“รถถังเลพเพิร์ด 2” พิเศษยังไง-สำคัญต่อยูเครน อย่างไร?

หลังจากลังเลมานานหลายเดือน เยอรมนียืนยันแล้วว่า จะส่งรถถังเลพเพิร์ด 2 (Leopard 2) ให้ยูเครน ด้านสหรัฐฯ มีรายงานว่า จะประกาศแผนการส่งรถถังเอ็ม1 เอบรามส์ (M1 Abrams) ให้ยูเครน ในวันเดียวกันนี้ ซึ่งยูเครนหวังว่า จะเป็นตัวพลิกเกมในสนามรบ

นายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ ของเยอรมนี ประกาศในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันพุธที่ 25 มกราคมว่า เยอรมนีจะส่งรถถังเลพเพิร์ด 2 จำนวน 14 คันให้แก่ยูเครน ก่อนที่จะกล่าวต่อรัฐสภาในเวลาต่อมา

เยอรมนีจะอนุญาตให้ประเทศอื่น ๆ ส่งรถถังเลพเพิร์ด 2 ของพวกเขาให้แก่ยูเครนได้ด้วย ซึ่งตามกฎเกณฑ์การส่งออกอาวุธกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตจากเยอรมนีก่อน

ต่อจากนั้นไม่นาน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศว่า สหรัฐเตรียมมอบความสนับสนุน รถถัง “เอ็ม 1 เอบรามส์” จำนวน 31 คัน ให้แก่รัฐบาลเคียฟ

รถถัง “เอ็ม 1 เอบรามส์” ของสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ เยอรมนีพยายามหลีกเลี่ยงที่จะแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับการส่งมอบรถถังเลพเพิร์ด 2 ให้กับยูเครน ทำให้ชาติพันธมิตรในยุโรปพากันออกมากดดัน เพราะมองว่ารถถังรุ่นนี้จะเข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนเกมที่อาจสร้างความได้เปรียบให้กับยูเครน ในขณะที่สงครามกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน หลังมีข่าวออกมาว่ารัสเซีย กำลังเตรียมรวบรวมสรรพกำลัง เตรียมบุกยูเครนรอบใหม่ในฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึง

สงครามในยูเครนตอนนี้ ไม่มีความคืบหน้าที่เป็นนัยสำคัญมานานเกือบ 2 เดือน เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูหนาวซึ่งไม่เหมาะกับการสู้รบ แม้จะมีการโจมตีเกิดขึ้นประปราย แต่รัสเซียยังคงไม่สามารถยึดพื้นที่ในยูเครนได้เพิ่ม ขณะที่ยูเครนก็ไม่สามารถยึดพื้นที่กลับคืนมาได้ ทำให้หลายฝ่ายมองว่า การที่รัสเซียยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้ อาจทำให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ตัดสินใจดับเครื่องชน รวบรวมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ มาเผด็จศึกให้เร็วที่สุด จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดหาอาวุธทันสมัยให้กับยูเครนเพื่อรับมือการรุกรานจากรัสเซีย ซึ่งยุทโธปกรณ์หลักที่ทั้งสองฝ่ายใช้กันอยู่ในสงครามก็คือรถถัง

ถังเลพเพิร์ด 2 ผลิตโดยเยอรมนี kmw

รถถังที่ยูเครนใช้อยู่ในสมรภูมิส่วนใหญ่ เป็นรถถังรุ่นเก่าตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียต ในขณะที่รัสเซียมีรถถังที่พัฒนาเอง ซึ่งใหม่กว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่า แต่รถถังจากชาติตะวันตกมีความทันสมัยและเหนือกว่า หากยูเครนได้รถถังเหล่านั้น จะช่วยให้การรุกคืบของกองกำลังทหารดำเนินไปได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วมากขึ้น

ยูเครนมองว่ารถถังเลพเพิร์ด 2 ซึ่งเป็นหนึ่งในรถถังที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้ มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในสมรภูมิมากที่สุด เนื่องจากรถถังรุ่นนี้ติดตั้งอาวุธหลักเป็นปืนใหญ่ลำกล้องเรียบ Rheinmetall ขนาด 120 มม. และมีปืนกลหนัก MG3A1 ขนาด 7.62 มม. เป็นอาวุธรอง ทำให้กระสุนที่จะนำมาใช้มีอยู่ทั่วไปและสามารถจัดหาได้ง่าย

เลพเพิร์ด 2 ยังเป็นรถถังที่มีประสิทธิภาพทรงพลัง แม้จะมีน้ำหนักมากถึง 62 ตัน แต่ก็สามารถเคลื่อนที่ได้เร็ว มีความคล่องตัวสูง สามารถล็อคและโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ และดำน้ำได้ อีกทั้งไม่มีกลไกซับซ้อน จึงง่ายต่อการใช้งานและการรักษา ที่สำคัญ รถถังรุ่นนี้ ยังมีประจำการอยู่มากกว่า 2,000 คัน ในกองทัพชาติต่างๆ ในยุโรป ทำให้ง่ายต่อการจัดส่งให้กับยูเครน โดยมีหลายประเทศที่แสดงความประสงค์จะมอบให้กับยูเครนแล้ว เช่น โปแลนด์ และฟินแลนด์

ก่อนหน้านี้ แม้หลายประเทศจะประสงค์ส่งรถถังให้กับยูเครน แต่ติดปัญหาอยู่ตรงที่ รถถังเลพเพิร์ด 2 ผลิตและครอบครองกรรมสิทธิ์โดยเยอรมนี ซึ่งมีกฎหมายกำหนดไว้ว่า ชาติพันธมิตรที่ต้องการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ที่ผลิตโดยบริษัทสัญชาติเยอรมนี ทั้งที่ประจำการอยู่ทั้งในและนอกประเทศ จะต้องขออนุญาตจากรัฐบาลกลางเยอรมนีก่อน

kmw

จากการประเมินของนักวิเคราะห์จากสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษากลยุทธ์ (International Institute for Strategic Studies) ยูเครนจำเป็นต้องมีรถถังเลพเพิร์ด 2 อย่างน้อย 100 คัน จึงจะสามารถสร้างผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในสมรภูมิได้ นอกจากรถถังเลพเพิร์ด 2 ของเยอรมนีแล้ว ยูเครนยังจะได้รับรถถังชาเลนเจอร์ 2 (Challenger 2) จำนวน 14 คันจากอังกฤษตามที่มีการรับปากไว้ก่อนหน้านี้ และรถถังเอ็มวัน เอบรามส์ (M1 Abrams) จากสหรัฐฯ ในจำนวน 14 คันเท่ากัน

โดยประเทศที่มี รถถังเลพเพิร์ด 2 ประจำการอยู่ประกอบด้วย แคนาดา 100 คัน ฟินแลนด์ 200 คัน นอร์เวย์ 52 คัน เดนมาร์ก 44 คัน สวีเดน 120 คัน เนเธอรืแลนด์ 18 คัน โปแลนด์ 247 คัน สโลวาเกีย 15 คัน ฮังการี 12 คัน โปรตุเกส 37 คัน สเปน 347 คัน กรีซ 853 คัน ตุรกี 713 คัน

kmw

นักวิเคราะห์มองว่า รถถังเหล่านี้อาจทำให้ยูเครนพลิกมาเป็นฝ่ายรุกในสมรภูมิที่หยุดชะงักมาหลายเดือน หลังถูกรัสเซียเปิดฉากโจมตีมาสองครั้งใหญ่ เพื่อตอบโต้การรุกคืบยึดพื้นที่หลายเมืองคืนมาจากการครอบครองกองทัพรัสเซีย การมีรถถังเลพเพิร์ด 2 และรถถังรุ่นอื่นๆ จากชาติตะวันตก จะมาช่วยชดเชยอาวุธในคลังยูเครนที่เสียหายไปเยอะ อีกทั้งรถถังเหล่านี้ยังมีความคล่องตัวมากกว่ารถถังของรัสเซีย จึงช่วยสร้างความได้เปรียบในสมรภูมิ จุดอ่อนของรถถังรัสเซียก็คือไม่สามารถถอยหลังกลับได้

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ชี้ว่า  แม้จะมีรถถังของตะวันตก แต่ก็ยังเสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางอากาศ หรือขีปนาวุธต่อต้านรถถัง จึงมีความจำเป็นที่ยูเครนจะต้องได้รับการสนับสนุนในด้านยุทโธปกรณ์ต่อต้านอากาศยานและการลาดตระเวนเพื่อเติม