธอเคยเป็น

สิ่งเหล่านี้ คือป้อมปราการเล็กๆ ของฉัน เป็นนิยายซ้อนนิยาย

หลบหนีอาวุธของข้าศึก ที่ถาโถมเข้ามารอบกาย

ในป้อมนี้ ฉันยังเป็นขบถ ยังมีอิสระ ยังว่องไว

แปลกมาก โลกข้างนอกแคบเล็กลงทุกวัน พื้นที่ภายนอกหดหาย แต่มันก็ยังทำอะไรป้อมของฉันไม่ได้

บทความก่อนหน้านี้“เราจะอยู่กันแบบนี้จริงๆหรือ ?” | สนทนา เปิดอก ‘ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ’ เตือนอันตรายหากใช้ความยุติธรรมปนการเมือง
บทความถัดไปพยากรณ์ดวงชะตาโลก และดวงชะตาประเทศไทย ไตรมาสที่ 2 มิถุนายน-สิงหาคม พ.ศ.2562