น้ำมันดิบกับกัมพูชา / ต่างประเทศ(ฉบับประจำวันที่ 22-28 มกราคม 2564 ฉบับที่ 2110)

(ภาพ-AFP)

ต่างประเทศ

น้ำมันดิบกับกัมพูชา

สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เขียนไว้ในเฟซบุ๊กโพสต์เมื่อ 18 ธันวาคม 2020 ความว่า
“ปี 2021 กำลังย่างกรายเข้ามา…และเรากำลังจะได้รับของขวัญมหึมาสำหรับประเทศนี้ ผลผลิตน้ำมันครั้งแรกภายในดินแดนของเราเอง”
นั่นคือการประกาศความสำเร็จครั้งแรกของโครงการขุดเจาะน้ำมันจากบล็อกเอของแหล่งขุดเจาะอัปสราในอ่าวไทย
ทำความฝันยาวนาน 15 ปีให้กลายเป็นความจริง
เชฟรอน ยักษ์ใหญ่ในแวดวงน้ำมันของสหรัฐอเมริกาเป็นผู้สำรวจพบน้ำมันดิบในบล็อกเอเพียงจุดเดียวจากจำนวนทั้งหมด 6 บล็อกตั้งแต่เมื่อปี 2005 แต่การขุดเจาะไม่สามารถเริ่มต้นได้หลังการเจรจาเพื่อแบ่งผลประโยชน์กับรัฐบาลกัมพูชาไม่บรรลุผล
ทุกอย่างค้างเติ่งมาจนถึงปี 2014 คริสเอ็นเนอร์ยี่ บริษัทสำรวจและขุดเจาะน้ำมันจากสิงคโปร์ถึงได้เข้าซื้อสัมปทานบนเนื้อที่ 3,083 ตารางกิโลเมตรนี้จากเชฟรอน ถือผลประโยชน์เป็นสัดส่วนถึง 95 เปอร์เซ็นต์ของแหล่งขุดเจาะแห่งนี้
กระนั้นการขุดเจาะก็ยังเต็มไปด้วยปัญหา เริ่มตั้งแต่ภาวะราคาน้ำมันตกต่ำในปี 2014 เรื่อยมาจนถึงปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อปีที่ผ่านมาที่ทำให้การขุดเจาะเพื่อนำน้ำมันดิบขึ้นมาจากแหล่งดังกล่าวต้องล่าช้าออกไปอีก

แหล่งอัปสราเป็นแหล่งน้ำมันออฟชอร์ อยู่ห่างจากชายฝั่งจังหวัดพระสีหนุวิลล์ราว 150 กิโลเมตร คริสเอ็นเนอร์ยี่ประเมินเอาไว้ว่าอาจผลิตน้ำมันได้ราว 7,500 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือว่าน้อยทีเดียวเมื่อเทียบกับแหล่งน้ำมันของไทยหรือเวียดนาม
การสำรวจในระยะหลังของบริษัททำให้พอประเมินได้ว่าปริมาณน้ำมันดิบในแหล่งอัปสรานี้อาจมีน้ำมันดิบที่สามารถนำขึ้นมาได้ราว 30 ล้านบาร์เรล
จำนวนเท่านั้นมากพอที่จะทำให้ความฝันกลายเป็นความหวัง อาจไม่ถึงกับคาดหวังว่าชาติจะมั่งคั่งด้วยน้ำมันดิบนี้ แต่ก็เป็นไปได้ที่แหล่งที่มาของรายได้ใหม่นี้จะช่วยบรรเทาการพึ่งพาความช่วยเหลือจากต่างชาติโดยเฉพาะจีนลง
แล้วก็นำมาซึ่งคำครหาว่าด้วยคอร์รัปชั่นตามมาด้วยเช่นกัน
ไม่เพียงพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่ถูกยุบไปแล้วเท่านั้นที่ตั้งข้อสังเกตดังกล่าว บรรดากลุ่มประชาสังคมที่เคลื่อนไหวอยู่ในกัมพูชาก็ออกมาเรียกร้องให้เปิดเผยรายละเอียดของโครงการน้ำมันนี้ให้รับรู้ทั่วกัน
หลายคนชี้ว่า อันดับความโปร่งใสของกัมพูชาซึ่งอยู่ที่ 162 จาก 180 ประเทศจากการจัดอันดับขององค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติปี 2019 กับดัชนีบาเซิลเพื่อต่อต้านการฟอกเงิน ที่จัดให้กัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศที่แย่ที่สุดในโลกในแง่ของการต่อต้านการฟอกเงิน เป็นเหตุผลที่ดีในการแสดงความกังวลนี้

ฮุน เซน ไม่ถกเถียง ไม่โต้แย้งด้วย แต่ยืนกรานเรียบๆ ว่า คราครั้งนี้ กัมพูชาจะหลีกหนีให้ห่างจากชื่อเสียงอื้อฉาวทั้งหลายเหล่านั้น
ผู้นำกัมพูชาย้ำหนักแน่นว่า เงินรายได้จากโครงการขุดเจาะน้ำมันนี้จะไม่ถูกผ่องถ่ายไปเข้ากระเป๋าของบรรดาเจ้าพ่อทางธุรกิจและนักการเมืองทั้งหลาย
แต่จะถูกนำมาใช้เพื่อการปรับปรุงการศึกษาและการสาธารณสุขมูลฐานของประเทศเท่านั้น
โครงการขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทยสามารถกลายเป็นจุดแห่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญบนเส้นทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ หากมีการบริหารจัดการอย่างถูกต้องและเหมาะสม
ทั้งหลายทั้งปวงนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับรัฐบาลเองว่าจะเลือกเฟ้นอย่างไร
เลือกที่จะใช้เพื่อขุดหลุมคอร์รัปชั่นให้ยิ่งลงลึกไปอีกเพื่อฝังทั้งประเทศไว้ในนั้น
หรือเลือกที่จะใช้โอกาสนี้ยกระดับสังคมและประเทศชาติให้หลุดพ้นจากความยากจนเสียที

 

บทความก่อนหน้านี้โครงการทวาย อภิมหาอมตะนิรันดร์กาล / เทศมองไทย (ฉบับประจำวันที่ 22-28 มกราคม 2564 ฉบับที่ 2110)
บทความถัดไปอะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ : ศิลปินผู้ท้าทายเผด็จการ ด้วยงานศิลปะวิดีโอ