เมื่อวันนอร์ ลาออก กับก้าวต่อไปประชาชาติ ทั้งในและนอกสภา

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2563 มีการประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาชาติประจำปี 2563

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคพรรคประชาชาติ (ช่วงบ่าย) แต่ได้รับเลือกอีกครั้งหนึ่ง (ช่วงเย็น)

อย่างไรก็แล้วแต่ ก็ได้ลาออกจากการเป็น ส.ส.เพื่อทำงานการเมืองนอกสภาผู้แทนราษฎรและส่งไม้ต่อให้เลขาธิการพรรค พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง โดยท่านกล่าวว่า วันที่ 9 กันยายนนี้ ซึ่งจะมีการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ผมจะเข้าสภาเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นวันที่ 11 กันยายน จะยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะทำให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค เลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อแทน เนื่องจากเป็นผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 ของพรรคประชาชาติ

จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลต่อการเมืองชายแดนภาคใต้ช่วงการเมืองส่วนกลางที่กำลังถล่มรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างแน่นอน รวมทั้งอนาคตพรรคประชาชาติไม่ว่าเวทีท้องถิ่นและระดับชาติ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า “แนวทางของพรรคหลังจากนี้ จะทำงานเพื่อสืบเนื่องดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่การต่อสู้ต่อไปคือ จะทำอย่างไรให้รัฐธรรมนูญปี 2560 หรือรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการได้รับการแก้ไขโดยเร็ว และขอทำให้ประชาชนได้รับประชาธิปไตยเต็มใบ ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบจอมปลอม”

ส่วนงานที่จะต้องทำต่อไป และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นมีดังนี้

1.การเมืองระดับชาตินโยบายที่เคยหาเสียงไม่สามารถทำได้

พรรคประชาชาติที่ฐานเสียงหลักที่ชายแดนภาคใต้แม้ภาพรวมการอภิปราย การต่อสู้เป็นปากเป็นเสียงในสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นที่ยอมรับ แต่นโยบายที่เคยหาเสียงหวังจะนำพาสังคมสู่ความเป็นธรรม เท่าเทียม รวมทั้งแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าการศึกษา ศาสนาและกระบวนการยุติธรรม ยังไม่สามารถทำได้เพราะเป็นพรรคฝ่ายค้าน

ยอมรับว่า บารมีของวันนอร์แม้จะมี ส.ส.น้อยในสภา แต่หลายๆ ครั้งสามารถนำทั้งพรรคเพื่อไทยและก้าวไกลที่มี ส.ส.มากกว่า

นี่เป็นอีกความท้าทาย พ.ต.อ.ทวีที่จะรับไม้ต่อ

2.การเมืองท้องถิ่นคือโอกาสนำนโยบายสู่ปฏิบัติ

27 สิงหาคม 2563 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีหนังสือแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการบันทึกข้อมูลงบประมาณค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ร่าง) ข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2564 ลงในระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (e-LAAS)

แน่นอนที่สุดจากการประกาศครั้งนี้ทำให้พรรคประชาชาติต้องรีบลงพื้นที่มากขึ้นหลายเท่าตัวเพื่อส่งคนลงการเมืองท้องถิ่น

เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าพรรคประชาชาติเป็นฝ่ายค้านมิสามารถนำนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ไปปฏิบัติเป็นรูปธรรม

ซึ่งต่างจากคนของพรรคพลังประชารัฐและภูมิใจไทย แม้แต่ ส.ว.ที่ถูกแต่งตั้งโดยประยุทธ์

สำหรับนโยบายที่พรรคเคยหาเสียงช่วงเลือกตั้งและสามารถนำมาปรับใช้ได้ในการบริหารท้องถิ่นคือ “พัฒนาคุณภาพชีวิตบนฐานท้องถิ่น ศาสนา และวัฒนธรรม”

การแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นอกจากต้องแก้ไขในด้านการเมือง การปกครอง การอำนวยความยุติธรรม และการส่งเสริมความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมแล้วนั้น

ยังต้องดำเนินนโยบายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในด้านต่างๆ ควบคู่กันไปด้วย

ไม่ว่าจะเป็นในด้านการศึกษา หรือการพัฒนาทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ ที่ให้ความสำคัญกับลักษณะเฉพาะของท้องถิ่น ลักษณะทางภูมิศาสตร์และระบบนิเวศ ปัจจัยทางอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และศาสนา ตลอดจนเครือข่ายความสัมพันธ์ของผู้คนที่เชื่อมโยงกับนานาชาติรวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่ม

พร้อมทั้งต้องมีนโยบายแก้ปัญหาเร่งด่วนที่เป็นความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชนในพื้นที่ด้วย ได้แก่ ปัญหาราคาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยท้องถิ่นเพื่อท้องถิ่น

ในด้านเศรษฐกิจ กระแสหลักในส่วนที่เกี่ยวข้องกับชายแดนใต้ สามารถส่งเสริมการค้าชายแดนครบวงจร สร้างความเชื่อมั่นและแรงจูงใจในการลงทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์กับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีการเชื่อมโยงกับรัฐบาลท้องถิ่นประเทศมาเลเซีย โดยใช้ศักยภาพทางภาษาและวัฒนธรรมเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ สามารถร่วมมือกับประเทศมาเลเซียอย่างใกล้ชิดทั้งในระดับรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับประชาชนที่ยากจนในพื้นที่

ส่วนในด้านการศึกษา เนื่องจากจังหวัดชายแดนภาคใต้มีรูปแบบการศึกษาเป็นการเฉพาะหลายรูปแบบ สามารถยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และอุดหนุนการจัดการศึกษาทุกระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงเรียนเอกชนสามัญและโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม รวมทั้งส่งเสริมการเรียนการสอนทางศาสนาของทุกศาสนาในสถาบันการศึกษารูปแบบต่างๆ ทั้งในระบบ นอกระบบ และการศึกษาทางเลือกนอกเหนือจากกระทรวงศึกษาธิการ

ส่งเสริมให้มีค่าตอบแทนครูสอนศาสนา ส่งเสริมระบบการศึกษาบนฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรม ศาสนา และชาติพันธุ์ รวมทั้งพัฒนาความคิด สติปัญญา และศักยภาพของทุกชาติพันธุ์โดยเริ่มต้นจากภาษาแม่ อาทิ ภาษามลายู

3.กระแสการเมืองนอกสภา

ต้องยอมรับการทำงานช่วยเหลือต่อสู้ยืนหยัดกับประชาชนโดยเฉพาะเรื่องกระบวนการยุติธรรมที่ชายแดนภาคใต้จนถูกมองถูกกล่าวหาว่าเป็นแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดน (BRN) จนต้องมีคดีฟ้องร้อง และถูกจับตาจากหน่วยความมั่นคงได้ใจชาวบ้านส่วนใหญ่

แต่กระแสของนักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมทั้งคนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้าทั้งเรื่องการกำหนดใจตนเอง Right to Self Determination (RSD)

กับจะนะเมืองอุตสาหกรรมที่จะกระทบคนชายแดนภาคใต้ พรรคประชาชาติยังเงียบอยู่

อย่างไรก็แล้วแต่ ก็ประมาทคนพรรคนี้ไม่ได้ เพราะการคว่ำรัฐธรรมนูญจากสามจังหวัดก็มาจากพวกเขา เพียงแต่จะร่วมมือกับคนรุ่นใหม่อย่างไรภายใต้กฎหมายพิเศษและอำนาจเงิน

บทความก่อนหน้านี้คุยกับ “ทราย เจริญปุระ” กำลังใจจาก “คนรุ่นใหม่” และ “ความพ่ายแพ้-รปห.” ที่อาจเกิดซ้ำรอย
บทความถัดไปทองคำมีโอกาสราคาพุ่งอีก | ชูไทยฐานผลิตใหม่หลังโควิด | ไทยอันดับ 44 คิดค้นนวัตกรรม | ใช้จ่ายสารทจีนหดตัว