มงคล วัชรางค์กุล : โคโรนาไวรัส ระบาดรอบสองในยุโรป หนักหนาสาหัส ย่ำแย่กว่ารอบแรก

กระแสข่าวเรื่องการติดเชื้อระบาดโคโรนาไวรัส (โควิด-19) รอบสองในยุโรปเป็นไปอย่างรุนแรง น่ากลัวยิ่งกว่าการระบาดในรอบแรกหลายเท่าทวีคูณ

ข้อมูลของ ECDC (European Centre for Disease Prevention and Control) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งยุโรป รายงานเมื่อ 25 กันยายน 2020 ว่า

ยอดติดเชื้อในยุโรป 3,067,987 ราย 5 อันดับแรกคือ

สเปน 704,209 ราย, ฝรั่งเศส 497,237 ราย, อังกฤษ 416,363 ราย, อิตาลี 304,323 ราย, เยอรมนี 280,223 ราย

ยอดผู้เสียชีวิตในยุโรป 187,876 ราย 5 อันดับแรก คือ

อังกฤษ 41,902 ราย, อิตาลี 35,781 ราย, ฝรั่งเศส 31,511 ราย, สเปน 31,118 ราย, เบลเยียม 9,965 ราย

ตัวเลขของ ECDC บ่งบอกว่าประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสมากที่สุดคือสเปน

น.ส.พ. The Wall Street Journal ทำสกู๊ปรายงานฉบับสิงหาคม 24, 2020 “จุดบอดของการติดเชื้อกระฉูดระลอกใหม่ในสเปน” (Spain Blindsided by New Surge) ช่วงนั้นเพิ่งจะเริ่มต้นสัญญาณการระบาดรอบสองในยุโรป WSJ ทำนายเหตุการณ์ภายภาคหน้าได้ถูกต้อง จึงนำเสนอสกู๊ปว่า

ที่เมือง Zaragoza ในสเปน หมอ Dr. Jose Ignacio Barrasa ผู้อำนวยการ the University Clinic Hospital of Zaragoza ได้เห็นตัวเลขผู้ป่วย Covid-19 ในโรงพยาบาลกลับขึ้นมาสูงในระดับเดียวกับเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา เขาจึงทำตามวิธีการที่ประเทศยุโรปทำกันก่อนหน้านั้นคือ

ขอให้กองทัพช่วยสร้างโรงพยาบาลสนามอย่างเร่งด่วน

 

โคโรนาไวรัสได้เริ่มกลับมาระบาดรอบสองทั่วในยุโรป สเปนคือแนวหน้าของการระบาดรอบใหม่ ตัวเลขผู้ป่วยใหม่รายวันขึ้นมาเป็นหนึ่งในสามของทวีป

ประสบการณ์ของสเปนบอกเล่าความยากลำบากของการเอาชนะโคโรนาไวรัสจากตัวเลขคนล้มตายสูงมากในช่วงฤดูสปริง

สเปนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดที่สุดในโลก

มีผลให้ช่วงต้นเดือนมิถุนายน ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันลดลงน้อยกว่า 300 ราย จากเดิมที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดในเดือนมีนาคม ถึงวันละเกือบ 8,000 ราย

แต่เมื่อถึง 24 สิงหาคม ผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นมาสูงกว่าวันละ 5,000 รายแล้ว ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในสเปนล่าสุด 23 กันยายน ขึ้นมาที่ 11,289 ราย วันเดียว

เริ่มมีผู้ติดเชื้อเกินวันละ 10,000 คนมาตั้งแต่ 10 กันยายน ไม่มีท่าทีว่าจะลดลง

สิ่งที่เกิดขึ้นในสเปนบอกให้รู้ว่า การล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดยังไม่เพียงพอ

กุญแจสำคัญที่จะควบคุมไวรัสให้ได้ผลจะต้องมีระบบตรวจสอบโรค (Testing), การสอบสวนติดตามโรค (Tracing), การแยกผู้ที่น่าจะเป็นพาหะนำโรค (Isolate Potential Carriers)

นี่เป็นกฎเหล็กเมื่อจะเปิดธุรกรรมทางเศรษฐกิจอีกครั้ง

 

ผู้เชี่ยวชาญสเปนบอกว่า ยากที่จะอธิบายว่าทำไมสถานการณ์จึงเลวร้ายลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ทั้งหมดคือความผิดพลาดในการตรวจสอบโรค การติดตามโรค และความล้มเหลวในการสื่อสารให้ประชาชนปฏิบัติตัวอย่างไรในช่วงการแพร่ระบาด

“เรารู้ว่าเมื่อ reopen เปิดขึ้นมา ตัวเลขจะต้องพุ่งขึ้น” อาจารย์ด้านสาธารณสุขบาร์เซโลนาประจำที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์กล่าว

“ได้แต่หวังว่าการตรวจโรค ระบบการติดตามโรค และพฤติกรรมของคนจะช่วยได้”

แต่สิ่งนี้ไม่เกิดขึ้นในสเปน โคโรนาไวรัสจึงกลับมาระบาดอย่างรวดเร็ว เพราะการออกมาใช้ชีวิตกลางคืน การรวมกลุ่มในครอบครัวหลังจากถูกห้ามไปนาน คนหนุ่ม-สาวจึงกลับมาใช้ชีวิตที่เหมือนเดิม ไม่ระมัดระวังเรื่อง distancing guide-lines

บางท้องถิ่นในสเปนยังขาดการติดตามโรค (Contact Tracers) ทำให้แยกแยะคนเป็นพาหะนำโรคไม่ได้

 

หนังสือรายงานการแพทย์ของอังกฤษ the Lancet medical Journal หน้าจดหมายถึงบรรณาธิการชี้ว่า จะต้องมีการจ้างงานคนมากขึ้น รวมทั้งมีการตรวจสอบอิสระถึงประสิทธิภาพในการรับมือกับการระบาดของสเปน

รัฐบาลสเปนยอมรับว่าจะต้องมีการจัดสรรการติดตามและตรวจตราให้มากขึ้น (tracking and detecting) พร้อมยอมรับว่า ยังทำได้ไม่มากพอ

ตัวเลขคนติดเชื้อในสเปนอยู่ที่ 1% ถึง 7% ของคนที่รับการตรวจเชื้อเมื่อสองเดือนที่แล้ว สูงกว่าประเทศอื่นในยุโรป สงสัยว่าประเทศอื่นยังตรวจไม่มากพอ เทียบกับอิตาลีติดเชื้อ 1.6% ของคนที่รับการตรวจ จากตัวเลข Our World in Data

เมื่อสองอาทิตย์ก่อนของเดือนสิงหาคม รัฐบาลสเปนประกาศวิธีใหม่ป้องกันไวรัสด้วยการปิดไนต์คลับ, ปิดบาร์แต่หัวค่ำ, ห้ามการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ คนจะได้ใส่หน้ากากตลอดเวลา การใส่ Mask เป็นกฎบังคับในเกือบทุกภูมิภาคตั้งแต่เดือนกรกฎาคม

WSJ รายงานว่าข้อแตกต่างของการติดเชื้อรอบสองกับฤดูใบไม้ผลิ คือคนติดเชื้อรอบใหม่ในยุโรปเป็นคนหนุ่ม-สาว จึงไม่มีอาการรุนแรง ดังนั้น ตัวเลขเข้าโรงพยาบาลหรือถึงตายจึงไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญทั้งทวีป (เป็นเหตุการณ์ 24 สิงหาคม แต่ปัจจุบันทุกตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว)

ตัวเลขการติดเชื้อ 40% หลังปลดล็อกดาวน์มาจากการเข้าสังคม การปาร์ตี้ การรวมกลุ่มของคนในครอบครัว

ตัวเลขจากกระทรวงสาธารณสุขสเปนบอกว่า อายุคนติดเชื้อลดลงจาก 60 ปีในช่วงฤดูสปริงมาเป็น 38 ปี เหตุผลคือคนแก่ส่วนมากติดเชื้อตายไปหมดแล้ว

 

ในเขตภูมิภาค Aragon ของสเปนที่ขณะนี้มีคนติดเชื้อสูงสุดในยุโรป ติดเชื้อกระจายในหมู่คนงานเก็บเกี่ยวฟาร์มฤดูร้อน คนงานพวกนี้มาจากแอฟริกาเหนือและยุโรปตะวันออก คนเหล่านี้พักแออัดรวมกันในอพาร์ตเมนต์ที่คับแคบ เชื้อจึงแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

กระทรวงสาธารณสุขสเปนบอกอีกว่า 15% ของการแพร่ระบาดในสเปนอยู่ในหมู่คนงานที่เข้าประเทศมาทำงานเก็บเกี่ยวช่วงฤดูร้อน

ล่าสุด WSJ ฉบับ 2 ตุลาคม 2020 รายงานว่า ใน Madrid มีคำสั่งให้บาร์และภัตตาคารปิด 4 ทุ่มจากเดิมที่ให้ปิดตีหนึ่งเพราะคนสเปนกินข้าวเย็นตอนสี่ทุ่ม ห้ามจับกลุ่มเกิน 6 คน เว้นแต่เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

ทางการประกาศล็อกดาวน์มาดริดแล้ว ห้ามคนออกจากบ้านเว้นแต่จะไปเรียนหนังสือหรือไปทำงาน มีคน 3 ล้านคนในมาดริด

ในอังกฤษที่มีการติดเชื้ออันดับสองในยุโรป เมื่อ 22 กันยายน 2020 มีผู้ติดเชื้อใหม่ 4,368 คน เป็นสถิติสูงสุดนับจากเดือนพฤษภาคม

อังกฤษยกระดับการเตือนภัยด้านสาธารณสุขในประเทศจากระดับ 3 เป็นระดับ 4 ซึ่งเป็นขั้นรองสูงสุด

ตัวเลขคนติดเชื้อตายของอังกฤษสูงที่สุดในยุโรป เฉลี่ย 7 วันที่ผ่านมา ตายวันละ 22 คน ตายไปแล้ว 41,902 คน (ถึง 25 กันยายน)

รัฐบาลอังกฤษประกาศให้ผับ-บาร์ต้องปิดภายใน 22.00 น. เริ่ม 24 กันยายน และมีประกาศปรับเงินผู้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งกักตัวสูงสุดถึง 10,000 ปอนด์ (ราว 402,500 บาท)

น.พ.แพทริก วัลแลนซ์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลอังกฤษบอกว่า หากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพิกเฉย จำนวนผู้ติดเชื้อในอังกฤษจะเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 คนต่อวันในกลางเดือนตุลาคม หรือเพิ่มขึ้นอีก 10 เท่า

WSJ บอกว่า WHO เรียกสถานการณ์ในยุโรปว่า Pandemic Fatigue “ติดเชื้อจนอ่อนล้า ทำตามกฎไม่ไหวแล้ว” ประเทศส่วนใหญ่ตั้งกฎไปที่เด็กวัยรุ่น เพราะพวกนี้ไม่ป้องกันอะไรเลย พยายามไม่ให้มีปาร์ตี้ จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์

 

เล่าเรื่องการระบาดรอบสองอย่างรวดเร็ว รุนแรงในยุโรป เพื่อเตือนคนไทยว่าอย่าชะล่าใจว่าเป็นเรื่องไกลตัว

เพราะมีเครื่องบินบินตรงจากยุโรปเข้าเมืองไทยทุกวัน Lufthansa บินมาจาก Frankfurt และ KLM บินมาจาก Amsterdam

ยังไม่นับเครื่องจากตะวันออกกลางหลายสายที่บินเชื่อมจากยุโรป เริ่มบินเข้ามาเมืองไทยทุกวันเช่นกัน

แค่บิน 10 กว่าชั่วโมง เชื้อโคโรนาไวรัสก็มาถึงเมืองไทยแล้ว

เรากำลังจะเปิดรับนักท่องเที่ยว ตั้งกฎอย่างไรก็ไม่มีทางรอดการติดเชื้อ

บทความก่อนหน้านี้“สมพงษ์” ร่อนแถลง เมื่อรัฐบาลไม่ใช่ที่พึ่ง เพื่อไทยจะคิดใหม่ ทำใหม่อีกครั้ง ร่วมกับปชช.สู้พ้นวิกฤต
บทความถัดไป“เพื่อไทย” ประชุม กก.บห.ชุดใหม่นัดแรก ประกาศผนึกกำลัง “รุ่นสู่รุ่น” ทำงานใกล้ชิดประชาชน