เขย่าสนาม / เด็กเก็บบอล/โควิด-19 กับไทยลีก ที่หาจุดจบไม่ได้เสียที

เขย่าสนาม/เด็กเก็บบอล [email protected]

โควิด-19 กับไทยลีก

ที่หาจุดจบไม่ได้เสียที

 

ผลพวงจากการระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ในประเทศไทยระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อวงการกีฬาเป็นวงกว้างอีกครั้ง การแข่งขันกีฬาหลายประเภทต้องหยุดชะงักไปก่อน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้กำลังกลับมาฟื้นตัวได้

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแข่งขัน วิ่งมาราธอน ต่างๆ ที่ต้องปรับระบบใหม่ หันมาจัดการแข่งขันแบบเวอร์ช่วลรันกัน หรืออย่าง มวยไทย ก็ต้องยุติการแข่งขันลงทุกเวทีมวย เช่นเดียวกับการแข่งขัน วอลเลย์บอลลีก ที่ต้องพักการแข่งขันแบบไม่มีกำหนดกลับมาแข่งขันกันใหม่ว่าจะได้แข่งต่อเมื่อใด

ขณะเดียวกันเมื่อประเทศไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นและหลายๆ จังหวัดเริ่มมีมาตรการในส่วนของการเดินทางข้ามจังหวัด อันส่งผลกระทบต่อการแข่งขันฟุตบอลไทยที่จะต้องมีการเดินทางจำนวนมาก

ทำให้ทาง บริษัท ไทยลีก จำกัด ได้เรียกสโมสรประชุม ก่อนจะมีมติให้ฟุตบอล ไทยลีก 1-2เลื่อนการแข่งขันในเดือนมกราคมออกไปก่อน และดูสถานการณ์ค่อยกลับมาแข่งขันกันต่อ

แต่ในส่วน ไทยลีก 3 นั้นถูกตัดจบการแข่งขันในรอบโซน แล้วจัดเอาอันดับ 1-2 ของแต่ละโซนไปเล่นรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งจะมีกำหนดการแข่งขันภายหลังต่อไป

 

การเลื่อนการแข่งขันของ 2 ลีกบนสุดนั้นพอจะเข้าใจได้ เพราะว่าเป็นลีกที่มีมูลค่าสูงกว่า บวกกับการแข่งขันในไทยลีก 3 มาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว การตัดจบไปไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก

เพียงแต่การตัดจบไทยลีก 3 มันก็มีผลกระทบต่อตัวนักฟุตบอลอย่างมาก เพราะสำหรับทีมที่ไม่ได้ลงเล่นต่อในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก จะทำให้พวกเขาเว้นวรรคไม่มีการแข่งขันไปนานอีกหลายเดือน ประกอบกับนักฟุตบอลไทยลีก 3 เซ็นสัญญากันแบบปีต่อปี เมื่อหยุดแข่ง ก็เท่ากับไม่มีรายได้ไปจนกว่าจะกลับมาแข่งขันอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายจัดการแข่งขันเองก็บอกว่านี่เป็นมติที่ได้รับความเห็นชอบจากทั้ง 80 กว่าทีมในไทยลีก 3 แล้ว เนื่องจากว่าการแข่งขันเหลือเพียงไม่ถึงเดือนเท่านั้น บวกกับการเลื่อนครั้งนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะกลับมาแข่งขันอีกครั้งได้เมื่อไหร่

ดังนั้น การตัดจบไปเลยจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

 

แต่ปัญหาของไทยลีก 3 ยังไม่จบแค่นั้น เพราะการจะหาทีมเข้าไปเล่นรอบแชมเปี้ยนลีก ก็ยังคงมีเรื่องให้ถกเถียงกันต่อ เพราะมีบางโซนที่เงื่อนไขมีปัญหา ไม่สามารถตัดสินได้ว่าใครจะเป็นทีมที่ควรเข้าไปลุ้นเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 ได้

นั่นก็คือโซนภาคเหนือ แม่โจ้ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 2 ลงเล่น 15 นัด มี 33 คะแนน กับ พิษณุโลก เอฟซี ที่ลงเล่น 14 นัด มี 32 คะแนน

ทีมแม่โจ้ฯ ที่คะแนนเยอะกว่า ก็ต้องการได้สิทธิไปเล่นในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก แต่ทางพิษณุโลกเองก็อ้างว่าตัวเองแข่งน้อยกว่า ถ้าหากแข่งครบก็มีโอกาสจะแซงขึ้นอันดับ 2 ได้

ต่างฝ่ายต่างงัดกฎกันขึ้นมา จนสุดท้ายทางไทยลีกและที่ประชุมเสนอให้วัดกันที่เฮดทูเฮดของทั้งสองทีม ซึ่งแข่งกันไปแค่นัดเดียว และจบด้วยสกอร์ 0-0 จึงต้องตัดสินด้วยเงื่อนไขประตูได้-เสีย, ประตูได้ รวมถึงแฟร์เพลย์ ซึ่งพิษณุโลกดีกว่าทุกเงื่อนไข เลยได้รับสิทธิไปเล่นรอบแชมเปี้ยนส์ลีก

แน่นอนว่าเมื่อตัดสินออกมาแบบนี้ ทางฝั่งแม่โจ้ฯ เองก็ไม่ยอมและพร้อมใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้มีการพิจารณาใหม่

ประเด็นนี้สอบถามทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะต้องนำเรื่องเข้าสภากรรมการ เพื่อให้มีการพิจารณากันอีกครั้ง เพราะก็เข้าใจทางด้านแม่โจ้ ยูไนเต็ด ที่เสียผลประโยชน์เช่นกัน

 

ส่วนไทยลีก 1-2 ที่ต้องเลื่อนการแข่งขัน (อีกแล้ว) ก็เป็นที่น่าเป็นห่วงเช่นกัน ว่าจะกลับมาแข่งขันได้เมื่อไหร่

ต้องไม่ลืมว่าการแข่งขันไทยลีกฤดูกาล 2020/2021 นั้นเริ่มต้นมาตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ปีก่อน จนนี่จะครบปีอยู่แล้ว ยังไม่สามารถหาผู้ชนะได้เลย

จากการระบาดครั้งก่อนทำให้ฟุตบอลลีกต้องเลื่อนแข่งขันมากว่า 6 เดือน จนส่งผลกระทบต่อทั้งระบบ ทั้งการถูกทรูวิชั่นส์ไม่จ่ายค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอด เพราะถ่ายไม่ครบตามจำนวนสัญญา ปัจจุบันสโมสรยังไม่ได้เงินสนับสนุนทีมในงวดที่ 2 และ 3 เลยด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ทุกคนมีประสบการณ์จากหนก่อน และมีมาตรการหลายๆ อย่างที่จะทำให้การแข่งขันสามารถดำเนินต่อไปได้ ซึ่งต้องรอดูว่าทางบริษัท ไทยลีก จำกัด จะนำมาตรการต่างๆ ไปเสนอกับ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้เมื่อไหร่ และจะได้รับไฟเขียวให้กลับมาแข่งขันได้เร็วแค่ไหน

ขณะเดียวกันปัญหาที่จะตามมาหลังจากการกลับมาแข่งขัน คือจำนวนโปรแกรมที่ต้องลงเตะถี่มากขึ้น เพื่อให้จบฤดูกาลไม่ช้าไปจากกำหนดการเดิมคือกลางเดือนมีนาคมมากนัก โดยมีการตั้งเป้าให้จบในช่วงต้นเดือนเมษายน

เท่ากับว่าแต่ละทีมอาจจะต้องเจอโปรแกรมแบบ 3 วันต่อนัด ดังนั้น จะส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายของนักเตะ ทำให้อาจจะมีการเสนอใช้งานกฎเปลี่ยนตัวแบบ 5 คนขึ้นมา เพราะเข้าเงื่อนไขว่าลีกได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และต้องเร่งเตะให้จบตามกำหนดการ

 

ในขณะที่ทุกคนพยายามจะให้การแข่งขันสามารถเดินหน้าต่อไปจนจบฤดูกาล แต่ก็มีบางทีมที่อยากจะใช้ผลประโยชน์จากการที่แข่งขันไม่ได้ ยื่นแนวคิดเห็นแก่ตัวด้วยการตัดจบการแข่งขันเลย โดยไม่มีทีมตกชั้น และให้เพิ่มจำนวนทีมในฤดูกาลหน้าขึ้นมาแทน เพราะทีมตัวเองอยู่ในโซนตกชั้นนั่นเอง

กลับกันบางคนเสียผลประโยชน์หลายๆ อย่าง แต่ก็บอกว่าให้ทำอย่างไรก็ได้ ใช้กฎแบบไหนก็ได้ เพื่อให้ฤดูกาลนี้ปิดฉากโดยเร็ว จะได้กลับมาแข่งขันใหม่ในฤดูกาลหน้า ที่จะได้ค่าลิขสิทธิ์เพิ่มมากขึ้นแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยเสียที

ก็หวังว่าทุกอย่างจะออกมาได้ข้อสรุปโดยเร็ว และให้ฟุตบอลลีกกลับมาแข่งขันเพื่อหาบทสรุปได้เสียที

เพราะทุกคนก็รอกันมานานเหลือเกิน

บทความก่อนหน้านี้วิถีแห่งกลยุทธ์ เหมยฉางซู / เสถียร จันทิมาธร : ลมหนาว พราก กลบเสียงขาน
บทความถัดไปโฆษก ปชป. สอนโฆษกก้าวไกล อย่าเป็น ส.ส.ทวิตเซ่อ กรณีภาพตัดต่อ ปธ.ชวน : เสรีภาพ ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ทำร้ายใครก็ได้