รู้จัก “วัฒนา” รู้จริง “คลองด่าน” บรรทัดที่หายไป “เจ้าพ่อปากน้ำ”

หมายเหตุ : บทความเผยแพร่ครั้งแรงในมติชนสุดสัปดาห์ฉบับวันที่ 19-25 ก.ค. 2556

 

ใกล้ครบรอบ 1 ปีที่ได้ไปพบ “วัฒนา อัศวเหม”

จำได้ว่าวันนั้นหลังจากจบการสนทนากับ ดร.มั่น พัธโนทัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการไอซีที ซึ่งเป็นเลขานุการส่วนตัวของ “วัฒนา อัศวเหม” ชวนไปทำบุญผูกพัทธสีมา และฝังลูกนิมิต อุโบสถวัดเหมอัศวาราม ที่เมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ตามคำเชิญ “วัฒนา”

บอกกับตัวเองว่า “พลาดไม่ได้ งานนี้”

เหตุผลแรก ในฐานะที่วัฒนาเป็น “แหล่งข่าวที่ดี”

เหตุผลต่อมา จะได้หาคำตอบว่า หลังจาก 18 สิงหาคม 2551 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจำคุก 10 ปี สถานะ “วัฒนา” กลายเป็น “คนแดนไกล” นั้น มีที่มาที่ไปอย่างไร

วัดเหมอัศวาราม เมืองลั่วหยาง Wat Hemma Asavaram 洛阳白马寺泰国佛殿

การเดินทางครั้งนั้นเป็นเครื่องบินเหมาลำ ผู้โดยสารกว่าครึ่งเป็นพระผู้ใหญ่ในเมืองไทย เรียกว่า “ทัวร์เหลือง” ของจริง มีไฮโซบางส่วน นักการเมืองท้องถิ่นในสมุทรปราการ และสื่อมวลชน

ที่สำคัญ 2 บุคคลที่คนในแวดวงการเมืองรู้จักดีคือ “พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล” ขณะนี้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ “บรรณพจน์ ดามาพงศ์” พี่ชายบุญธรรมของ “คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์”

พิธีผูกพัทธสีมา และฝังลูกนิมิตอุโบสถมีขึ้นในวันที่ 22 กรกฎาคม 2555 สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานประกอบพิธี โดย “วัฒนา” เป็นประธานฝ่ายฆราวาส กราบนมัสการถวายรายงานความเป็นมาการก่อสร้างวัดเหมอัศวาราม

หลังจากพิธีสำคัญผ่านไปเรียบร้อยแล้ว ได้มีโอกาสนั่งคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบกับ “วัฒนา”

แววตานักการเมืองรุ่นลายครามผู้นี้ยังมีความกังวล แม้หน้าตาวัย 80 ปีจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนักเมื่อเทียบกับ 4 ปีก่อนที่หายไป

เขาได้เล่าถึงช่วงเวลาที่หลบออกมาจากเมืองไทยว่า ส่วนใหญ่จะใช้ในการเดินทางพบปะเพื่อนฝูงในประเทศต่างๆ และทุ่มเทสร้างวัดเหมอัศวาราม ในแดนมังกร

การเปิดสอนค่ายมวยในเมืองจีนให้กับเด็ก มีลูกศิษย์ 40-50 คน รวมทั้งการปลูกโบตั๋น

“สองปีแรกเครียดมาก เครียดจนจะบ้าตาย ใช้เวลานานกว่าจะปรับตัวได้ เดือนแรกๆ จะบ้าให้ได้ นอนไม่หลับ กินยานอนหลับเป็นกำๆ คิดว่าถ้ายังขืนกินยานอนหลับอยู่อย่างนี้ สุขภาพผมแย่แน่ ผมขว้างยาทิ้งเลย แล้วก็นอนไม่หลับอยู่หลายเดือน ผมเดินทางไปหลายที่ ด้วยความที่มีเพื่อนเยอะ ไม่เคยคิดร้ายใคร ไปที่ไหนก็มีเพื่อนฝูงดูแล

จนสุดท้าย ผมก็ปรับตัวได้ ผมตั้งใจทุ่มเทแรงใจแรงกายให้วัดเหมอัศวาราม ผมขายที่ดินไปแล้วหลายแปลงเพื่อนำเงินมาสร้างวัดแห่งนี้”

“วัฒนา” ได้กราบอาราธนา สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สมเด็จเกี่ยว อุปเสโณ) เป็นประธานที่ปรึกษาในการสร้างวัด พระพรหมสิทธิ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นประธานที่ปรึกษา พระอาจารย์ยิ่นเล่อ เจ้าอาวาสวัดไป๋หม่าซื่อ หรือ “วัดม้าขาว” ที่เมืองลั่วหยาง เป็นประธานอำนวยการ และ พระเทพสิทธิโกศล เจ้าอาวาสวัดพลับพลาชัย เป็นประธานควบคุมการก่อสร้าง

โดยวัดแห่งนี้สร้างอยู่ในบริเวณของวัดไป๋หม่าซื่อ รูปแบบการก่อสร้างเป็นสถาปัตยกรรมไทย ทั้งอุโบสถ อาคารศาลาราย อาคารปฏิบัติธรรม อาคารพิพิธภัณฑ์ ศาลาพระพรหม ภูเขาทองจำลอง ทุกอาคารล้วนสวยงาม

ทุนทรัพย์ก่อสร้างประมาณ 200 ล้านบาท

วัดเหมอัศวาราม เมืองลั่วหยาง Wat Hemma Asavaram 洛阳白马寺泰国佛殿

หลายคนที่มีโอกาสไปเยือนในวัดนี้ต่างรำพึงเป็นเสียงเดียวกันว่า “นึกว่าเดินอยู่ในเมืองไทย”

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา มีพิธีบวงสรวงอัญเชิญพระพรหมขึ้นประดิษฐานบนศาลาที่สร้างไว้ โดยมีพระเมธีวราลงกรณ์ (เจ้าคุณเมธี) วัดชนะสงคราม เป็นประธานในพิธี

และวันรุ่งขึ้นมีการทำบุญทอดกฐิน โดยมีพระพรหมสุธี กรรมการมหาเถรสมาคม วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นประธานในพิธีด้วย

แม้จะเป็นความปลาบปลื้มใจที่ได้สร้างวัดในเมืองจีน ซึ่งถือเป็นงานสำคัญทางพุทธศาสนา ที่ทำให้มีวัด “นิกายเถรวาท” และ “นิกายมหายาน” อยู่ในบริเวณเดียวกัน อีกทั้งยังเชื่อมความสัมพันธ์สองแผ่นดินไทย-จีน ด้วยพระพุทธศาสนา

แต่เจ้าตัวยังไม่สบายใจกับกรณีสังคมต่างตัดสินไปแล้วว่า “วัฒนาโกงโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน 1.7 หมื่นล้านบาท”

ทั้งๆ ที่ศาลฎีกาตัดสิน ในฐานะความผิดเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขู่หรือชักจูงให้ผู้อื่นร่วมออกโฉนดที่ดินบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน 1,900 ไร่

ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน 1.7 หมื่นล้านเลย

แต่คนทั่วไปสรุปเป็นเรื่องเดียวกัน!!!

วัฒนาได้เล่าเรื่องราวในแง่มุมที่สังคมยังไม่ได้รับรู้

จนเป็นที่มาของหนังสือ “รู้จักวัฒนา รู้จริงคลองด่าน” เล่มนี้

มีการสัมภาษณ์ลุง ป้า น้า อา ในคลองด่านหลายคน ที่ขายที่ดินให้กับ “วัฒนา” เมื่อปี 2530 ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีใครบังคับให้ขายที่ดินทั้งสิ้น

ถ้าจะมีใครบังคับ คนนั้น คือ “ทะเล” ที่เซาะจนบ้านเรือน ที่ดิน จมหาย

รวมทั้งอีกหลายแง่มุมที่ชวนให้ขบคิดว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นไปได้?

นอกจากนี้ ได้สัมภาษณ์ประวัติของนักการเมืองผู้นี้ ได้เห็นถึงความเป็นมาของครอบครัว กว่าจะเป็น ส.ส.สมุทรปราการ 11 สมัยติดต่อกัน และเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง เพื่อจะได้รู้จักตัวตน “วัฒนา” ให้มากยิ่งขึ้น

เวลาที่ล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน มองย้อนกลับไปในอดีต สะท้อนได้ว่า “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน” อย่างไร

ประโยคยาวๆ ของ “วัฒนา” ทิ้งท้ายไว้ “…ผมเป็นคนจริง ทำจริง ไม่เคยเอาทรัพย์สินของรัฐมาเป็นของตัวเอง มีกำลังที่จะทำเองได้ ไม่ได้ทำผิด ที่ผ่านมามีคนติดต่อประสานผ่านมาหลายทาง บอกให้รีบกลับเถอะ ไปรับผิด ผมติดคุกสักพัก จากนั้นจะได้รับการช่วยเหลือ …นิสัยผม ถ้าผมทำผิด ผมยอมรับ แต่นี่ผมไม่ได้ทำผิด จะให้ผมยอมรับ ผมทำไม่ได้ ผมบอกกับมั่น (ดร.มั่น พัธโนทัย) ว่า อย่าว่าแต่ให้ติดคุกวันสองวันเลย แม้แต่เพียงนาทีเดียว ผมก็ไม่ยอม เพราะไม่ได้ทำผิดจะยอมรับผิดได้อย่างไร”

“รู้จักวัฒนา รู้จริงคลองด่าน” จึงเป็นเรื่องราว เติมบรรทัดที่หายไปของ “วัฒนา อัศวเหม”