ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต/’เอ็กซ์เทรล’ บิ๊กไมเนอร์เชนจ์ นิสสันทิ้งทวน ‘ทั้งสวย-ไฮเทค’

สันติ จิรพรพนิต

ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต/[email protected]

‘เอ็กซ์เทรล’ บิ๊กไมเนอร์เชนจ์

นิสสันทิ้งทวน ‘ทั้งสวย-ไฮเทค’

วางขายในตลาดเมืองไทยมานานหลายปีแล้ว “นิสสัน เอ็กซ์เทรล” รถเอสยูวีแบบ 5+2 ที่นั่ง และแบบ 5 ที่นั่ง จึงถึงเวลาพอเหมาะพอควรที่จะปรับโฉมครั้งใหญ่ชนิด “บิ๊กไมเนอร์เชนจ์”

คนไทยคุ้นเคยกับเอสยูวีรุ่นนี้ดี เพราะเข้ามาทำตลาดกว่า 10 ปีแล้ว ปัจจุบันเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3

รุ่นแรกและรุ่น 2 นั้นออกแบบลักษณะคล้ายๆ กล่อง มีความเหลี่ยมและเพิ่มโค้งมนในบางจุด

เจนฯ แรกเข้ามาเมืองไทยช่วงปี 2548 ซึ่งถือว่าอยู่ในปลายๆ อายุแล้ว เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากบริษัทสยามกลการ มาเป็นบริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่บริหารโดยบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น

แต่เอ็กซ์เทรลที่นำเข้าจากอินโดนีเซีย เจอดาบ 2 ด้วยราคาน้ำมันที่แพงเว่อร์ในช่วงนั้น ทำให้ยอดขายลุ่มๆ ดอนๆ

มาในเจนฯ 2 นิสสันยังลังเลอยู่พักใหญ่ ก่อนตัดสินใจนำเข้ามาทำตลาดอีกครั้งหลังจากเปิดตัวต่างประเทศถึง 2 ปี แต่ด้วยรูปทรงที่ไม่ต่างจากรุ่นแรกมากนัก จึงได้รับความนิยมปานกลางเท่านั้น

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าในระดับโลกนั้น “เอ็กซ์เทรล” ทั้ง 2 เจนฯ ขายดิบขายดีเหลือเกิน โดยเฉพาะในญี่ปุ่นครองแชมป์ยอดขายรถเอสยูวีหลายปีซ้อน

กระทั่งมาถึงเจนฯ 3 หรือรุ่นปัจจุบัน ที่เอ็กซ์เทรลปรับโฉมอย่างสิ้นเชิง เพราะดูสปอร์ตขึ้น บวกกับความไฮเทคโนโลยีทำให้ครองแชมป์ยอดขายเช่นเดิม และบางปีขึ้นไปเป็นอันดับ 1 ของโลกได้ด้วย

ส่วนในเมืองไทย “เอ็กซ์เทรล” เจนฯ 3 มีเสียงตอบรับอย่างสูงเพราะดูสวยกว่า 2 เจนฯ แรกอย่างมาก ทั้งยังมีรุ่นเครื่องยนต์ “ไฮบริด” ให้เลือกตามสมัยนิยมด้วย

 

“เอ็กซ์เทรล” ใหม่ ที่แม้จะเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ แต่หากดูรายละเอียดภายนอก-ภายใน ถือว่าเปลี่ยนไปมากพอสมควร

กระจังหน้ารูปตัววี หรือ “V-motion” เอกลักษณ์การออกแบบของนิสสัน ไฟหน้ามาพร้อมระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (High Beam Asisst : HBA) พร้อมทั้งไฟตัดหมอก กันชน และไฟแอลอีดี เดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลต์

ปรับกันชนด้านหลังใหม่ ให้โค้งรับและเข้ากันกับไฟท้ายแบบ LED ทรงบูมเมอแรง รวมถึงบานจับประตูด้านข้างแบบเคลือบโครเมียม

ล้ออัลลอยใหม่ขนาด 19 นิ้ว สำหรับรุ่น 2.5VL 4WD เสริมให้เอ็กซ์เทรลใหม่นี้ดูโดดเด่นและหรูหรา

ติดตั้งสปอยเลอร์หลัง และรางหลังคา

ระบบเปิด-ปิดประตูท้ายอัตโนมัติด้วยระบบแฮนด์ฟรี

ภาพรวมเส้นสายดูมีมิติยิ่งขึ้น รวมถึงซุ้มล้อใหญ่และความโค้งมนบนฝากระโปรง

ส่วนภายในเป็นที่นั่งในรูปแบบ 5+2 ที่นั่ง (รุ่น 2.5 ลิตร) และ 5 ที่นั่ง (รุ่นไฮบริด 2.0 ลิตร)

พวงมาลัยใหม่ “D-Shaped” รูปทรงสปอร์ต แบบแร็กแอนด์พิเนียน ภายในที่ให้ความรู้สึกสบายและพื้นที่มากขึ้น รวมถึงพนักพิงเบาะหลังปรับเอนได้ เพื่อมความสบายยามเดินทางระยะไกล

ที่นั่งแถว 2 สามารถแยกพับได้ 60:40 และที่นั่งแถว 3 แบบ 50:50 สามารถพับเก็บได้อย่างสมบูรณ์

ระบบความบันเทิงรูปแบบใหม่ แบบ A-IVI เพิ่มสไตล์และความหรูหรา

หลังคาพาโนรามิกซันรูฟมีขนาดใหญ่ขึ้น เพิ่มความสปอร์ต

 

ขุมพลังยังใช้แบบเดิม มีให้เลือก 2 บล๊อก เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร กำลังสูงสุด 171 แรงม้า แรงบิดสูงที่ 233 นิวตันเมตร

และเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้า แรงบิดสูงที่ 200 นิวตันเมตร เสริมจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้แรงม้าสูงสุด 41 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร

ทำงานควบคู่กับระบบเกียร์ XTRONIC CVT พร้อม ระบบ manual mode 7 สปีด

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมโรเตอร์สวิตช์ (4x4i with roter switch) เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ทั้งออนโรดและออฟโรด

เลือกโหมดการขับเคลื่อนได้ 3 รูปแบบ ขับเคลื่อน 2 ล้อ ขับเคลื่อน 4 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ

ระบบความปลอดภัย อาทิ ถุงลม 6 จุด (คู่หน้า ถุงลมด้านข้าง และม่านถุงลมด้านข้าง)

ระบบช่วยลดความเร็วอัตโนมัติในขณะถอนคันเร่งหรือเข้าโค้ง (Active Engine Brake : AEB)

ระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ (Active Ride Control : ARC)

ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง (Active Trace Control : ATC)

ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist : HSA)

ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control : HDC)

ระบบป้องกันการลื่นไถลขณะถนนลื่น (Active Brake Limited Slip : ABLS) ฯลฯ

 

ที่ถือว่าโดดเด่นสุดสำหรับรถค่ายนี้ในระยะหลังๆ ไม่พ้นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ไฮเทคมากขึ้น

เริ่มจากระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ สามารถชะลอรถตามความเร็วของรถคันหน้า และรักษาระยะห่างระหว่างรถตามที่ปรับไว้ได้เองโดยอัตโนมัติ เมื่อสามารถกลับมาใช้ความเร็วได้ ระบบจะปรับความเร็วขึ้นเองโดยอัตโนมัติ กลับไปสู่ความเร็วที่ผู้ขับได้ตั้งไว้

เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย หรือ Rear Cross Traffic Alert (RCTA) ระบบเตือนระหว่างเข้าเกียร์ถอยหลัง เมื่อตรวจพบรถที่กำลังเคลื่อนเข้ามาด้านหลังทั้งซ้ายและขวา ระบบจะส่งสัญญาณเตือนพร้อมไฟกะพริบเตือนในด้านเดียวกับที่มีรถเคลื่อนที่เข้ามา

ช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ หรือ Intelligent Forward Collision Warning (FCW) หากพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้า ระบบจะส่งสัญญาณ และเสียงเตือน

ระบบเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ หรือ Intelligent Emergency Braking (IEB) ทำงานร่วมกับระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ โดยวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็ว ด้วยกล้องด้านหน้าแล้วช่วยชะลอความเร็วและหยุดรถ บรรเทาอุบัติเหตุและความเสียหายที่อาจเกิดจากการชนรถยนต์ด้านหน้า

กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง หรือ Intelligent Around View Monitor (iAVM) มองเห็นภาพพื้นที่ข้างรถได้รอบทิศทางผ่านกล้อง 4 ชุดรอบคันกล้องทุกตัวจะจับภาพขณะเคลื่อนไหวจริง แสดงผลเป็นภาพจากมุมสูงผ่านหน้าจอวิทยุ

ระบบเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน หรือ Moving Object Detection (MOD) ตรวจจับและส่งสัญญานเตือนเมื่อตรวจพบบุคคลหรือวัตถุที่กล้องรอบคันจับการเคลื่อนไหวได้

มี 6 สีให้เลือก ได้แก่ สีแดง เรเดี้ยนเรด, สีดำ แบล๊กสตาร์, สีขาว สตอร์มไวต์, สีเงิน บริลเลี่ยนซิลเวอร์, สีเทา ดีพไอริสเกรย์ และสีใหม่ ส้ม โมนาร์ช

มี 5 รุ่นย่อยให้เลือกตามการใช้งาน

2.5S 2WD ราคา 1,350,000 บาท

2.5V 2WD ราคา 1,460,000 บาท

2.5VL 4WD ราคา 1,660,000 บาท

2.0V 4WD Hybrid ราคา 1,537,000 บาท

2.0VL 4WD Hybrid ราคา 1,617,000 บาท

บทความก่อนหน้านี้วางบิล/เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ /เส้นทางเดินจากประชาชาติถึงมติชน
บทความถัดไปเศรษฐกิจ / สะท้อนสังคมไทย หนี้ครัวเรือนท่วม แก่แต่จน แก้ปัญหาต้องร่วมบูรณาการ