รสนา อัด รบ.ผูกขาดกัญชาเอื้อประโยชน์นายทุน เสนอถอดออกจากพ.ร.บ.ยาเสพติด

รสนา อัด รบ.ผูกขาดกัญชาเอื้อประโยชน์นายทุน เสนอถอดออกจากพ.ร.บ.ยาเสพติด หนุนให้ทุกคนปลูกกัญชาได้ ภายใต้กำกับดูแลของรัฐ

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมเอนกประสงค์ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ศูนย์วิจัยนโยบายพลังงานและทรัพยากร มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับ มูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) และเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) จัดงานเสวนา “รวมพลคนสู้ทุน…(ผูกขาด)” โดยมี รศ.วิวัฒน์ชัย อัตถากร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) รศ.วิวัฒน์ชัย อัตถากร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี และน.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกรุงเทพมหานคร (ส.ว.กทม.) เป็นวิทยากร ซึ่งมีประชาชน เครือข่ายและผู้เกี่ยวข้องร่วมงานเสวนาจำนวนมาก

น.ส.รสนา กล่าวในหัวข้อ “กัญชาไทย ทำไมถึงติดล็อก” ว่า กัญชาเกิดมาเสรี แต่ถูกโซ่ตรวนให้กลายเป็นความร้ายแรงโดยรัฐบาล กัญชาถูกพันธนาการเกี่ยวข้องกับการเมืองทั้งสิ้น เนื่องจากการทำให้กัญชาผูกขาดโดยประชาชนจะไปขัดผลประโยชน์กับอุตสาหกรรมทั้งหลาย เพราะจะทำให้ประชาชนพึ่งตัวเองได้ โดยที่ไม่ต้องพึ่งนายทุน เพราะถ้ากัญชาสามารถนำไปสู่การพึ่งตัวเอง หากปล่อยให้กัญชาพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้งอย่างเสรี เชื่อว่ากัญชาจะกระทบต่อการเมืองทั่วโลก ระยะหลังคนเริ่มศึกษากัญชากันมากขึ้น พบว่าสารแคนนาบินอยด์ที่อยู่ในกัญชาเป็นสารช่วยปรับสมดุลในร่างกาย เป็นสารที่มีอยู่ในตัวมนุษย์และมีอยู่ในกัญชาเท่านั้น ถามว่าทำไมกัญชาถึงผิดกฎหมาย เพราะอดีตได้รับอิทธิพลจากการแพทย์แผนตะวันตกและอิทธิพลทางการเมืองของโลก ทำให้กัญชาในไทยที่เคยใช้มากว่า 300 ปี ต้องออกกฏหมายล้อตามทั่วโลก โดยปี 2477 ได้ออกกฎหมายห้ามใช้กัญชากับประชาชนทั่วไป แต่ยังสามารถเปิดให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์ ซึ่งมีจำนวน 99 ตำรับครอบคลุมถึงฝิ่นด้วย ต่อมาปี 2522 ไทยออกกฎหมายทำให้กัญชาเป็นยาเสพติด กระทั่งปี 2562 มีกฏหมายปลดล็อกกัญชาให้ใช้ทางการแพทย์ได้ แต่ก็เป็นการปลดล็อกแบบครึ่งๆกลางๆ นับเป็นเวลา 40 ปีแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาจะไม่มีการลักลอบใช้กัญชา ทว่าประชาชนยังคงลักลอบปลูกและใช้มาตลอด หากไม่ใช่กัญชาล็อตใหญ่ที่มีสายแจ้งตำรวจ ก็น้อยมากที่ประชาชนจะถูกจับ เพราะก็ยังมีประชาชนนิยมใส่ในก๋วยเตี๋ยว หรือข้าวตามร้านอาหารทั่วไป ขณะที่ประเทศยุโรป สหรัฐอเมริกา เยอรมัน ประชาชนในบ้านเขาเริ่มต่อสู้เพื่อปลดล็อกกัญชามาก่อนไทย 20 ปีแล้วหลังจากช่วงนั้นมีการค้นพบประโยชน์ของกัญชามากมาย มิหนำซ้ำบางประเทศยังเปิดให้มีการใช้อย่างเสรี เช่น เนเธอร์แลนด์ที่เปิดให้ใช้เพื่อสันทนาการได้ เป็นต้น

น.ส.รสนา กล่าวว่า ส่วนไทยเพิ่งจะเริ่มปลดล็อกมาไม่นานนี้ สอดคล้องกับการขอจดสิทธิบัตรของต่างชาติ ท้ายสุดมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งประชาชนร้อยละ 99 เห็นด้วยให้ปลดล็อก มีร้อยละ 1 เท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม แม้มีการปลดล็อกกัญชาแต่กลับเป็นการปลดล็อกเพียงเล็กน้อย โดยรัฐจะกั๊กไว้เป็นผู้ผูกขาดก่อน จากนั้นคาดว่าจะสัมปทานให้กับเอกชนดูแล ทั้งที่กัญชาเป็นของประชาชนทุกคน ถามว่ารัฐผูกขาดไว้ ถามตัวเองดูว่าทำได้หรือ สุดท้ายก็ทำไม่ได้ก็มอบสัมปทานให้นายทุน ซึ่งกลุ่มนายทุนอยู่ในประชารัฐของรัฐบาลเอง ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศให้องค์กรเภสัชกรรม (อภ.) ปลูกในโรงเรือนแบบปิดเพื่อสกัดน้ำมันกัญชาให้ผู้ป่วย และมหาวิทยาลัยรังสิต ทดลองปลูกใน 50 ตารางเมตร (ตร.ม.) ถามว่ามหาวิทยาลัยรังสิตจะปลูกได้กี่ต้น เป็นเรื่องน่าขำ หากรัฐผูกขาดเช่นนี้ถามว่าราคาที่ออกมาจะแพงหรือไม่ ซึ่งกัญชาเป็นเรื่องที่ต้องแบ่งปันกันเหมือนที่ อ.เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิขวัญข้าวได้สกัดน้ำกัญชาเพื่อแจกจ่ายผู้ป่วยกว่า 10,000 คน แต่เวลานี้กลุ่มทุนที่มาอิงแอบกับรัฐก็จะเข้ามาแทรกแซงและให้รัฐผูกขาดต่อ ถามอีกว่าประชาชนจะต้องล้วงกระเป๋าจ่ายอีกเท่าไหร่ เพราะทุกวันนี้ล้วงกระเป๋าจ่ายมากทุกเรื่อง ต่างจากนายทุนที่มีแต่รวยขึ้น ซึ่งนายทุน 5 อันดับในไทยเมื่อเทียบกับทรัพย์สินที่ถือครองนั้น นายทุนไทยมีทรัพย์สินมากกว่าประเทศยุโรปและญี่ปุ่น และใน 5 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นรัฐบาล มีกลุ่มทุนกลุ่มหนึ่งรวยขึ้น 4-5 เท่ามูลค่าเป็นหมื่นล้าน อีกกลุ่มรวยขึ้น 27 เท่า กลุ่มนี้จะรวยขึ้นได้อย่างไร หากไม่มีรัฐเกื้อหนุน แล้วประเทศไทยจะอยู่ได้อย่างไร

“ต่อให้เวลานี้รัฐบาลมีสภาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และองค์กรอิสระเป็นของตัวเอง หากกระบวนการทางเศรษฐกิจยังคงเกิดความเหลื่อมล้ำ บ้านเมืองอยู่ไม่ได้ ชิบหายแน่นอน และการสร้างกลไก และเกราะทั้งหลายที่คสช.ต้องการสืบทอดอำนาจเป็นรัฐบาลต่อนั้น หากไม่แก้ความเหลื่อมล้ำ และการผูกขาด ไทยจะอยู่ไม่รอด เช่นเดียวกับเรื่องกัญชาที่ออกกฏหมายมา ซึ่งที่ผ่านมาตนและผู้เกี่ยวข้องได้ผลักดันให้แพทย์แผนไทยใช้กัญชาทางการแพทย์ แต่รัฐบอกต้องซื้อกัญชาจากหน่วยงาน กัญชาถูกปลดล็อกครึ่งๆหลายๆไม่สุดซอยเหมือนพ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย ไม่ยอมเปิดให้ประชาชนพึ่งตัวเองได้ ก่อนอื่นต้องปลดล็อกกัญชาออกจากพ.ร.บ.ยาเสพติดก่อน และตั้งเป็นกฏหมายใหม่ ครอบคลุมพืชกระท่อม ที่มีอยู่ในประเทศไทยเพียงประเทศเดียว รวมถึงอนุญาตให้คนปลูกได้ ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ซึ่งเป็นการกระจายอำนาจแทนการผูกขาด โดยอาจจะกำหนดในกฏกระทรวงหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง” น.ส.รสนา กล่าว

 

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้E-DUANG : ท่วงทำนอง แบบ อนาคตใหม่ ไร้เดียงสา หรือ “เขี้ยวลากดิน”
บทความถัดไปมติเอกฉันท์ปมส่งศาล รธน.วินิจฉัยคุณสมบัติ ส.ส. ‘ธนาธร’ พบหลักฐานถือหุ้นถึง มี.ค.62