เศรษฐกิจ / ภาคท่องเที่ยวท้ายปีสุดหิน เสียวโควิดระบาดรอบ 2 กลบความหวังเปิดรับต่างชาติเลือนลาง

เศรษฐกิจ

 

ภาคท่องเที่ยวท้ายปีสุดหิน

เสียวโควิดระบาดรอบ 2

กลบความหวังเปิดรับต่างชาติเลือนลาง

 

ในปี 2562 ภาคการท่องเที่ยวไทยสร้างรายได้เข้าประเทศในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของประเทศไทย

ถือว่าเป็นสัดส่วนรายได้ในจำนวนมหาศาล

ทำให้ปี 2563 ฝันต่อ โดยอัดแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบจัดหนักจัดเต็ม หวังตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ปี 2562 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวในไทยสูงถึง 39.79 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้ในไทยกว่า 1.93 ล้านล้านบาท จากรายได้รวมทั้งตลาดต่างชาติและตลาดไทยเที่ยวไทยทั้งปี 2562 มีมูลค่ากว่า 3.01 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.37% เทียบกับปีก่อนหน้านั้น

แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขึ้น หนักมาตลอดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้รัฐบาลต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ปิดประเทศ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสไม่ให้แพร่ระบาดอย่างที่เกิดขึ้นกับหลายประเทศในขณะนี้ที่การระบาดยังรุนแรง สั่งปิดน่านฟ้า ไม่อนุญาตให้มีการบินระหว่างประเทศ

เมื่อทุกอย่างชะงัก นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้

รายได้ภาคการท่องเที่ยวที่พึ่งพาชาวต่างชาติ หายวับ 100% จำนวนผู้เดินทางเข้าไทยเป็นศูนย์

 

ตลาดต่างชาติหายไป นานเดือนเข้า กระทบทั้งผู้ประกอบการและเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงต้องโหมกระตุ้นคนไทยเที่ยวไทย เพื่อให้รายได้ในภาคการท่องเที่ยวกลับมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ กลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง

โหมโรงตั้งแต่มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศออกมา ผ่านโครงการเที่ยวปันสุข โดยมี 2 แพ็กเกจ ได้แก่ แพ็กเกจเราเที่ยวด้วยกัน โดยระยะเริ่มต้นให้สิทธิสนับสนุนโรงแรมที่พักจำนวน 5,000,000 ห้อง 1 สิทธิสามารถจองห้องพักได้ 5 ห้อง และช่วยส่วนต่างตั๋วเครื่องบินในอัตรา 40% ไม่เกิน 1,000 บาท ต่อมาเพิ่มจำนวนห้องพักเป็น 10,000,000 ห้อง 1 สิทธิสามารถจองห้องพักได้ 10 ห้อง และช่วยส่วนต่างตั๋วเครื่องบินในอัตรา 40% ไม่เกิน 2,000 บาท

รวมถึงแพ็กเกจกำลังใจ ที่ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) จำนวน 1.2 ล้านคน ลงทะเบียนรับสิทธิเที่ยวฟรี โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐจำนวน 2,000 บาท ซึ่งได้เปิดให้ อสม. อสส. และ รพ.สต. เริ่มเดินทางตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สำหรับแพ็กเกจเราเที่ยวด้วยกัน จากข้อมูลจากหน้าเว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com พบว่ามีผู้ใช้สิทธิจองโรงแรมที่พักและชำระค่าห้องพักแล้ว 902,339 สิทธิ จากยอดผู้ลงทะเบียนรวม 5.02 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 4.76 ล้านคน และทำการจองโรงแรมแล้ว 821,999 ห้อง ส่งผลให้มีมูลค่าการจองห้องพักทั้งหมด 2,435.6 ล้านบาท ซึ่งยังมีห้องพักเหลือกว่า 4,097,661 สิทธิ

ในส่วนของแพ็กเกจกำลังใจ ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีผู้ใช้บริการเพียง 10,000 รายเท่านั้น จากจำนวนทั้งหมด 1.2 ล้านคน ทำให้ทั้ง 2 แพ็กเกจดูจะยังไม่ตอบโจทย์ และเห็นผลดีเท่าที่ควร

 

การหันกลับมากระตุ้นตลาดในประเทศ ถือเป็นแนวทางที่ดี แต่เพราะมาในเวลาที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นแล้ว ทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ต้องยอมรับว่า ประเทศไทยพึ่งพารายได้หลักจากต่างชาติในสัดส่วนที่สูงมาก ทั้งภาคการท่องเที่ยวและภาคการส่งออก ซึ่งในสถานการณ์ปกติ ทั้ง 2 ภาคอุตสาหกรรม ถือเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่พอมีวิกฤตเข้ามา ก็ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกัน

หากประเมินในด้านการใช้จ่ายของคนไทย เปรียบเทียบกับต่างชาติ ก็มีความแตกต่างกันมาก เนื่องจากในการเดินทางท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต่างชาติจะใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาทต่อคนต่อทริป แต่คนไทยจะใช้จ่ายอยู่ที่ 3,000 บาทต่อคนต่อทริปเท่านั้น อีกทั้งพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวยังแตกต่างกันมาก เพราะต่างชาติจะนิยมใช้บริการเสริมในการเที่ยว อาทิ นวดสปา ดำน้ำดูปะการัง

การกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ ดูเหมือนจะไปได้ไม่สวยอย่างที่วาดหวังไว้ ภาคเอกชนจึงวอนขอให้รัฐบาล ทยอยเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงมีแนวคิดในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้รูปแบบการจำกัดพื้นที่เดินทางและอยู่อาศัย โดยจะนำร่องที่จังหวัดภูเก็ตก่อน

 

พอมีลุ้นที่จะเปิดให้ต่างชาติเข้ามา ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อในประเทศไทย เป็นนักโทษชาย ไม่มีประวัติเดินทางออกนอกประเทศ พบการติดเชื้อระหว่างกักตัวก่อนส่งเข้าเรือนจำ มีอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม โดยได้ติดตามตรวจสอบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 5 ราย เป็นการพบผู้ติดเชื้อในประเทศอีกครั้ง หลังจากที่ไม่พบมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 100 วัน

รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านชายแดนติดกับประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ และเกิดการระบาดโควิด-19 อีกครั้ง ทำให้ความเสี่ยงที่ประเทศไทยอาจเกิดการระบาดโควิด-19 ระลอก 2 มีเปอร์เซ็นต์สูง

ความหวังตั้งแต่ 1 ตุลาคม จะเริ่มเปิดประเทศต้อนรับต่างชาติ จึงดูเลือนรางมากเข้าไปทุกที แม้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประกาศเดินหน้าผลักดันและหวังเลื่อนจากเดือนตุลาคมไปเป็นพฤศจิกายน ก็ยังพอดีเข้าฤดูไฮซีซั่นคนเมืองหนาวเที่ยวเมืองอุ่นอย่างไทย

 

วิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า แนวทางการเปิดประเทศรับต่างชาติแบบมีเงื่อนไข แอตต้าเห็นด้วยและสนับสนุนการดำเนินการโครงการดังกล่าวอย่างเต็มที่

พร้อมทั้งเตรียมเสนอให้ภาครัฐพิจารณาเปิดการเดินทางท่องเที่ยวในกลุ่มท่องเที่ยวปลอดภัย ให้นักท่องเที่ยวจากเมืองหรือประเทศที่ไม่มีผู้ติดเชื้อเกิน 60 วัน สามารถเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน โดยเป็นการกำหนดพื้นที่ท่องเที่ยวเฉพาะแบบปิดเช่นเดียวกับที่กำลังจะเดินหน้านำร่องในจังหวัดภูเก็ต และอาจขยายพื้นที่ไปในจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ ของไทย อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย พัทยา และจำกัดให้นักท่องเที่ยวเดินทางในพื้นที่จังหวัดเท่านั้น

เขาย้ำว่า หากประเทศไทยยังไม่สามารถเปิดการเดินทางให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้ในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ เชื่อว่ามีแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอาจตกงานกว่า 2 ล้านคน และมีภาคเอกชนท่องเที่ยวต้องปิดกิจการอีกมาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้จนถึงปัจจุบัน บริษัททัวร์นำเที่ยว ร้านอาหาร ร้านนวดสปา ปิดกิจการชั่วคราวและยังไม่กลับมาเปิดใหม่กว่า 90%

หากต่างชาติที่เป็นตลาดหลักของธุรกิจเหล่านี้ ยังไม่สามารถเข้ามาเที่ยวไทยได้ เห็นการปิดกิจการถาวรเพิ่มเติมไม่ต่ำกว่าการปิดชั่วคราว

 

สอดคล้องกับชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) มองว่า หากยังไม่มีการเปิดประเทศในเดือนที่เหลือปีนี้ ไทยยิ่งเสียโอกาสทางธุรกิจ เพราะนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในช่วงสภาวะวิกฤตแบบนี้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนมีฐานะ เพราะการที่เข้ามาท่องเที่ยวแบบจำกัดพื้นที่ มีการใช้จ่ายที่มากกว่าปกติ เคยใช้จ่าย 1 แสนบาทต่อคน อาจเพิ่มขึ้นเป็น 3 แสนบาท จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่มากขึ้น

อยากให้รัฐบาลเร่งสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในประเทศ และประชาชนในพื้นที่ที่ยังมีความกังวล รวมถึงยังไม่เข้าใจแนวคิด รัฐต้องสร้างความเชื่อมั่นว่า สามารถรับมือกับการระบาดโควิด-19 ควบคู่กับการเปิดรับต่างชาติ เพื่อให้ภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้

คำพยากรณ์ดังกล่าว เกิดจริง และไม่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติดั่งหวัง พูดได้ว่า เศรษฐกิจไทยเสร็จแน่!

บทความก่อนหน้านี้บทความพิเศษ/นงนุช สิงหเดชะ / ‘ตาสว่าง’ ข้างเดียวหรือเปล่า?
บทความถัดไปสมุนไพรเพื่อสุขภาพ / โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงตนเอง/ กระแจะตะนาว ตำรับโบราณ