ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต/’NEW MG EXTENDER’ กระบะยักษ์ใหญ่-ใส่ไฮเทค

สันติ จิรพรพนิต
Green lake at Triglav national park in Slovenia; Shutterstock ID 225422308; Purchase Order: -

ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต [email protected]

‘NEW MG EXTENDER’

กระบะยักษ์ใหญ่-ใส่ไฮเทค

 

หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดเก๋งและเอสยูวี ทั้งที่เข้ามาเพียง 5 ปีเท่านั้น ถึงนาทีนี้ “เอ็มจี” รุกตลาดเมืองไทยอีกเซ็กเมนต์กับ “กระบะ”

เมื่อเปิดตัว “NEW MG EXTENDER” มาในนิยาม “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง”

โดยระบุว่าเป็นปิกอัพที่ใหญ่ที่สุดในตลาดยามนี้

แน่นอน พลาดไม่ได้กับการใส่ความไฮเทคและระบบช่วยเหลือต่างๆ ที่มากกว่าปิกอัพค่ายอื่นๆ ในขณะที่ทำราคาให้เหมาะสม

เนื่องจากเป็นน้องใหม่ในตลาด จึงต้องอัดสิ่งต่างๆ มากขึ้นเพื่อจูงใจผู้บริโภค

ตลาดปิกอัพถือว่าเป็นตลาดใหญ่ของรถยนต์เมืองไทย ช่วงครึ่งปีแรกถือว่าเติบโตน่าพอใจ ขายได้สูงถึง 225,508 คัน เพิ่มขึ้น 8.7% เฉือนชนะตลาดเก๋ง ที่ครึ่งปีแรกทำได้ 206,540 คัน เพิ่มขึ้น 8.5%

การมาถึงของ “NEW MG EXTENDER” คงทำให้ตลาดนี้ยิ่งดุเดือดมากขึ้น

 

NEW MG EXTENDER มี 2 แบบหลักๆ คือ กระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) ที่มีความยาวกระบะท้ายถึง 1,900 มิลลิเมตร ยาวที่สุดในรถระดับเดียวกัน และแบบ 4 ประตู (Double Cab) มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (มีรุ่นยกสูง) และ 4 ล้อ

ตัวถังถือว่าขนาดบิ๊กไซซ์ มิติตัวถัง กว้าง 1,900 ม.ม. ยาว 5,365 ม.ม. ส่วนความสูงไม่เท่ากันเนื่องจากมีรุ่นยกสูง โดยแบบ Giant Cab สูง 1,720 ม.ม. และ 1,820 ม.ม. ขณะที่รุ่น Double Cab สูง 1,820 ม.ม. และ 1,850 ม.ม.

ภายนอกหนีไม่พ้นการออกแบบ “BRIT Dynamic” อันเลื่องชื่อของค่ายนี้ กระจังหน้าขนาดใหญ่ ไฟหน้าทรงเหลี่ยมแบบอัตโนมัติแบบ LED PROJECTOR พร้อมระบบควบคุมไฟหน้าปรับเลี้ยวตามองศาพวงมาลัย มีไฟเดย์ไทม์วิ่งตอนกลางวัน

รูปโฉมไฟหน้าคล้ายๆ แบรนด์เจ้าตลาดอยู่หน่อยๆ

กระจกมองข้างพับและปรับไฟฟ้า ไฟท้ายออกแบบแนวสปอร์ต

ล้ออัลลอยขนาด 16 และ 18 นิ้ว (แล้วแต่รุ่น) รุ่นยกสูงและขับเคลื่อน 4 ล้อมีบันไดข้างให้ด้วย

เส้นสายด้านหน้าและข้างเชื่อมต่อและดูมีมิติ ภาพรวมถือว่าเป็นรถที่สวยพอตัว

ภายในเน้นโทนดำแซมด้วยสีเงินหลายๆ จุด เพิ่มความสปอร์ต คอนโซลและแผงประตูตกแต่งพิเศษด้วยวัสดุแบบนิ่มสไตล์อังกฤษ พวงมาลัยพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น มีระบบควบคุมความเร็ว (เฉพาะรุ่น) เรือนไมล์ขนาดใหญ่แบบ 2 วงกลม พร้อมหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ

ขยับมาตรงกลางเป็นหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ วิทยุ MP3 AUX และช่องเชื่อมต่อ USB 2 ช่อง

รุ่น 4 ประตู เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะนั่งด้านหลัง พร้อมช่องเก็บของ ที่วางแขนพับเก็บได้ และเจาะช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังด้วย

 

ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบ ความจุ 1,996 ซีซี ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ หรือเกียร์ธรรมดา 6 สปีด จ่ายน้ำมันด้วยระบบคอมมอนเรล ไดเร็กอินเจ็กชั่น

ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,400 รอบต่อนาที

รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ติดตั้งระบบล็อกเฟืองท้ายมาให้ด้วย

ปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER

ช่วงล่างด้านหน้า อิสระปีกนกคู่ ล่างหลังแหนบแบบซ้อนแผ่น

โครงสร้างตัวถังนิรภัย FULL SPACE FRAME

ไม่พลาดกับความไฮเทคที่ใส่เข้ามาไม่แพ้เอสยูวีของค่าย

เริ่มจากระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ “i-SMART” เอกสิทธิ์เฉพาะของเอ็มจี ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถเชื่อมต่อกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการ หรือ “SMART Command” ผ่านระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ที่สามารถสั่งการให้โทร.ออก เปิด-ปิดหรือควบคุมระบบปรับอากาศ หน้าต่างฝั่งคนขับ ตลอดจนวิทยุภายในรถ รวมทั้งค้นหาจุดสนใจ

นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการบนสมาร์ตโฟนผ่าน “MG Mobile Application” สามารถเลือกฟังเพลงผ่าน Online Music ค้นหาร้านอาหารและที่พัก รวมทั้งเรียกดูข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ได้บนหน้าจอในรถ

การตรวจเช็กรถ หรือ “SMART Check” สามารถสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตู ตรวจสอบตำแหน่งและค้นหารถ แจ้งความผิดปกติ แจ้งสถานะการทํางานของรถ รวมถึงระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ

 

ระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM

อาทิ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง

กล้องมองภาพรอบทิศทาง สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลังและด้านหน้า

ระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer

ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System)

ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)

ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)

ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)

ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)

ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)

ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)

ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System)

ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)

ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System) ฯลฯ

มีให้เลือก 9 รุ่นย่อย แบ่งเป็น Giant Cab 5 รุ่น ราคาเริ่มต้น 549,000-729,000 บาท

แบบ DOUBLE CAB 4 รุ่น ราคา 759,000-1,029,000 บาท

“เอ็มจี” ยังการันตีว่า มีค่าบำรุงน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร ไม่เกิน 20,000 บาท

บทความก่อนหน้านี้คนมองหนัง | “โครงสร้างสังคม” ใน “นางสิบสอง 2562”
บทความถัดไปเปิดคำพิพากษาม็อบปี “53 นปช.ไม่ใช่ก่อการร้าย ชี้การต่อสู้ทางการเมือง จับตาต่อคืบหน้า 99 ศพ