มงคล วัชรางค์กุล : ไวรัสโควิด-19 พิฆาตชีวิต พิชิต “แบรนด์เนม” (Brand Name) ทำไมจึงเป็น “อิตาลี”

ไวรัสโควิด-19 สร้างความตื่นตกใจ (Panic) ให้คนทั้งโลกมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่เหนือความคาดหมายจนไม่อยากจะเชื่อคือ

“อิตาลี” กลายมาเป็นประเทศที่มีคนป่วยและคนตายเป็นอันดับสองของโลก

แซงหน้าเกาหลีไปอย่างขาดลอย

10 มีนาคม 2020 อิตาลีประกาศปิดประเทศ

มีผลให้อิตาลีทั้งประเทศเป็นพื้นที่ควบคุม แต่เดิมมีการควบคุมเฉพาะบางแคว้น เช่น แคว้นลอมบาดีที่มีมิลานเป็นเมืองเอก และเป็นเมืองแรกที่มีคนป่วยและตายจากโควิด-19 แต่ตอนนี้โรคได้ระบาดครบทั้ง 20 แคว้นแล้ว จึงต้องปิดทุกเมืองในอิตาลี

ภายใต้มาตรการนี้ที่มีผลใช้บังคับทันที ประเทศอิตาลีทั้งหมดจะกลายเป็นพื้นที่ควบคุม ผู้คนจะได้รับอนุญาตให้เดินทางเฉพาะเพื่อไปทำงานหรือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินกับครอบครัวเท่านั้น โรงเรียน มหาวิทยาลัยปิดหมด

ขณะเดียวกันก็ยังมีคำสั่งห้ามการชุมนุมในที่สาธารณะ การท่องเที่ยวในยามย่ำคืน รวมถึงการแข่งขันกีฬาต่างๆ อาทิ ฟุตบอล ซึ่งจะถูกระงับทั่วประเทศ

น่าเสียดายที่ช่วงนี้จะไม่ได้ดูฟุตบอลลีก Serie A ของอิตาลีที่มีผู้ชมพร้อมธงทิวและเสียงเชียร์ลั่นสนามอีกแล้ว ให้มีเฉพาะการแข่งขันในสนามปิด (Closed doors) ไม่มีคนดู จนถึงวันที่ 3 เมษายน 2020 ค่อยมาว่ากันใหม่

นายจูสเซปเป คอนเต (Giuseppe Conte) นายกรัฐมนตรีอิตาลี ประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์ว่า ชาวอิตาเลียนจะต้องเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวัน และหนทางที่ดีที่สุดคือทุกคนจะต้องอยู่แต่ในบ้าน หลังจากที่พบการแพร่ระบาดและการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ชาวอิตาเลียนทุกคนจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อทำให้ประเทศดีขึ้น และต้องลงมือทำในทันที เพราะสิ่งนี้จะเกิดผลได้ก็ต่อเมื่อทุกคนให้ความร่วมมือและทำตามมาตรการที่เข้มงวด

นั่นคือเหตุผลที่เขาตัดสินใจประกาศใช้มาตรการที่เข้มงวด เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสและปกป้องสุขภาพของประชาชนทุกคน

 

ขณะเขียนต้นฉบับนี้ 15 มีนาคม 2020 อิตาลีมีคนติดเชื้อไวรัส 21,157 คน ตอนนี้ยอดติดเชื้อเพิ่มขึ้นแต่ละวันในอัตราสูงมาก

อิตาลีมีคนตาย 1,266 คน คิดเป็น 5.98%

อัตราคนป่วย-คนตายจากไวรัสโควิด-19 ในอิตาลีจะต้องสูงมากขึ้นทุกวันในอัตราก้าวกระโดด เพราะมีรายงานว่าอิตาลีอยู่ในขั้นวิกฤตเนื่องจากอุปกรณ์ทางการแพทย์มีไม่เพียงพอ

ถึงขั้นหมอต้องเลือกรักษาให้ใครรอด และปล่อยให้ใครตายเหมือนในภาวะสงคราม

ทำไมจึงเป็นอิตาลี

น.ส.พ. The Wall Street Journal ฉบับเสาร์-อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 8-9, 2020 มีรายงานข่าวว่า “Chinese Shoppers” Absent Hits Luxury Brands Hard”

“การขาดหายไปของนักช้อปจีนได้ทำร้ายแบรนด์หรูอย่างหนักหน่วง”

ในรายงานข่าวนี้ระบุว่า

นักท่องเที่ยวจีนคือเสาหลักของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในยุโรป

เป้าหมายยอดฮิตของนักท่องเที่ยวจีนคือ มิลาน อิตาลี

ปี 2019 มีนักท่องเที่ยวจีนมาเยือนอิตาลี 53 ล้านคน เฉลี่ยพักค้างคืน 13 คืน ยาวนานกว่านักท่องเที่ยวชาติอื่น อเมริกันยังค้างแค่ 9 คืน เฉลี่ยคนจีนใช้จ่ายวันละ 151 ปอนด์ ราววันละ 5,889 บาท

สถิติจาก Bank of Italy

ยังไม่รวมแบรนด์เนมหรูที่นักท่องเที่ยวจีนช้อปหิ้วกลับบ้านอีกมากมายมหาศาล

ที่ Via Monte Napoleone, Milan เกือบทุกช็อปที่นี่จะต้องจ้างพนักงานขายพูดจีนไว้ทุกร้านตลอดหลายปีที่ผ่านมา

นักท่องเที่ยวจีนที่มายุโรป โดยเฉพาะมิลาน อิตาลี ไม่ใช่นักท่องเที่ยวจีนธรรมดาระดับกลาง-ล่างที่เราเห็นดาษดื่นในเมืองไทย

แต่พวกคนจีนที่ไปทัวร์ยุโรปล้วนเป็นระดับไฮเอนด์ พวกนี้ช้อปแต่สินค้าแบรนด์เนมหรูระยับระดับ Luxury Brands Name แบบจ่ายไม่อั้น

ร้านขายสินค้า High-end ทั้งหลายจึงต้องหวังพึ่งพาทัวร์จีนที่ต้องการกระเป๋า Gucci จากมิลานในราคาที่ย่อมเยากว่า พร้อมยังได้ tax refunded และความมั่นใจว่าได้สินค้าหรูหราของแท้จากประเทศผู้ผลิต

ยิ่งไปกว่านั้น บางแบรนด์ยังเสนอสินค้าหรูที่ไม่มีการส่งไปขายให้เห็นในเมืองจีน สร้างความภาคภูมิใจให้ลูกค้านักช้อปชาวจีนไว้อวดโชว์อีกด้วย

 

ปีที่แล้วลูกค้าจีนซื้อสินค้าไปใกล้ 110 พันล้านดอลลาร์ ทั้งหมดเป็นสินค้าหรูหราพวกเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องหนังและอัญมณี

WSJ บอกว่า ปี 2018 มีนักท่องเที่ยวจีนออกมาเที่ยวนอกประเทศ 170 ล้านคน สูงกว่าหลายปีที่ผ่านมา นี่เป็นสถิติของ U.N. World Tourism Organization

นักท่องเที่ยวจีนใช้จ่ายประมาณ 277 พันล้านดอลลาร์

จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น 3 เท่า และใช้จ่ายมากขึ้น 5 เท่าเมื่อเทียบกับทศวรรษที่แล้ว

ด้วยเหตุผลหลักของการเป็นนักท่องเที่ยวระดับ “พระเจ้า” ดังนั้น ทั้งอิตาลีและประเทศอื่นในยุโรป เช่น ฝรั่งเศส, อังกฤษ จึงไม่มีใครปฏิเสธจีน

ในขณะที่อเมริกาปฏิเสธจีนไม่ให้เข้าอเมริกาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2020 รวมทั้งชาวต่างชาติที่เดินทางผ่านจีนด้วย

มีผลให้สายการบินจีนทุกสายขนคนจีนเข้าอเมริกาไม่ได้ จึงต้องเลิกบินเข้าอเมริกา

เมื่อยุโรปโดยเฉพาะอิตาลีไม่ปฏิเสธจีน จึงต้องโดนเชื้อโควิด-19 หนักหนาสาหัส

มิลาน แฟชั่นวีก 2020 (Milan Fashion Week 2020)

มีนาคม 5, 2020 คืองานแฟชั่นโชว์ประจำปีใหญ่สุดของมิลาน รวมนักแฟชั่นนิสต้าและเซเลบทั่วโลก

เชื้อโควิด-19 กระจายทั่วโลกจากงาน Milan Fashion Week 2020 คราวนี้

เซเลบเวียดนามก็ไปติดโควิด-19 มาจากงานนี้

หนูใหม่ “ดาวิกา โฮร์เน่” ไปร่วมงานมิลาน แฟชั่นวีก- 2020 กำลังกักกันตัวเอง 14 วัน

ขอให้คนสวยรอดปลอดภัยจากโควิด-19

ใครจะเชื่อว่า หลัง Milan Fashion Week 2020 ไม่กี่วัน เมืองมิลานและทุกเมืองในอิตาลีจะเต็มไปด้วยคนป่วยและคนตายจากโควิด-19

ตรงข้ามกับการปิดประเทศของอเมริกาที่ไม่ให้นักท่องเที่ยวจีนเข้าเมื่อปลายเดือนมกราคม 2020 ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่สุดยอดของประธานาธิบดีทรัมป์

ปกป้องอเมริกาไม่ให้ย่อยยับจากโควิด-19 เหมือนในยุโรป

 

WSJ ฉบับนี้บอกว่า อเมริกาจะสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนราว 10.3 พันล้านดอลลาร์ จากการประมาณการของ firm Tourism Economics

หน่วยงานนี้ยังบอกว่า นักท่องเที่ยวจีนเข้าอเมริการาว 7% ของนักท่องเที่ยวจีนนอกประเทศ ใช้จ่ายคร่าวๆ 34 พันล้านดอลลาร์ในปี 2019 เป็นการจ่ายค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าตั๋วเครื่องบินให้สายการบินอเมริกา

ผู้บริหารของ Estee Lauder ยอมรับว่าจะไม่มีทัวร์จีนเข้ามาอเมริกาอย่างน้อย 2-3 เดือนข้างหน้า และบริษัทได้ปรับลดงบประมาณรายรับทั้งปีลงจากผลของโคโรนาไวรัส

Capri เจ้าของแบรนด์ Michael Kors ได้ปรับลดงบฯ รายได้ลง 100 ล้านดอลลาร์ทั้งจากร้านค้าในจีนและนอกจีน ตัวเลขนี้จะโชว์ในงบฯ รายปีที่จะสิ้นสุดควอเตอร์ที่สี่ในเดือนมีนาคมนี้

Burberry แบรนด์หรูโคตรแพงของอังกฤษยอมรับว่า โควิด-19 ได้ทำร้ายยอดขายในจีนและทั่วโลกที่นักท่องเที่ยวจีนเคยเดินทางท่องเที่ยวไป

Tapestry Inc. เจ้าของกระเป๋าแบรนด์หรูพร้อมเครื่องแต่งตัว Coach และ Kate Spade ของอเมริกา คาดการณ์ตัดยอดขายลง 200 ถึง 250 ล้านดอลลาร์จากการปิดร้านในจีนแผ่นดินใหญ่และจากการท่องเที่ยวที่ลดน้อยนอกเมนแลนด์ ยังบอกอีกว่า ถ้ายอดนักท่องเที่ยวน้อยลงกว่านี้ สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายไปอีก

Galeries Lafayette แห่งใหม่ที่ Boulevard Haussmann ในปารีสยืนร้างอย่างโดดเดี่ยวเมื่อไม่มีนักช้อปจีน

ทั้งนี้ Estee Lauder Cos. และ Capri Holding Ltd. เจ้าของแบรนด์ Versace และ Jimmy Coo ได้เตือนนักลงทุนให้ระวังความผิดหวังจากงบการเงินที่มียอดขายลดลงอย่างคาดไม่ถึง

พนักขายของแบรนด์ Fendi ที่ศูนย์ช้อปปิ้ง Via Monte Napoleone, Milan บอก WSJ ว่า เพิ่งมีกรุ๊ปทัวร์จีนเข้ามากรุ๊ปเดียวเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2020 ทั้งที่เป็นช่วงตรุษจีนฉลองปีหนู

เขาบอกว่า ช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว มีรถทัวร์จอดแน่นไปหมด มีนักท่องเที่ยวจีนอยู่ในร้านไม่น้อยกว่าวันละ 1,000 คน

อนิจจา วันนี้มิลานและทั่วอิตาลีมีแต่คนป่วยและซากศพ ไวรัสโควิด-19 ได้พิฆาตชีวิต พิชิต “แบรนด์เนม” ไปเรียบร้อยแล้ว

บทความก่อนหน้านี้คณิต ณ นคร : “คณากร เพียรชนะ” และหลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษา
บทความถัดไป“จุรินทร์” สั่งด่วน ห้ามส่งออกไข่ 7 วัน มีผลทันที ย้ำ พบค้ากำไรเกินควร จับกุมทันที