บริสุทธิ์ ประสพทรัพย์ : ยุทธศาสตร์ตลาดท่องเที่ยวพัทยา จาก To Bliesure ถึง More Bliesure 2020

สืบเนื่องจากรัฐบาล คสช.ส่งไม้ต่อให้รัฐบาลเชียงกง ภายใต้ผู้นำอิเหนาเมาหมัด เดินหน้าทำระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) จ.ชลบุรี-ระยอง-ฉะเชิงเทรา

และหมายมั่นจะพัฒนาพัทยาให้เป็น “ฮับ” ท่องเที่ยวระดับโลก

เป็นผลให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยาลุกขึ้นมาเขียนแผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์พัฒนาตลาดรองรับ เพื่อหาสินค้าและกิจกรรมใหม่ๆ มากระตุ้นนักท่องเที่ยวคิดวางแผนมาเที่ยว ตามแผนพัฒนาอีอีซีสู่อนาคต

แผนที่ว่านี้…ได้แก่โครงการ To Bliesure ที่ย่อมาจากคำว่า Business + leisure ซึ่งหมายถึงการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน และทำงานควบคู่กันไป

แผนจับต้องได้ฉบับนี้จุดพลุเปิดฟลอร์เมื่อ 1 ตุลาคม 2560 ช่วงเริ่มปีงบประมาณ 2561 เน้นเจาะคนหนุ่มสาววัยทำงาน อีกทั้งสตาร์ตอัพ กลุ่มมนุษย์เงินเดือนในบริษัท และภาคอุตสาหกรรม (Corporate) กับข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบจ. อบต. เทศบาล

ตามเทรนด์คนเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มนักท่องเที่ยว Digital no mad คือชอบเดินทางและพกพาเครื่องคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์สื่อสารไร้สายติดตัวไปทำงานผ่านเทคโนโลยีเชื่อมต้นสังกัด

ปิ่นนาถ เจริญผล ผอ.ททท.พัทยา กล่าวว่า พัทยามีแหล่งท่องเที่ยวกว่า 100 แห่ง ทั้งหาดทรายชายทะเล กิจกรรมมนุษย์สร้างขึ้นอย่างตลาดน้ำ 4 ภาค สวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์ค สวนพฤกษศาสตร์นงนุชพัทยา หมู่บ้านไทธานี ศาสนสถานอย่างวัดญาณสังวรฯ เขาชีจรรย์ และวิถีชุมชน

มีโรงแรมให้เลือกพักถึง 1,000 โรง 80,000 ห้อง ร้านอาหาร สถานบันเทิง รถและเรือบริการนำเที่ยว เพียบพร้อมด้วยปัจจัย สมคำกล่าวที่ว่า Modern of the East

ปีแรก To Bliesure เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวหมู่คณะ 30 คนขึ้นไป เลือกไปเที่ยวพัทยา หรือจัดเวทีประชุมสัมมนา เล่นกีฬาทางบกทางน้ำ แต่ต้องค้างคืนอย่างน้อย 1 คืน

ไม่เช่นนั้นใช้สิ่งอำนวยความสะดวกภายในพัทยาเป็น Co-Space Working ห้องทำงานแห่งที่ 2 เหมือนสังคมคนทำงานญี่ปุ่น ที่กำลังเตรียมรับกีฬาโอลิมปิกภาคฤดูร้อนกลางปีนี้

โครงการระบุให้ทำกิจกรรมจิตอาสา เก็บขยะชายหาดหรือใต้ทะเล สร้างปะการังเทียมชายฝั่งให้สัตว์น้ำอาศัย โดยประสานเจ้าภาพล่วงหน้า 1 สัปดาห์ จะได้รับการจัดหาสถานที่ให้

บวกเลี้ยงอาหารทะเลร้านดังให้ 1 มื้อ จากร้านปูเป็น หรือสุดทางรัก ศรีนวล บุฟเฟ่ต์ ห้องพลับพลึงสวนนงนุชพัทยา อาหารไทย 4 ภาคหมู่บ้านไทธานี มูลค่าหัวละ 280 บาท

ปีเริ่มต้นมีคณะเข้าร่วม 4,000 คน ปีถัดมา 5,302 คน จากสถิตินักท่องเที่ยวพัทยาเฉลี่ยปีละ 18 ล้านคน…สัดส่วนดังกล่าวอาจยังน้อยแค่น้ำจิ้ม

แต่หากสามารถเพิ่มมูลค่าการให้บริการสูงขึ้น ผนวกกลไกการตลาดผสมโรงเข้าไป นั่นหมายถึงอำนาจการขยายจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมก็ย่อมมีความเป็นไปได้สูง – ไม่ใช่หรือ?

โดยเฉพาะปีนี้ ค.ศ.2020 ท่องเที่ยวไทยถึงวัยก้าวสู่ปีที่ 60 เทียบชั้นผู้สูงวัยมากด้วยประ สบการณ์บนเวทีโลก ที่แม้จะยังไม่มีวี่แววใดๆ แห่งการเฉลิมฉลองหรือปลุกตลาดให้ตื่นขึ้น

แต่… To Bliesure ก็ชิงประกาศตัวพัฒนารูปแบบใหม่เป็น More Bliesure 2020 ขานรับ 60 ปีองค์กรบนสังเวียนภูธรพัทยา ที่ขอโทษ…ชื่อเสียงโด่งดังติดขอบเวทีโลกเลยทีเดียวเชียว!

ได้ลองคลี่โครงการดู พบว่าพุ่งเป้าฟันธงไปที่มิติแห่งการส่งเสริมท่องเที่ยวสู่วิถีชุมชน รับศักราชใหม่ ที่ไม่ใช่การตั้งซุ้มตามปั๊มน้ำมัน ดึงชุมชนให้นำสินค้ามาวางขายแบบเท่! เก๋ไก๋!

ทุกวันนี้…กระทรวงมหาดไทยเผยตัวเลข…เมืองไทยมีชุมชน 75,032 แห่งทั่วประเทศ แต่…More Bliesure เลือกเพียง 3 ชุมชนในรัศมีเมืองพัทยาเป็นสินค้าพร้อมขายนำร่องก่อน

เพื่อให้ชาวชุมชนตามชื่อในทะเบียนราษฎร จ.ชลบุรี มีรายได้จากกระแสฟีเวอร์ท่องเที่ยว เหมือนประชากรแฝง 5 แสนคน ที่ปักหมุดทำกินแดนนี้มานาน?

ชุมชนที่ได้รับการบรรจุไว้ในแผน ได้แก่ บ้านตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง ห่างพัทยา 11 ก.ม. อายุกว่า 100 ปี โดยวิถียังผูกพันกับการทำสวนมะพร้าวที่มีอยู่ 7 สวน 8,000 ไร่ ให้นักท่องเที่ยวปั่นจักรยานสัมผัสวิถีชาวสวน และเที่ยวแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยุคโลกร้อน

แล้วแวะชิมกาแฟมะพร้าวใส่หัวกะทิแทนครีม ฝึกกิจกรรม DIY ทำน้ำมันมะพร้าวและของเล่นจากวัสดุก้านมะพร้าว เรียนรู้การทำปุ๋ยชีวภาพ การเพาะเลี้ยง “แตนเบียน” แมลงทำลายหนอนศัตรูต้นมะพร้าว

ชมพิพิธภัณฑ์บ้าน 100 เสา และนวดสมุนไพรด้วยอุปกรณ์ “กัวซา” ทำจากเขาควายตามตำราจีน ช่วยคลายอาการปวดเมื่อย

ทุกวันนี้…มีคนมาเที่ยวชุมชนวันละ 100 คน โดยปี 2562 ทำสถิติได้ถึง 10,000 คน กับรายได้เหยียบ 2 ล้านบาทกระจายไปยังสมาชิกวิสาหกิจชุมชน เป็นรายได้เสริมอาชีพเกษตรกร จากส่วนแบ่งภาคท่องเที่ยวของเมืองพัทยา

ที่น่าจับตามอง…ชุมชนไม่ดูดายที่จะร่วมงานกับภาครัฐและเอกชน ไปออกงานส่งเสริมการขายตามตลาดต่างๆ แบบธุรกิจท่องเที่ยวทุกประเภทนิยมทำกัน

 

อีกแห่ง…ชุมชนชาวจีนโบราณบ้านซากแง้ว อ.บางละมุง อยู่ห่าง ถ.สุขุมวิท ที่คนส่วนใหญ่รู้จัก…ซิกเนเจอร์ที่นี่เป็นบ้านเรือนไม้สไตล์จีน ไร้สถาปัตยกรรมแปลกปลอมหลงเข้าไป

วิถีคนถิ่นนี้…เติบโตจากการทำธุรกิจโรงโม่แป้ง รุ่งเรืองก่อนพัทยาจะโด่งดังเป็นพลุแตก ต่อมา…เมื่อลูกหลานจบการศึกษาระดับปัญญาชนก็หันไปทำงานนอกชุมชนกันส่วนใหญ่

ทิ้งให้คนเฒ่าคนแก่อยู่เหย้าเฝ้าเรือน แต่ไม่ปล่อยให้เอกลักษณ์ชุมชนสูญหายไปด้วย และยังดีที่ลูกหลานรุ่นนี้ได้ร่วมกันก่อตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการชุมชนบ้านซากแง้ว

ส่งเสริมวัฒนธรรมบนถนนคนเดินกลางชุมชนทุกเย็นวันเสาร์ แต่ละบ้านจะพร้อมใจกันแต่งกี่เพ้าสีแดงสดใส ชวนคนมาเที่ยวชิมอาหารจีนสไตล์สตรีตฟู้ด ที่หลายชนิดคนยุคนี้ไม่รู้จัก

เช่น หมวยเล็กขายข้าวต้มโบราณ, ร้านกุยช่าย ปึงอู๋ฮวก, ขนมเปี๊ยะเจ้ดา, โป๊งเหน่ง โง้วบ้วย, คิ้ม ร้านโกปี้เตี๊ยม, กวงเจียงเต้าหู้ทอด

เสน่ห์ชุมชนแห่งนี้…อยู่ที่วันเปิดตลาด ลูกหลานคนไหนไปทำงานนอกบ้านใกล้ไกลแค่ไหนก็จะกลับมาช่วยกันสร้างสีสัน ให้วิญญาณฟื้นคืนเหมือนวันวานที่ผ่านมา

ชุมชนสุดท้ายคือบ้านบางเสร่ อ.สัตหีบ ห่างเมืองพัทยาตาม ถ.สุขุมวิท 16 ก.ม. เล่ากันว่า…แต่เดิมทะเลแถบนี้เป็นแหล่งทำกินของชาวประมงจำนวนมาก แต่ก็ถูกโจรสลัดปล้นจี้ชิงเรือและทรัพย์สิน

แล้วกวาดต้อนเหยื่อขึ้นมาทิ้งไว้บนฝั่ง ให้กลายเป็นถิ่นพำนักถาวร ยังชีพด้วยการทำประ มง ได้สินค้ามาก็ส่งขายตลาด อีกส่วนแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ขายในชุมชน และดูเหมือนโชคจะเข้าข้าง ที่สถานการณ์ท่องเที่ยวพัทยาเริ่มกระจุกตัว

จึงส่งผลให้นักท่องเที่ยวกระจายตัวออกมายังหาดนาจอมเทียน กระทั่งถึงบางเสร่ในที่สุด

ถิ่นนี้มีหาดทราย 1.5 ก.ม. เป็นตัวหนุนคนมาเที่ยว มีกีฬา “เย่อกับปลา” ที่เคยฮิตติดอันดับมาก่อน เนื่องจากเป็นแหล่งชุกชุมของปลากระโทงแทง ทุกวันนี้ก็มีเรือบริการไปสนุกกับเกมนี้

 

อย่างไรก็ตาม…ทั้ง 3 ชุมชนยืนยันพร้อมรับกลุ่ม Digital no mad ผู้ต้องการหาห้องทำงานแห่งที่ 2 ด้วยสถานที่และสัญญาณการสื่อสารซึ่งมีอยู่สมบูรณ์

More Bliesure 2020 ที่คาดว่าตัวเลขผู้ร่วมโครงการปีนี้จะโตถึง 6,000 คน น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลอง 60 ปีท่องเที่ยวไทย

และส่งเสริมรายได้ใส่กำมือชาวชุมชน ผู้มีชื่อตามทะเบียนราษฎรจริง ไม่ใช่ปล่อยให้ประชากรแฝง…กินอิ่มหลับนอนกันถ้วนหน้า…ทั่วเมืองพัทยา!

บทความก่อนหน้านี้นิทรรศการภาพ “การแสดงพลุงาน Amazing Thailand Countdown 2020 ณ ไอคอนสยาม” สุดยอดไฮไลท์การแสดงพลุปีใหม่ที่สร้างชื่อเสียงกล่าวขานไปทั่วโลก
บทความถัดไป‘อนุสรณ์’ ชี้เสียบบัตรแทนกัน ไม่ใช่เพียงความผิดส่วนบุคคล รบ.จะรับผิดชอบอย่างไร