เปิดอก”พัชรวาท” วันอำลาเครื่องแบบ ผ่านสารพันม็อบมีเส้น ยึดหลัก “อดทน คือ ผู้ชนะ”

หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 02/10/2009

 

“พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ” หรือ “บิ๊กป๊อด” ผู้นำสีกากีคนที่ 30 เกษียณอายุราชการบนตำแหน่ง “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)” ไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2552

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติแล้สิ่งแวดล้อม

พล.ต.อ.พัชรวาท เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรีทั้งหมด สามราย ได้แก่ สมัคร สุนทรเวช สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่ามกลางวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2548–2553

แม้ห้วงที่ผ่านมาจะเผชิญมรสุม ทำให้ต้องละจากเก้าอี้ผู้นำตำรวจก่อนกำหนด โดยอยู่ในสถานะ ผบ.ตร. ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี

แต่บรรยากาศแสนชื่นมื่นในงานสวนสนามเชิดชูเกียรติอำลาอาลัย “ผบ.ตร.พัชรวาท” ที่สภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (รร.นรต.) จัดให้เป็นพิเศษ ที่ลานศรียานนท์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา

ในห้วงที่ “พล.ต.อ.พัชรวาท” อยู่ในบทบาท “ผู้นำสีกากี” นับแต่วันที่นั่งเก้าอี้ รรท.ผบ.ตร. ขึ้นเป็น ผบ.ตร. ตัวจริง จนอยู่ในสถานะ ผบ.ตร.ช่วยราชการฯ กลับมาเป็น ผบ.ตร. เต็มตัวอีกครั้ง กระทั่งท้ายที่สุดต้องอยู่ในสถานะ ผบ.ตร.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอีกหน

เป็นห้วง 1 ปี 7 เดือนที่เผชิญความท้าทายรอบด้าน!?

(Photo by PORNCHAI KITTIWONGSAKUL / FILES / AFP)

ย้อนเวลากลับไปที่ พล.ต.อ.พัชรวาท นั่งเก้าอี้เบอร์หนึ่งเป็น รรท.ผบ.ตร. ตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 โดยขึ้นมาพร้อมกับภาระที่ต้องแบกรับ เข้ามาสะสางภารกิจหมิ่นเหม่ที่คงค้างจากผู้นำคนเก่าหลายโปรเจ็กต์

ด้วยสโลแกนส่วนตัว “ซื่อสัตย์ ถูกต้อง เป็นธรรม เด็ดขาด” ทำให้ ผบ.ตร. คนนี้ สอบผ่าน สางสารพันปัญหาเก่าจนลุล่วง

ตามสไตล์ “บิ๊กป๊อด” ที่มักออกตัวเสมอว่า “ผมช้า แต่ชัวร์ เพื่อให้ลูกน้องชัวร์กว่า ผมทำอะไร รอบคอบ ละเอียด”

ตลอดระยะเวลาที่อยู่บนเก้าอี้เบอร์หนึ่ง คุมกำลังกว่าสองแสนนาย “พล.ต.อ.พัชรวาท” ถือได้ว่าเจองานหิน งานช้างมาโดยตลอด

ที่สำคัญคือสารพันม็อบมีเส้น ทั้งคนเสื้อเหลือง คนเสื้อแดง ที่เคลื่อนไหวก่อการชุมนุมต่อเนื่อง ซึ่งต่างก็แสดงพลังการเมืองนำมาสู่ความรุนแรงวุ่นวายในบ้านเมืองแทบทั้งสิ้น

นับจากรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช ล่วงมาถึงรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนมาสู่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรียกว่าทุกรัฐบาลมีม็อบให้ ผบ.ตร. คนนี้ต้องลงมาจัดการ

ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า พล.ต.อ.พัชรวาท ได้ใช้ความอดทนและพยายามอย่างสูงยิ่ง ยึดแนวทาง “อดทน เจรจา และตามกรอบกฎหมาย” เข้ามาควบคุมทุกม็อบโดยตลอด

(Photo by PORNCHAI KITTIWONGSAKUL / AFP)

แต่จนแล้วจนรอดผลพวงจากการสลายม็อบเสื้อเหลือง “7 ตุลาคม 2551” ได้กลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ ส่งผลคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จุดชนวนระเบิด ทำให้ ผบ.ตร. ผู้นี้ต้องผละจากเก้าอี้ก่อนกำหนด

หากย้อนไปห้วงกว่าสองเดือน ก่อนที่ “พล.ต.อ.พัชรวาท” จะยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 9 กันยายน เพื่อรักษาศักดิ์ศรีลูกผู้ชายสีกากี เห็นชัดว่ามีกลยุทธ์มากมายที่ฝ่ายการเมืองและผู้มักใหญ่ในอำนาจซึ่งอยู่เบื้องหลังและเป็นฝ่ายตรงข้ามกับ “พล.ต.อ.พัชรวาท” นำมาใช้เพื่อสกัดอำนาจของ ผบ.ตร. คนนี้ ซึ่งคงไม่ต้องกล่าวย้อนไปแล้ว

มีการใส่ข้อกล่าวหา สร้างมลทิน ชนิดสาหัสสากรรจ์ แต่ที่ผ่านมานายพลตำรวจผู้นี้แทบจะไม่ปริปาก แก้ต่างแก้ตัวใดๆ ต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการสักครั้ง

เว้นแต่การดำเนินการตอบโต้ฟ้องร้องทางกฎหมาย!?!

กระทั่งวันที่ 30 กันยายน 2552  ในวันสุดท้ายของชีวิตรับข้าราชการตำรวจ หลังเสร็จพิธีสวนสนาม พล.ต.อ.พัชรวาท ออกหนังสือชี้แจงและแถลงถึงประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้น

และแสดงความปลาบปลื้มอย่างมากกับงานสวนสนาม ที่สภาการศึกษา รร.นรต. โดย ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ นายกสภา เพื่อนร่วมรุ่น นรต.25 จัดให้

 

“งานสวนสนามเพื่อเป็นเกียรติแก่ตำแหน่ง ผบ.ตร. ต่อไปจะจัดเป็นประเพณี เพื่อให้ตำแหน่ง ผบ.ตร. มีเกียรติยศศักดิ์ศรีมากขึ้นกว่าเดิม”

เมื่อถูกถามถึงสารพันปมสกัดที่นำมาสู้ความอึดอัดขับข้องใจ พล.ต.อ.พัชรวาท บอกว่า “ไม่หนักใจอะไร เพราะถือคติมาตลอดชีวิตราชการ ว่าจงอดทน อดทนคือผู้ชนะ ผมใช้คำพูดนี้มาตลอด ไม่ว่าจะโดนอะไรก็ตาม จงอดทนเถิด ถ้าท่านทำความดี ผมคิดว่ามันเป็นเกราะป้องกัน”

“เป็น ผบ.ตร. มาปีกว่า ถามว่าอยากเป็นไหม ความจริงรู้สึกเฉยๆ ตั้งแต่เข้า รรท.ผบ.ตร. พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรื่องไม่ดี รังแกผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ดูแลประชาชน ผมไม่เอาเลย เพราะผมถือว่าเราเป็นตำรวจ มีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ ต้องดูแลประชาชน เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์”

“ทำงานมาปีกว่าทั้ง รอง ผบ.ตร. ผู้ช่วย ผบ.ตร. ผบช. ทุกคนร่วมมืออย่างดี แต่ด้วยสถานการณ์ของการเมือง การชุมนุม มาตรฐานของเรา แผนกรกฎ 48 ที่ใช้อยู่มันไม่ครอบคลุม…คดีวันที่ 7 ตุลาคม การตรวจสอบโดยองค์กรตรวจสอบนั้นควรต้องมี แต่ในการตรวจสอบต้องเข้าใจด้วยว่าตำรวจทุกคนที่ทำงานเรื่องการชุมนุม ตั้งแต่ผมเป็น ผบ.ตร. ก็เจอมาตลอด ยึดมั่นในเรื่องความอดทน ใช้การเจรจาไม่ให้กระทบกระทั่ง ทุกอย่างก็เดินหน้าโดยตลอด”

(Photo by CHRISTOPHE ARCHAMBAULT / AFP)

“แต่วันที่ 7 ตุลาคม เป็นเรื่องที่เราทำตามหน้าที่ ไม่ได้ไปทุจริตที่ไหนเลย แต่การทำตามหน้าที่บางทีต้องวิเคราะห์ด้วยว่าอะไรคือเหตุผล อย่างไร แต่ผลที่ออกมาไม่ใช่ว่าผมไม่ยอมรับ แต่เป็นเรื่องที่เราต้องต่อสู้เพื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ใช่เพื่อตัวผมเอง ผมพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในกรอบของกฎหมายแล้ว”

“แต่ละองค์กรมีสิทธิ์ตรวจสอบ มีความเห็นเป็นอิสระ ซึ่งผมไม่ก้าวก่ายในความคิดเห็นส่วนตัว และรับได้ ซึ่งคำว่ารับได้ของผมหมายความว่าจะต้องต่อสู้ต่อไป ไม่ใช่เพื่อผม แต่เพื่อองค์กร ไม่เช่นนั้นตำรวจจะไม่กล้าทำงาน ซึ่งสำคัญมาก ผมว่าประชาชนต้องดูต้องฟังและวิเคราะห์ให้ชัดเจนว่าตำรวจทำหน้าที่ตรงไปตรงมาหรือไม่ ได้ดูแลประชาชนให้เกิดความสุขหรือไม่ ไม่ต้องการปะทะใช่หรือไม่ ผมคิดว่าประชาชนทราบดี”

“ผมยืนยันทุกลมหายใจ ว่าไม่มีหรอกครับตำรวจที่อยากทำร้ายประชาชน ตำรวจมีแต่อยากจะดูแลประชาชนให้เกิดความปลอดภัย แต่ว่าด้วยมีผู้บังคับบัญชา มีคำสั่งต้องปฏิบัติ ฉะนั้น สิ่งที่ผมเสนอตลอดเวลาว่ากฎหมายควบคุมฝูงชนจำเป็นต้องมี มิฉะนั้นตำรวจทำงานไม่ได้ แล้วการควบคุมการชุมนุมจะเกิดเอกภาพ มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม” พล.ต.อ.พัชรวาท เปิดใจต่อประเด็น 7 ตุลา

ก่อนฝากข้อความถึง ผบ.ตร.ใหม่และตำรวจรุ่นน้อง ว่า ผบ.ตร. เป็นตำแหน่งที่กำหนดอำนาจตามกฎหมาย ที่ใครก็เป็นได้ สำคัญต้องมีความเป็นธรรม เที่ยงตรง โปร่งใส และซื่อสัตย์ ต้องแสดงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นและวางใจ ต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา

“ยุคผมมีจริยธรรม จรรยาบรรณตำรวจออกมา แม้มีกฎมากแต่ต้องพยายามปฏิบัติ ขอให้ทุกคนภูมิใจในความเป็นตำรวจ จงทำตามอุดมคติ 9 ประการ แล้วประชาชนจะศรัทธา และไว้วางใจท่าน” คำทิ้งท้ายของอดีตผู้นำสีกากีคนล่าสุด