การ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์/อสูรดิบ เล่ม 1

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

การ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

อสูรดิบ เล่ม 1

การ์ตูนญี่ปุ่นเล่มใหม่ เพิ่งวางตลาดเล่ม 1 อสูรดิบ ลิขสิทธิ์วิบูลย์กิจ โดยมุเนโยกิ คาเนชิ โระ และอาเคจิ ฟูจิมูระ เรื่องราวของมนุษย์โครมันยอง เมื่อ 30,000 กว่าปีก่อน มีภาพวาดฝูงมนุษย์ล่ากวางบนผนังถ้ำ และรูปนักล่าใส่ชุดหนังสัตว์ถือหอกรุมกวางยักษ์ตัวหนึ่ง
ทำเอาต้องเปิดหาเรื่องมนุษย์โครมันยองมาอ่านก่อนเลยทีเดียว
มนุษย์โครมันยอง เขียนว่า Cro-Magnon Man หรือ Cro-Magnons หมายถึงมนุษย์สมัยใหม่รุ่นแรกๆ คือ Early Modern ซึ่งอาศัยอยู่บนโลกเมื่อประมาณ 45,000-15,000 ปีที่แล้ว เป็นมนุษย์ที่สืบต่อมาจากมนุษย์ยุคเก่าที่เรียกว่านีแอนเดอร์ธัลโบราณ คือ Archaic Neanderthal ซึ่งอาศัยอยู่บนโลกเมื่อประมาณ 300,000-40,000 ปีที่แล้ว
ชื่อโครมันยองนี้เป็นชื่อของเพิงหินเก่า (rock shelter) ที่ Les Eyzies-de-Tayac ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นที่ขุดพบกะโหลกศีรษะของมนุษย์โครมันยองเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1868 ถึงปัจจุบันเราเรียกมนุษย์โครมันยองด้วยชื่อที่เป็นทางการว่า European early modern humans (EEMH)
ตานี้มาอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นที่เล่าเรื่องมนุษย์รุ่นแรกของยุโรปกันต่อ

ดาด้ากลับจากล่าสัตว์ เขาได้ชีก้าตัวใหญ่กลับมา ดาด้าเป็นชายหนุ่มล่ำสันผมยาว เปลือยท่อนบน มีลวดลายบนตัว สวมสร้อยคอทำจากเขี้ยวสัตว์ นุ่งกางเกงหนังสัตว์และเดินเท้าเปล่า ชีก้าเป็นสัตว์คล้ายกวาง มีเขาขนาดใหญ่แผ่กิ่งก้านสวยงาม
ดาด้าวางชีก้าไว้กับพื้นแล้วเดินเข้ากระโจมหนังสัตว์ที่ซึ่งภรรยาชื่อ ลูลู ท้องแก่ใกล้คลอดรออยู่
“เด็กที่เกิดมาในคืนที่จันทราสีแดง จะเป็นภัยพิบัตินำมาซึ่งการล่มสลาย” เป็นผู้อาวุโสพูดขึ้น “ถ้าลูกของเจ้าเกิดขึ้นมาในคืนนี้ เราจะต้องฆ่าลูกของเจ้า”
ดาด้าปฏิเสธ ผู้อาวุโสจึงทำพิธีพูดกับพระอาทิตย์ พระอาทิตย์ตอบกลับมาว่า “ก่อนที่จันทราสีแดงจะหายไปและตะวันขึ้นขอบฟ้า เจ้าจะต้องเอาชีวิตวอลก้าราชาแห่งทุ่งหญ้าสีดำมาถวาย ถ้าทำไม่ได้ต้องมอบชีวิตลูกของเจ้ามา”
ดาด้าคว้าอาวุธออกเดินทางท่ามกลางเสียงร้องห้ามของเพื่อนฝูง “เด็กทำใหม่ได้ ดาด้า เอาชีวิตตัวเองไว้ก่อนเถอะ” แต่ดาด้าไม่ฟัง เขาออกเดินทางพร้อมโมงุ เด็กหนุ่มผมหยิกที่ชอบวาดรูป
พวกเขาพบโอจา สัตว์คล้ายเสือนอนตายอยู่ เป็นฝีมือของวอลก้า
วอลก้าโผล่มาแล้ว มันคือแรดยักษ์สองนอ นอที่หนึ่งโค้งขึ้นสูงเหมือนปลายหอก ดาด้ากำหอกแหลมเดินเข้าหา กระโดดสูงใช้มือหนึ่งเสียบลงปลายนอแหลมแล้วยึดไว้ อีกมือหนึ่งพุ่งหอกสังหารไม่ยั้ง

ลูลูคลอดแล้ว จันทรากำลังจะลับ ตะวันกำลังจะขึ้น ผู้อาวุโสเตรียมฆ่าเด็กชายที่เพิ่งถือกำเนิดมา ทันใดนั้นดาด้ากลับมาพร้อมซากวอลก้า มันชิงตัวลูกชายคืนจากผู้อาวุโสแล้วตั้งชื่อว่า อาคู แปลว่า จันทราสีแดง
เด็กหนุ่มโมงุวาดวีรกรรมของดาด้าครั้งนี้ไว้บนผนังถ้ำ
มนุษย์โครมันยองสูงประมาณ 166-171 เซนติเมตร ใบหน้าใหญ่ ตาตี่ คางแบน ขากรรไกรล่างบึกบึน กะโหลกศีรษะต่ำแต่มีความจุสมอง 1,600 ลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งมากกว่ามนุษย์ยุโรปปัจจุบัน
มนุษย์โครมันยองสามารถสร้างเครื่องมือและอาวุธจากเขากวาง หินเหล็กไฟ กระดูกสัตว์ สามารถวาดภาพบนผนังถ้ำ ประดับร่างกายด้วยเขี้ยว กระดูกและหนังสัตว์ ที่สำคัญคือชอบปั้นหุ่นรูปคนขนาดต่างๆ ที่ขุดพบมักเป็นหุ่นสตรีรูปร่างอ้วนอุดมสมบูรณ์ พวกเขาล่าหมี แมมมอธ กวาง ม้าด้วยหอก พวกเขายังไม่มีธนู พวกเขาสร้างบ้านด้วยหนังสัตว์ หรืออาศัยในหลืบผา หรือที่สร้างด้วยกระดูกแมมมอธก็มี
ไม่ทราบเหมือนกันว่ามนุษย์โครมันยองชอบวาดลวดลายบนตัวเหมือนในหนังสือการ์ตูนเล่มนี้หรือเปล่า
เรียกว่าเท่าที่อ่านมา นอกเหนือจากหน้าตาและรูปร่างที่แสนจะหล่อเหลาและสวยงามของพระเอกนางเอกแล้ว สภาพแวดล้อมทั่วไปของโครมันยองก็มิได้เสกสรรปั้นแต่งเอาเองมากเกินไป

เวลาผ่านไป อาคูโตแล้ว กลายเป็นเด็กไม่ดีประจำเผ่า เป็นที่รังเกียจของเด็กๆ คนอื่นและพวกแม่ๆ นักล่าดาวเด่นประจำเผ่ามิใช่ดาด้าอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นเด็กหนุ่มร่างงามชื่อโบโรจาย
ดาด้าตกต่ำเป็นช่างทำและซ่อมแซมอาวุธ มันเสียดวงตาและมือไปข้างหนึ่งในการล่าแรดยักษ์ครั้งนั้น ครอบครัวถูกไล่ออกมาอยู่ชายขอบของเผ่า มันสร้างปลายหอกแหลมทำด้วยหินให้พวกนักล่า รวมทั้งโบโรจาย แม้ว่าอาคูจะถูกผู้คนเหยียดหยาม แต่เขาก็มีความสุขกับพ่อแม่และโมงุ ศิลปินที่อาศัยอยู่ในถ้ำ
วันหนึ่งโบโรจายออกล่าสัตว์กับพวก สัตว์ยักษ์เท่าท้องฟ้าปรากฏตัว มันย่ำและขวิดด้วยงาโค้งขนาดมหึมาของมัน ครั้งนี้โบโรจายต้องตายแน่ เป็นอาคูขว้างก้อนหินใส่สัตว์ยักษ์ เป็นจังหวะที่โบโรจายจู่โจมมันบาดเจ็บถอยหนีไป โบโรจายแบกศพเพื่อนกลับไปที่เผ่า นี่เป็นครั้งแรกที่มันเห็นกรัช ภูผาแห่งความสิ้นหวัง
ผู้อาวุโสจัดประชุมหมู่บ้าน กล่าวหาอาคูว่าเป็นตัวซวยนำโชคร้ายมาเยือน โบโรจายนิ่งเงียบไม่พูดจา ไม่บอกใครว่าเป็นอาคูที่ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ ดาด้าพ่อของอาคูกล่าววาจาไม่เชื่อถือผู้อาวุโสและพระอาทิตย์ เขาอาสาจะเร่งผลิตหอกหินเพื่อให้เหล่านักล่าได้ใช้ต่อสู้กับกรัช
ช้าไปแล้ว คืนนั้นกรัชบุกเข้ามาในหมู่บ้าน แต่นั่นไม่ใช่ตัวเดิม นั่นเป็นเพียงลูกของมัน ที่ตามหลังมาคือแม่แมมมอธตัวมหึมา!
ได้ตายกันถ้วนหน้าแน่คราวนี้

แมมมอธมีชีวิตอยู่ตั้งแต่ห้าล้านปีก่อนมาจนถึงเมื่อ 4,500 ปีก่อนแล้วหายไป แมมมอธยุคแรกในแอฟริกาหายไปตั้งแต่ 3-4 ล้านปีก่อน แต่จำนวนหนึ่งอพยพสู่ยุโรปและเอเชีย รูปร่างของแมมมอธเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เฉพาะที่พบในยุโรปนั้นหายไปตั้งแต่ประมาณ 12,000 ปีก่อน ก่อนที่จะปรากฏตัวขึ้นใหม่อีกที่ยูเรเซียและเป็นบรรพบุรุษของช้างในปัจจุบัน
แรด สัตว์ที่มีจมูกเป็นเขา (rhino แปลว่าจมูก ceros มาจาก keras แปลว่าเขา) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เก่าแก่กว่าแมมมอธเสียอีก มีอายุมาตั้งแต่มากกว่าสิบล้านปีก่อน แรดขาวและแรดดำมีสองนอพบในแอฟริกา แรดอินเดียและแรดชวามีนอเดียว ไม่รู้เหมือนกันว่าดาด้าพบแรดอะไรในยุโรป
มนุษย์โครมันยองฝังศพคนตาย ตอนที่โบโรจายแบกเพื่อนกลับมาฝังเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนทำการบ้านมา เขาขุดหลุมและฝังศพเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้เครื่องเคียงข้างจอ/ วัชระ แวววุฒินันท์/ธรรมชาติ กับ พุทธศาสนา
บทความถัดไปอุรุดา โควินท์ / ความทรงจำ : ช้อนไม่จำเป็น