ฟ้า พูลวรลักษณ์ : ในอดีต ‘ฝ่ายประชาธิปไตย’ ทำผิดหลายอย่าง

ฟ้า พูลวรลักษณ์

หนังสือเรียนสำหรับเด็ก เล่มใหม่ (๒๕.๑)

ฉันไม่เข้าใจว่า นักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ทำอะไรตามอารมณ์ หรือตามแผนยุทธศาสตร์

หากทำตามแผนยุทธศาสตร์ ทำไมจึงมามี

๑ ตัดงบฯ ทหาร

๒ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร

เหล่านี้ออกมาโครมๆ

อย่างนี้เท่ากับไปยั่วยุทหารให้ทำรัฐประหารมิใช่หรือ เรารู้อยู่แล้วว่า ทหารทำรัฐประหารเมื่อไหร่ก็ได้

ชั่วโมงนี้ นักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ควรหาเสียงให้เต็มที่ ให้ได้เสียงมากที่สุด ไม่ต้องไปคิดเรื่องอื่น เรื่องราวหลายอย่างก็ไม่ต้องไปแตะ จริงอยู่ คุณมีสิทธิประกาศตัวชัดเจนว่าไม่เอารัฐประหาร และวันใดที่มีอำนาจ ก็จะปฏิรูปกองทัพ ทำในแบบที่คุณปิยบุตรได้วางรากฐานไว้ มีเป็นขั้นเป็นตอน

ซึ่งแม้จะไม่ง่าย แต่มีทางทำได้

๓ฉันฟังนโยบายของพรรคอนาคตใหม่แล้ว ฉันชอบที่สุดก็ตรงที่พวกเขาต้องการกำจัดทหาร

ปัญหาของเมืองไทยเป็นปัญหาที่อยู่ลึก เราควรแก้ปัญหาในส่วนลึกก่อน

แต่ฉันอยากพูดถึงพรรคอื่น ที่กำลังพยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น ปัญหาราคายาง ปัญหาการท่องเที่ยวไทย ที่ตกต่ำลง ฯลฯ ต่อให้คุณคิดนโยบายดีเพียงไร ทำได้จริงเพียงใดก็ไร้ผล หากอีกไม่กี่เดือนต่อมา ทหารก็ทำรัฐประหารอีก

หากการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยชนะ พรรคที่เป็นประชาธิปไตยทั้งหมด น่าจะรวมตัวกัน มาพูดคุยกัน และลงสัตยาบันร่วมกัน ว่าจะกำจัดรากเหง้าปัญหานี้ให้หมดไป ทำให้ทหารเป็นเฉกเช่นทหารชาติที่เจริญแล้ว ทำหน้าที่รักษาความมั่นคง ป้องกันศัตรูจากต่างชาติ ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง นี้เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทุกพรรคฝ่ายประชาธิปไตย พรรคใดที่ไม่เอาด้วย ก็แสดงว่าพวกเขาคือกลุ่มคนที่เป็นทาสรับใช้ทหาร หากพวกเขามีมาก ก็เป็นวิบากกรรมของชาติไทย ที่ต้องแบกรับเนื้อร้ายนี้ต่อไป อีกไม่รู้นานเท่าไร

ปัญหาของการทำรัฐประหาร มีมานานมากแล้ว นานกว่าห้าสิบปี เราทุกวันนี้ยังวนเวียนอยู่กับการปกครองโดยทหาร เราอาจพัฒนาขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย แต่หากเทียบกับการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีในโลก เราคงสู้ชาติอื่นไม่ได้

การทำสัตยาบันร่วมกันนี้ คือความจำเป็นรีบด่วน ก่อนที่เราจะไปแก้ปัญหาอื่นใด และควรทำในทันทีหลังการเลือกตั้ง เพราะหากทิ้งนานไป ทหารจะตั้งตัวได้ และมีข้ออ้างในการทำรัฐประหาร ชั่วโมงแรกที่ดีที่สุด คือชั่วโมงแรกที่ชนะการเลือกตั้ง ความสด ฉันทามติของประชาชนจะช่วยคุ้มครองฝ่ายประชาธิปไตยได้

ในอดีต พรรคเพื่อไทยเคยชนะอย่างถล่มทลายหลายครั้ง แต่กลับไม่ยอมใช้โอกาสนั้นเลย ทำความผิด คิดว่าการประนีประนอม การเอาอกเอาใจทหารจะเป็นทางออกที่ดี แต่ผลก็บอกแล้วว่าไม่ใช่ time is on their side ยิ่งให้เวลาพวกเขามากเท่าไร พวกเขายิ่งได้เปรียบ พวกเขาสามารถหมอบนิ่ง รอ และจู่โจมดั่งพยัคฆ์ร้าย ฝ่ายประชาธิปไตยที่เข้ามาบริหารประเทศกลับเป็นตรงกันข้าม วันแรกที่เข้ามา จะสดใส มีแรงความหวังของมวลชน แต่ยิ่งบริหาร ยิ่งเปิดจุดอ่อน ยิ่งเกิดช่องโหว่ให้คนอื่นหาเหตุทำลายได้

หากการเลือกตั้งครั้งนี้ ฝ่ายประชาธิปไตยชนะ ควรรีบลงมือ อย่าได้รอช้า ความเป็นคู่แข่งขันกันทางการเมือง พักไว้ก่อน รอให้จัดการเนื้อร้ายใหญ่สุดนี้ได้ก่อน แล้วเราค่อยมาแข่งขันกัน แพ้ชนะก็ยังไม่เป็นไร แพ้วันนี้ พรุ่งนี้ยังมีโอกาสกลับมาชนะได้

พรรคไหนขึ้นมาเป็นรัฐบาล ยังเป็นเรื่องรอง

ฉันนึกภาพไม่ออก ว่าหากฝ่ายประชาธิปไตยชนะ แล้วลงมือกำจัดอำนาจทหารทันทีทันใดนั้น ฝ่ายทหารก็ทำการรัฐประหาร เพราะหากพวกเขาทำเช่นนั้น ก็จะเกิดผลร้ายกับตัวพวกเขาเอง เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่พวกเขาอ่อนแอที่สุด ไร้ข้ออ้างที่สุด มันเป็นการเปิดเผยโฉมหน้าของศัตรูประชาธิปไตย อย่างที่กลบเกลื่อนไม่ได้ นี้เป็นการท้าทายมวลชนอย่างสูงสุด

เวลาเช่นนี้ การทำรัฐประหารมีโอกาสสำเร็จน้อยที่สุด

สิ่งที่ฉันมองเห็นนี้ เรียบง่าย ตรงไปตรงมา

ฉันกลัวคนอื่นมองไม่เห็น

ไม่ใช่เพราะพวกเขาคิดไม่ออก แต่กลัวพวกเขาคิดมากเกินไป

ไม่ใช่เพราะฝ่ายประชาธิปไตยโง่เขลา แต่กลัวพวกเขาฉลาดเกินไป

บางครั้งเสียงเตือนจากเด็กอาจมีผล

รู้ทั้งรู้ว่ามีแผนยุทธศาสตร์ กรุณาใช้ด้วย

ในอดีต ฝ่ายประชาธิปไตยทำผิดหลายอย่าง เกิดการแบ่งเป็นสองพวก และไม่ยอมคุยกัน ไม่ยอมประนีประนอม เกิดเป็นแดงเหลือง ที่เหมือนพร้อมจะทำสงครามกลางเมือง อันนี้คือความผิด ในระบอบประชาธิปไตย จะต้องไม่รุกไล่ฝ่ายตรงข้ามจนไม่มีที่ยืน จนจนตรอก ฉันยังจำภาพที่ฝ่ายแดงรี่ตรงเข้าไปทำร้ายคุณอภิสิทธิ์ ขณะที่เขานั่งอยู่ในรถ มันเป็นการกระทำที่ผิด และวันนั้นคุณอภิสิทธิ์ก็เกิดความกลัวที่แท้จริง หน้าของเขาถอดสี

หากมวลชนถูกต้อนเข้าสู่ริมหน้าผา คือใกล้สู่จุดของการเกิดศึกกลางเมือง

มันเปิดโอกาสให้มือที่สามฉวยโอกาส

วันนี้ประเทศไทยก็ได้เรียนรู้สิ่งใหม่บางอย่าง เราได้บทเรียน

อย่าทำผิดซ้ำอีก เราต้องให้เกียรติคุณอภิสิทธิ์ เพราะเขาคือตัวแทนของคนไทยอีกหลายล้านคน เราต้องตระหนักเช่นนี้อยู่เสมอ เขาเปรียบเหมือนประมุขของประเทศหนึ่ง เราต้องคุยกับเขาด้วยการทูต อย่างมีเหตุผล และมีความสุภาพ ที่ผ่านมา ฉันเห็นความมัน ความคึกคะนองของฝ่ายแดง แต่ผลสุดท้ายเล่า ฝ่ายแดงจะถูกตีหนักที่สุด ฝ่ายแดงมีหลายกลุ่ม แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกหลงฝัน หลงมโน ฉันเสียใจยิ่งนัก

ฝ่ายประชาธิปไตย อาจเป็นลูกแกะ แต่เราก็ฉลาดขึ้นได้ เราต้องเรียนรู้จากธรรมชาติ จากพฤติกรรมของฝ่ายทหารเอง อย่าลืมว่าฝ่ายทหารก็เฝ้าสังเกตพฤติกรรมของเราด้วยเช่นกัน

ยังจะมีอีกไหม การทำรัฐประหาร เราต้องตัดไฟนี้ที่ต้นขั้ว

ที่ผ่านมา เราทำความผิด เราเปิดทางให้เขาเอง เราไปช่วยเปิดประตูให้พวกเขาเข้าเมืองเอง

บทความก่อนหน้านี้เปิดตำนาน-หลักฐาน-จารึก เพื่อศึกษา วิวัฒนาการ “กินเมี่ยง”ของ “คนล้านนา”
บทความถัดไปเจาะใจ “ฟอนตาเนียล” หลังได้คุมมวยชาย-หญิง เบ็ดเสร็จ เมื่อ “กฎ” เปลี่ยน “เรา” ต้องเปลี่ยน!