รายงานพิเศษ : คืนสู่เหย้า หลังจากครึ่งศตวรรษ

สว. เดินทางไกล ก็ยุ่งอย่างนี้แหละ

วางแผนไปสหรัฐอเมริกาในปี 2560 มาตั้ง 3 ปี เพราะจะไปชุมนุมศิษย์เก่า (reunion) ที่เรียนจบมา 50 ปี!

นัดกับเพื่อนๆ นักศึกษาเก่าในมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศไว้ล่วงหน้าเรียบร้อย ลงทะเบียนแล้ว

นัดผู้ใหญ่ที่เคยเล่นบทผู้ปกครองสมัยเป็นนักเรียนแล้ว

จองโรงแรมที่จะไปพักแล้ว

เครื่องบินในประเทศก็จองแล้ว

ยิ่งเครื่องบินระหว่างประเทศจองล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่สิ้นปี 2559 (สำหรับการเดินทางปลายเดือนเมษายน 2560)

เงื่อนไขสำคัญของผู้อยู่รอบตัวคือ ห้ามเดินทางคนเดียว ว่าแล้วก็หาตั๋วถูกจนได้ตั๋วแบบ “บินสองจ่ายหนึ่ง” จ่ายเป็นบัตรเครดิตผ่อนได้ 6 เดือน ดอกเบี้ย 0%

ทีนี้ก็ต้องจำให้ดีว่า ห้ามพลาดจ่าย ถ้าไม่อยากให้ดอกเบี้ย 0% กลายเป็นดอกเบี้ยผิดนัดชำระบัตรเครดิตทั้งจำนวนซึ่งสูงมากและเขาคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่รูดการ์ดเลย เพราะกลัวป้ำเป๋อแบบเสียน้อยเสียยาก ก็เลยเอาเงินที่จะต้องจ่ายไปสำรองไว้จนเต็มจำนวน

เอ๊ะ ทำแบบนี้แล้วเราจะรูดบัตรดอกเบี้ย 0% ไปทำไมกัน

จึงคิดได้ว่าโปรโมชั่นแบบนี้เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนมากกว่ามนุษย์ไม่มีรายได้เข้าบัญชีสม่ำเสมอทุกเดือน

แต่ในเมื่อเผลอทำไปแล้วก็ต้องจำไว้ว่า ทีหน้าทีหลังไม่ต้องหลงคารมพวกมนุษย์เงินเดือนอีก เขาอยู่ในโลกคนละมุมมองกับเรา

สาวน้อยจะไปด้วยมีวีซ่าเข้าสหรัฐอยู่แล้ว และได้ลางานพร้อมไปเป็นเพื่อนเรียบร้อย

ก่อนเดินทาง 3 วัน เธอคนนี้ก็จัดกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยใส่กระเป๋าใบโต เตรียมไปขนตำราเรียนหลายเล่มและของกระจุกกระจิกที่สั่งซื้อจาก eCommerce เอาไว้ล่วงหน้า ให้จัดส่งในอเมริกาเพื่อประหยัดค่าจัดส่ง

แล้วค่ำวันนั้นเธอก็เต้นออกกำลังตอนค่ำ แล้วก็พลาดล้มจนสะบ้าหัวเข่าหลุด ร้องโอดโอยไปโรงพยาบาล สะบ้าเข้าที่แต่หมอให้ใส่เฝือกแบบที่ห้ามงอเข่าและห้ามเดินทางไกล

เอาละซี แล้วทีนี้ยังไงต่อไป

ซื้อตั๋วคู่ ไปเดี่ยว!

คนที่ไม่อยากให้เดินทางคนเดียว เพราะกลัวจะมีปัญหาตอนถือของหนักขึ้นลงบันได และเกรงว่าตาที่มองไกลไม่ค่อยชัดจะทำให้พลาดเที่ยวบินที่ต้องไปต่อที่โดฮา เริ่มเหงื่อตก

คนจะไปแทนต้องมีวีซ่าเข้าสหรัฐอยู่แล้ว เพราะทำวีซ่าไม่ทันแน่นอน (ถามแล้ว) และจะมีใครกี่คนพร้อมเดินทางในเวลาที่รู้ล่วงหน้าเพียงสองวัน

ยังคิดไม่ออกก็คิดทางเลือกไว้ก่อน คือเดินทางคนเดียว หรือไม่ไป

“ไม่ไป” ตกไปตั้งแต่ต้น เพราะตัวเองบ่นไม่อยากไปตั้งแต่ปีที่แล้วที่รู้ว่าคุณทรัมป์ได้รับเลือกตั้ง และมีนโยบายกีดกันคนเข้าประเทศจนวุ่นกันไปทุกสนามบินทั่วสหรัฐ

แต่เมื่อทุกคนช่วยกันชักจูงให้เดินหน้าแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลาถอยหลัง แม้ว่าอเมริกันจะคิดยิงจรวดรบกับเกาหลีเหนือก็ตาม ก็เราไม่บินทางแปซิฟิกนี่นา

จะเดินทางคนเดียวยังไงให้คนข้างหลังไม่เป็นห่วง

ยัยป้านอนคิดอยู่หนึ่งคืน พอรุ่งเช้าก็ตัดสินใจว่า ก็ไปแบบคนนั่งรถเข็นซิ อายุเกินเจ็ดสิบ คนค่อนขอดคงมีน้อย ตอนนั้นก็แค่ไม่ต้องแสดงความเก่งว่ายังวิ่งได้ หรือเดินกระฉับกระเฉงได้ก็แล้วกัน ให้รถเข็นรับที่ปากทาง แล้วก็ส่งที่ประตูเครื่องลำใหม่ที่ต้องต่อไม่ต้องมองหาทางไปเอง

มั่นใจได้แน่ว่าไม่ตกเครื่องเพราะไปผิดเวลาหรือผิดประตู

ลึกๆ แล้วก็ยังแอบกังวลว่า ตอนขึ้นเครื่องในประเทศจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง เราจะทำยังไง แต่ก็ตัดความคิดนี้ทิ้งไป ไว้รอไปแก้ปัญหาอีกหลายวันข้างหน้า

ส่วนข้าวของที่ใครต่อใครสั่งซื้อไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำราและหนังสือที่ยังไม่มีขายหรือคงไม่มีขายในประเทศไทย ผู้สั่งทุกคนบอกตรงกันว่า “ป้าส่งไปรษณีย์กลับมานะ อย่าแบกเลย หนักเกิน”

ติดต่อเอเย่นต์เพื่อแจ้งไปคนเดียว จะได้เงินคืนบางส่วนไหม เขาบอกว่าไม่ได้ ไปคนเดียวก็ราคานี้เพราะเป็นตั๋วซื้อคู่ตามโปรโมชั่น

ทำใจว่าซื้อตั๋วสองใบไปคนเดียว ยกกำไรและที่ว่างให้สายการบินไป

เที่ยงไปกินข้าวแช่ ในงานเลี้ยงที่คนรู้จักเชิญเอาไว้นานแล้ว เพราะเธอคนนี้ชอบแนะนำอาหารใหม่ ร้านใหม่ให้คนรู้จักได้ลิ้มลอง

พอเล่าเรื่องจะเดินทางคนเดียว เธอก็ร้องว่า “ตายแล้ว ไม่ได้ ให้ไปคนเดียวไม่ได้” เธอมีวีซ่าเพราะเพิ่งไปเมื่อเดือนที่แล้ว และเธอไปได้เพราะเธอเป็นทีมขายประกันชีวิต เวลาเป็นของเธอเอง

แล้วเธอก็อธิบายเงื่อนไขขยักที่สองที่เอเย่นต์ไม่เคยบอก (หรือคนซื้อไม่เคยสอบถาม ไม่เคยอ่านเงื่อนไขก็เลยไม่รู้)

“พี่คะ ซื้อตั๋วแพ็กคู่แบบนี้เขาให้เช็กอินคู่ ถ้าเราเช็กอินคนเดียวเขารู้เข้าเสียเงินเพิ่มนะคะ ถ้าพี่ผ่านไปได้ แล้วขากลับล่ะคะพี่”

แล้วเธอก็ไปจัดแจงจองตั๋วแบบคู่สำหรับเธอไปด้วย ราคาแพงกว่าเดิมที่เคยจ่าย แต่ก็ยังถูกกว่าซื้อเดี่ยว 2 ใบหรือเสียเงินเพิ่มจากตั๋วเดิม กรณีเดินทางคนเดียว แล้วให้ทำเรื่องขอคืนเงินสำหรับตั๋วเดิมเพราะไม่เดินทาง

กัลยาณมิตรสองคนช่วยกันคิด ช่วยกันจัดการ สรุปว่าไม่ต้องเดินทางคนเดียว แต่การใช้รถเข็นถือว่าเป็นกู๊ดไอเดีย

แวะเปลี่ยนเครื่อง 8 ชั่วโมง!

เมื่อซื้อตั๋วใหม่ได้เลือกเครื่องลำที่ออกหัวค่ำ เพื่อให้คนไปส่งไม่ต้องนอนดึก และเพื่อที่เมื่อเราขึ้นเครื่องไปแล้ว รับประทานอาหารแล้วก็นอนหลับตามเวลาประเทศไทย แต่การเลือกเที่ยวบินแบบนี้ทำให้ต้องอยู่ที่สนามบินโดฮานานหลายชั่วโมง

ดีที่ไม่ต้องกระหืดกระหอบ ดีที่ได้ลงไปนอนต่อจนหายง่วง ได้อาบน้ำจนสดชื่น รับประทานอาหารเช้าสบายๆ และมีเวลาอ้อยอิ่งเดินชมสินค้านานาชาติในสนามบินที่ใหญ่ราวกับเมือง และยืนดูพนักงานใช้เครื่องมือคล้ายเครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดบันไดเลื่อน

เราตั้งใจเดินให้มากพอที่จะขึ้นไปนอนต่อเมื่อออกบินช่วงข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก

ที่ราบรื่นมีวุ่นๆ เข้ามาแซม เมื่อสายการบินเก็บกล้องและขาตั้งกล้องของผู้โดยสารทั้งหมดบรรจุลงกล่องรายบุคคล นัยว่าเพราะเป็นกฎเวลาบินในน่านฟ้าอเมริกา ไม่ทราบว่าเป็นกฎจากไหน ใช้กับสายการบินใดบ้าง กลัวไปถ่ายภาพกลางอากาศในสหรัฐหรืออย่างไรก็ไม่รู้

น่าชมสายการบินที่ให้บริการจัดแพ็กลงกล่องอย่างดี และนำมาวางให้เห็นพอให้อุ่นใจว่าของได้ไปเครื่องลำเดียวกับผู้เป็นเจ้าของแน่นอน

การพักนานระหว่างทางช่วยให้ไม่ง่วงเหงาหาวนอนผิดเวลาเลย เพราะนอนเต็มอิ่มบนเครื่อง 2 ลำ แถมด้วยนอนที่สนามบินอีกด้วยในเวลาที่เราง่วงจัดคือตี 1-ตี 4

ทำให้ได้แนวคิดมาว่า บินทางไกลแบบเปลี่ยนเครื่องครั้งต่อไปคงจะเลือกแบบพักนานระหว่างทาง

เครื่องไม่บิน

การเดินทางไปสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ มีช่วงหนึ่งที่ต้องขึ้นเครื่องบินในประเทศ เหตุธุระที่เกิดขึ้นกะทันหันในสหรัฐอเมริกาทำให้ต้องเดินทางช่วงต่อไปก่อนกำหนดเดิม 1 วัน ทำให้ต้องยกเลิกตั๋วในประเทศที่จองไว้เดิม แล้วซื้อใหม่

ยกเลิกแปลว่าทิ้งเงินไปเลยเพราะจองสายการบินแบบโลว์คอสต์ นี่ก็อีกความเสี่ยงที่ต้องรับกับการหาตั๋วถูก

เป็นอันว่าเดินทางคราวนี้ ซื้อตั๋วก่อนไม่ได้ประโยชน์อันใดเลย แต่ใครจะไปรู้ว่าอะไรไม่คาดคิดจะเกิดขึ้น เมื่อมีอุปสรรคเกิดขึ้นก็คิดว่าอุปสรรคมีไว้ให้คิดอ่านแก้ไขแล้วก้าวข้าม ไม่ใช่มีไว้ให้วิตกกังวลทุกข์เศร้าโทษดวงชะตาฟ้าดิน ชีวิตก็เดินต่อไป

คนที่เมืองไทยหาตั๋วให้ใหม่ จ่ายเงินให้ก่อนด้วยบัตรเครดิตของตนเอง แล้วส่ง e ticket ไปให้ เราเลือกเดินทางจากสนามบินที่เล็กกว่า ใกล้เมืองมากกว่า เพื่อความสะดวกในการเดินทางถึงสนามบินและเพื่อหนีความจอแจ

วันที่ออกเดินทาง ในเมืองต้นทางเหตุการณ์ราบรื่น แต่ได้ทราบว่ามีพายุแรงมากแถบที่จะเดินทางไป

เมื่อถึงสนามบินก็ทราบว่าเที่ยวบินที่กำหนดจะเดินทางไปต้องยกเลิกเพราะดินฟ้าอากาศทำให้บินไม่ได้ ผู้โดยสารสองคนจึงกินเล่นเดินเล่นอยู่ในสนามบินจากบ่ายจนถึงค่ำ

รับประทานอาหารไปสองมื้อ ดีที่เลือกสนามบินนี้ เป็นสนามบินเก่าทำใหม่จนสวยในสไตล์เก่า และร้านอาหารดีมากทั้งแบบนั่งในร้านและแบบกินด่วน ซึ่งบ้านเรานิยมขายแซนด์วิช เขากลับขายข้าวพร้อมกับแบบจีน

ร้านค้าก็ค่อนข้างดีสำหรับนักเดินทางระหว่างเมือง

ขอบคุณกัลยาณมิตรที่เดินทางไปด้วย ทำให้ได้ช่วยกันคิดแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบสองคนเพื่อนตาย และขอบคุณกัลยาณมิตรที่เป็นคนแบ๊กอัพอยู่ในประเทศไทย ทำให้การเดินทางของ สว. ที่ขลุกขลักอุตลุด กลายเป็นเรียบร้อยราบรื่น

กระทั่งตำราและของเล่นต่างๆ ก็เอากลับมาได้หมด ขอบคุณระบบโทรคมนาคมสมัยใหม่ที่ทำให้ทั้งหมดนี้เป็นไปได้

และท้ายที่สุด ขอบคุณใจตัวเองที่ไม่มีวิตกจริตครอบงำจนคนรอบข้างพลอยประสาทเสียไปด้วย

ข่าวดีล่าสุดคือได้รับเงินค่าตั๋วที่ไม่ได้เดินทางคืนมาเรียบร้อยแล้ว ถูกหักเงินไปบ้างก็ถือเสียว่าเป็นค่าดำเนินการ

บทความก่อนหน้านี้ปิยบุตร แสงกนกกุล : ประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาปฏิวัติฝรั่งเศส (20)
บทความถัดไปประธาน กสม.เรียกร้อง สนช.พิจารณาเหตุผลให้ถ่องแท้ก่อนลงมติร่าง พรป.กสม.วาระสองและสาม