ทิ้งทวนงานสุดท้าย กับผู้ชายชื่อ ‘มิเกล โรดริโก้’

“ช้างศึกโต๊ะเล็ก” ทีมฟุตซอลทีมชาติไทย ใช้บริการโค้ชชาวต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง

แต่คนหนึ่งที่ต้องบอกว่าได้รับความนิยมจากแฟนโต๊ะเล็กบ้านเรามากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น มิเกล โรดริโก้ กุนซือชาวสแปนิชวัย 54 ปี ที่ตอนนี้กลับมาคุมทีมชาติไทย เป็นคำรบสอง

แล้วก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อพาทีมเข้าชิงชนะเลิศ “เอเอฟซี ฟุตซอล เอเชี่ยนคัพ 2024” พร้อมคว้าตั๋วไปฟุตซอลโลก ได้สำเร็จ

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ที่ทีมโต๊ะเล็กไทยจะลงแข่งขันในศึกชิงแชมป์เอเชีย ชื่อของกุนซือทีมชาติไทยในเวลานั้น เป็นทางด้าน “ปาโต้” โฮเซ่ ลูคัส เมน่า นาวาโน่ กุนซือจากอินเตอร์ โมวิสตาร์ ทีมในลีกสเปน จะเข้ามาทำหน้าที่

แต่ด้วยปัญหาด้านสุขภาพของปาโต้ ทำให้เขาไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานกับทีมชาติไทยได้

 

งานหนักตกที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จำเป็นจะต้องหาตัวแทนมาทำหน้าที่สำคัญนี้

ซึ่งทางด้าน “บิ๊กป๋อม” อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และประธานพัฒนาฟุตซอลและฟุตบอลชายหาดทีมชาติไทย ได้ใช้ความสัมพันธ์ที่ดีกับกุนซือเก่าอย่าง “ปุลปิส” โฆเซ่ มาเรีย ปาซอส เมนเดส ให้ช่วยต่อสายตรงถึง มิเกล โรดริโก้ ที่ปัจจุบันทำงานกับสมาคมฟุตบอลสเปน และเป็นวิทยากรอบรมโค้ชฟุตซอลให้กับสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) สร้างรากฐานเยาวชนฟุตซอลในยุโรป เข้ามารับหน้าที่ขัดตาทัพ

การกลับมาครั้งนี้คือครั้งที่สองของมิเกล ที่รับหน้าที่คุมทีมชาติไทย หลังจากเคยมาทำงานระยะสั้นๆ ครั้งหนึ่งในช่วงปี 2016-2017 ซึ่งตอนนั้นก็รับหน้าที่กุนซือขัดตาทัพ ที่เข้ามารับงานระหว่างรอ “ปุลปิส” โฆเซ่ มาเรีย ปาซอส เมนเดส ที่ติดสัญญากับทีมชาติอุซเบกิสถาน จะมาทำทีมชาติไทยภายหลังจากนั้น

มิเกล ตอนนั้นพกดีกรียอดเยี่ยม พา “ซามูไรบลู” ทีมชาติญี่ปุ่น เป็นแชมป์โต๊ะเล็กเอเชีย 2 สมัย 2012 และ 2014 ขณะที่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่คุมทีมชาติไทย ก็สร้างความประทับใจให้กับแฟนโต๊ะเล็กเป็นอย่างมาก ทั้งการพาทีมโต๊ะเล็กไทยผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตซอลโลก 2016 ที่ประเทศโคลอมเบีย, แชมป์อาเซียน 2 สมัย (2016, 2017) รวมถึงยังทำหน้าที่เฮดโค้ชทีมยู-20 คว้าอันดับ 3 เอเชียอีกด้วย

การกลับมาครั้งนี้ มิเกลต้องแบกรับความกดดันอย่างมากในศึก “เอเอฟซี ฟุตซอล เอเชี่ยนคัพ 2024” ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องของการลุ้นตั๋วฟุตซอลโลก สมัยที่ 7 ติดต่อกัน

แต่ยังมีความกดดันในฐานะเจ้าภาพ ที่แฟนกีฬาชาวไทยอยากเห็นทีมโต๊ะเล็กทำผลงานยอดเยี่ยม ไปจนถึงคว้าแชมป์เอเชียสมัยแรกได้

จริงอยู่ที่สุดท้าย มิเกลจะทำได้ตามเป้า คือการคว้าตั๋วฟุตซอลโลก ที่ประเทศอุซเบกิสถาน ได้สำเร็จ แต่ก็ยังไม่สาแก่ใจแฟนบอลเท่าไหร่นัก เพราะสุดท้ายชวดแชมป์ด้วยการพ่ายเบอร์ 1 ของเอเชีย อย่างอิหร่านในรอบชิงชนะเลิศ

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่แฟนบอลไทยได้เห็นทีมโต๊ะเล็กของไทยในชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้ ก็คือการกลับมาของระบบเพาเวอร์เพลย์อันเป็นเอกลักษณ์ของมิเกลตั้งแต่การคุมทีมสมัยแรก ที่สามารถใช้อย่างเห็นผลที่สุด ทั้งในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ไล่ตามตีเสมอ อิรัก 2-2 ด้วยเพาเวอร์เพลย์ ก่อนจะยิงประตูชัยแซงชนะได้ หรือในรอบตัดเชือก ที่ตามหลัง ทาจิกิสถาน ถึง 1-3 แต่ก็ใช้เพาเวอร์เพลย์ในการกดดันจนตีเสมอได้ และไปชนะในการดวลจุดโทษ

ด้วยความที่เข้ามาระยะสั้น สิ่งหนึ่งที่แฟนบอลกังวลกันคือ มิเกลจะได้ไปต่อหรือไม่ หรือจะจบทัวร์นาเมนต์แล้วจากกันเลย

ซึ่งทางบิ๊กป๋อม และสมาคมฟุตบอลฯ ก็ไม่รอช้า รีบเจรจาเพื่อต่อสัญญาให้กับมิเกลทำงานกับทีมช้างศึกโต๊ะเล็กต่อทันที

ก่อนที่กุนซือชาวสแปนิชจะออกมายืนยันผ่านทางโซเชียลมีเดียของตัวเองว่าจะต่อสัญญาคุมทีมออกไป

 

 

เพียงแต่ที่น่าเสียดายคือ มิเกลจะไม่ได้อยู่กับทีมชาติไทยนานกว่า 1 ปีอีกครั้ง เพราะเจ้าตัวประกาศแล้วว่า จะรับงานทีมชาติไทยในการลงเล่น 3 รายการสำคัญปีนี้ คือฟุตซอลชิงแชมป์โลก ที่อุซเบกิสถาน, ฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน และงานสุดท้ายคือ เอเชี่ยน อินดอร์และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 6 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤศจิกายนนี้

มิเกลประกาศอย่างชัดเจนว่าหลังจากจบภารกิจกับทีมชาติไทยในปี 2024 นี้ ถึงเวลาของเขาแล้วที่จะวางมือจากวงการฟุตซอลอย่างเต็มตัวเพื่อใช้เวลากับครอบครัวให้มากยิ่งขึ้น

ได้แต่หวังว่าทีมฟุตซอลทีมชาติไทยจะสามารถทำผลงานในแต่ละรายการที่เหลือในปีนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการลุ้นเหรียญทองในอินดอร์เกมส์ เพื่อเป็น LAST DANCE อย่างยิ่งใหญ่ให้กับกุนซือชาวสแปนิชรายนี้

แม้จะอยู่ด้วยกันไม่เคยนานเลยกับทีมชาติไทย แต่เชื่อว่ามิเกลคือคนที่แฟนฟุตซอลชาวไทยไม่ลืมอย่างแน่นอน

ฉะนั้น มาทิ้งทวนแบบสุดยอดด้วยกันดีกว่า •

 

เขย่าสนาม | Stivie Toon

[email protected]