ผมชอบตำรวจ แต่ไม่ชอบการเบียดเบียน ต้องพบกับความผิดทั้งที่เราไม่มีความผิด

ผมชอบตำรวจ ผมรักตำรวจ ผมยกย่องตำรวจ ผมเชิดชูตำรวจ ผมเคารพตำรวจ ผมนับถือตำรวจ

แต่ผมไม่ชอบการเบียดเบียนของตำรวจบางนายที่ลุอำนาจด้วยอคติทางกฎหมาย สร้างเงื่อนไขให้ประชาชนที่ไม่รู้กฎหมาย พบกับความผิดทั้งที่ไม่มีความผิด (ที่เรียกว่าจับแพะ)

หรือทำความผิดเล็กน้อยให้เป็นความผิดหนักสาหัสสากรรจ์ (สำหรับคนยากจน)

และหรือทำความผิดหนักให้เป็นความผิดเล็กน้อย (สำหรับคนมีเงิน) บางครั้งทำคนที่มีความผิดให้ไม่มีความผิด (สำหรับคนมีอำนาจ มีตำแหน่งใหญ่)

ตำรวจบางนายทำสำนวนด้วยการสร้างสำนวนตามวิธีการสอบสวนที่เหนือกว่าการสอบสวน ตามกระบวนการปกปิดซ่อนเร้นบางประเด็น ละเว้นประเด็นที่สำคัญทิ้งไป เพื่อช่วยให้ผู้ที่ตนต้องการจะช่วยให้พ้นความผิด

จุดประสงค์เพื่อให้อัยการสั่งไม่ฟ้องหรือศาลยกฟ้อง เพราะสำนวนไร้หลักฐานข้อมูลที่ชัดเจน

ปากกาเขียนไปตามใจสั่ง คอมพิวเตอร์พิมพ์ไปตามที่จิตต้องการให้เป็นสำนวน นี่เป็นประเด็นที่ผมไม่ชอบการเบียดเบียนสำนวนของนายตำรวจบางท่าน

แต่ผมชอบตำรวจบางท่านที่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ซื่อตรงต่อเครื่องแบบที่สวมใส่

ผมรักตำรวจที่รักศักดิ์ศรีของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ คุ้มครองประชาชนให้อยู่เย็นเป็นสุข

ผมยกย่องตำรวจที่ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่อคติลำเอียงเพราะเห็นแก่เงิน ไม่อคติลำเอียงเพราะเห็นแก่หน้ากัน ชื่อว่าไม่ลำเอียงด้วยอคติ 4 ประการ คือ

1. ไม่ลำเอียงเพราะรักใคร่กัน ที่เรียกว่า ฉันทาคติ

2. ไม่ลำเอียงเพราะกลัว ที่เรียกว่า ภยาคติ

3. ไม่ลำเอียงเพราะโกรธเคือง ที่เรียกว่า โทสาคติ

4. ไม่ลำเอียงเพราะหลง ที่เรียกว่า โมหาคติ

ผมยกย่องตำรวจประเภทนี้ว่าเป็นนายตำรวจที่มีเกียรติอย่างภูมิฐานสง่างามและมีความศักดิ์สิทธิ์ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ผู้รักเกียรติยศของตำรวจเหนืออื่นใด

ผมเชิดชูตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตต่อหน้าที่อย่างไม่เกรงกลัวอิทธิพลของโจรภัย ของผู้ก่อการร้าย เข้าทำลายบ่อนการพนันผิดกฎหมายอย่างกล้าหาญชาญชัย ปราบภัยยาเสพติดให้โทษของคนทุกระดับชั้นอย่างไม่หวั่นเกรงต่ออำนาจบารมีของผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

สั่งการอย่างรวดเร็วฉับไวในคดีอาชญากรรมทุกประเภท

ผมเคารพตำรวจที่มีจิตใจปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่สนับสนุนนักโจรกรรมที่ประพฤติปฏิบัติเข้าข่ายโจรกรรม 14 ประเภท อันประกอบด้วย 1.ลัก 2.ฉกชิง 3.กรรโชก = ขู่ 4.ปล้น 5.ตู่ 6.ฉ้อ 7.หลอก 8.ลวง 9.ปลอม 10.ตระบัด 11. เบียดบัง 12.สับเปลี่ยน 13.ลักลอบ 14.ยักยอก

ดังจะเห็นได้ว่าโจรกรรมบางประเภทหรือหลายประเภทที่ตำรวจบางนายประพฤติปฏิบัติจนเป็นอาจิณ ดังโบราณเรียกว่า ฉ้อราษฎร์บังหลวง กระทำกันจนติดเป็นเชื้อสายเสมือนเข้าสายเลือด ประดุจฝังชิพเอาไว้ในหัวสมองของตำรวจผู้กังฉินทั้งหลาย จนเป็นที่น่ารังเกียจของประชาชนและสังคมโลกตลอดมา

ผมนับถือตำรวจที่มีความสันโดษ ประพฤติปฏิบัติตนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ใช้เวลาว่างประกอบสัมมาชีพด้านเกษตรกรรมบ้าง ค้าขายบ้าง วางตนเสมอต้นเสมอปลายที่เรียกว่าสมานัตตตา ไม่เบียดบังเวลาราชการไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตน

ตำรวจที่ได้ชื่อว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ อันเป็นความหมายที่ชัดเจนว่า ผู้รักษาความสงบให้แก่ราษฎร ไม่ใช่ผู้สร้างความสับสนทางกฎหมายแก่ราษฎร ไม่ใช่เอาตำแหน่งหน้าที่ไปสร้างความวุ่นวายในสำนวนคดี

ไม่ใช่มีหน้าที่ไปขูดรีดประชาชนผู้กำลังเดือดร้อนตกทุกข์ได้ยาก

ผมนั่งรถตู้จากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ บ่อยมาก เดือนละไม่ต่ำกว่า 10-15 ครั้ง

และก็เห็นบ่อยมากที่ตำรวจผู้ได้ชื่อว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ คอยขับมอเตอร์ไซค์ไล่กวดรถบรรทุกและรถตู้ขนส่งผู้โดยสารที่วิ่งแซงไปทางเลนขวาในเวลาเร่งด่วน เพื่อปั๊มเวลาให้ทัน จะได้ไม่ตกเวลา

แต่คุณตำรวจท่านไม่สนใจปัญหาเหล่านั้น ท่านสนใจแต่จะขับมอเตอร์ไซค์ซิ่งแซงซ้ายแซงขวาบรรดารถที่แล่นบนท้องถนนอย่างไม่คิดชีวิต

ผมได้คุยกับพนักงานขับรถว่า “ชีวิตของตำรวจท่านนี้มีค่าแค่ 2-3 ร้อยเอง ดูซิ ขับไล่กวดเพื่อจับปรับแค่ 2-3 ร้อย แต่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับล้อรถบรรทุกล้อรถยนต์ที่แล่นกันขวักไขว่บนท้องถนนนั้น”

คนขับรถตู้โดยสารก็บอกว่า “มันเป็นภาพที่คุ้นเคยกับสายตาแล้วละลุง เป็นอย่างนี้ทุกวัน”

มันน่าแปลกประหลาด บนถนนสายเดียวกัน คือถนนเพชรเกษมช่วงอำเภอนครชัยศรีกับอำเภอเมืองนครปฐม โดยเฉพาะตรงด่านตรวจรถของบริษัท ขนส่ง จำกัด ที่ผู้โดยสารจะเรียกว่าหน้าด่าน มีรถมอเตอร์ไซค์วิ่งสวนเลนกันอย่างคึกคัก ไม่กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุที่จะต้องทำให้คนอื่นเดือดร้อนเลยแม้แต่น้อย

ผมนั่งรถตู้ไปกี่เที่ยวๆ ก็เจอรถมอเตอร์ไซค์ที่หน้าด่าน หน้าวัดไทร เขตอำเภอนครชัยศรี วิ่งสวนเลนกันทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงเช้าๆ เย็นๆ จะมีมากมาย แต่ตำรวจไม่ยักกะจับ ไม่ปรับ ไม่ตักเตือน ไม่เหลียวแลแม้แต่น้อย แต่กลับไปไล่จับรถที่วิ่งบนท้องถนนอย่างไม่คิดชีวิต

ถ้าเป็นตำรวจที่ตั้งด่านตรวจสิ่งผิดกฎหมายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผมก็ยินดีให้คำชมเชยว่าปฏิบัติหน้าที่ได้ถูกต้องตามหน้าที่ สมควรแก่การเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง แต่ที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ไล่ขับจับปรับนั้น

มิทราบว่าถูกต้องตามกฎหมายของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หรือเปล่า?

จึงอยากขอฝากนายตำรวจที่เป็นผู้บังคับบัญชาที่ผมเคารพนับถือได้ลงพื้นที่ไปดูซิว่าควรจะให้การแก้ไขอย่างไร เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุอย่างรุนแรงและร้ายแรงถึงแก่ชีวิตในสถานที่แห่งนั้น เพื่อรักษาชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์อีกจำนวนมากที่เดินทางบนท้องถนนเพชรเกษมในช่วงนั้นหรือแม้แต่ช่วงอื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดการโต้เถียงกันว่า ที่นี่เขาก็วิ่งสวนเลนกันอย่างนี้แหละคุณ ทำไม? คุณขับรถมาจึงไม่ระวัง ไม่เห็นใจรถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งสวนทางมาเลยล่ะ คุณนี่ใจดำจริงๆ

กลับกลายเป็นคนขับรถถูกต้องตามกฎหมายต้องมาถูกน้ำลายของคนขับรถผิดกฎหมายต่อว่าเสมือนว่าเขาเป็นคนผิด ผมจึงอยากให้ท้องที่นครชัยศรีเป็นท้องที่ปราศจากอุบัติเหตุ เพราะถ้าถนนเพชรเกษมช่วงนั้นเกิดอุบัติเหตุทีไร รถติดยาว 4-5 ก.ม.ทุกที ในเพียงชั่ว 5 นาที 10 นาทีเท่านั้น

ผมจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนช่วยกันปฏิบัติตามคำขวัญการจราจรที่ว่า “ขับขี่มีน้ำใจ สัญจรปลอดภัย รักษาวินัยจราจร”

หรือคำขวัญที่ให้คติเตือนใจคนทั้งชาติว่า “วินัยจราจร สะท้อนวินัยชาติ”

ผมอยากให้ประชาชนผู้เคารพกฎหมายการจราจรทุกท่านได้คำนึงถึงสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ 7 ประการ ว่าไม่ควรประพฤติปฏิบัติเป็นอย่างยิ่งนั้นคือ 1.ใช้ความเร็วเกินกำหนด 2.เมาแล้วขับ 3.เปลี่ยนช่องทางกะทันหัน 4.แซงซ้าย 5.แซงในที่ห้ามแซง 6.ตัดหน้าอย่างกะทันหัน 7.ขับรถโดยประมาท

อ่านข่าว ดูข่าว รถมอเตอร์ไซค์นำขบวนของรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดถูกรถแท็กซี่เลี้ยวตัดหน้ากะทันหันเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562 เวลาประมาณ 13.22 น. ระหว่างเดินทางกลับจากการประชุมสภากลาโหม เดือดร้อนกันทั้งท้องถนน เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ขับรถนำขบวนก็บาดเจ็บสาหัส แม้จะไม่ถึงแก่ชีวิต ก็ให้ข้อคิดว่าไม่ควรเลี้ยวตัดหน้าอย่างกะทันหันกระชั้นชิด จะทำให้ชีวิตผู้อื่นไม่ปลอดภัย เพราะคนไม่รักษากฎการจราจรนั่นเอง

ข้อขับรถโดยประมาท รู้สึกว่าคนขับรถประเภทนี้จะมีมากกว่าประเภทอื่น ถ้าจะเทียบเคียงกันก็รู้สึกว่าจะสูสีกับเมาแล้วขับ

พอเกิดอุบัติเหตุคราวใด เจ้าหน้าที่ก็จะลงความเห็นว่าขับรถโดยประมาท เหมือนคนขับรถนักเรียนที่เกิดอุบัติเหตุในเขตพื้นที่อำเภอไทรโยค ทำให้นักเรียนกว่า 40 ชีวิตต้องบาดเจ็บระนาว ดีที่ว่าไม่มีใครถึงแก่การเสียชีวิต

นอกจากนี้ ที่ปรารถนาอย่างแรงกล้า อยากให้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งและเข็มงวดกวดขันทุกพื้นที่ นั่นคือเด็กแว้น หรือเด็กแซ้บ ที่ชอบขับขี่มอเตอร์ไซค์เสียงดัง แข่งกันอย่างไม่เกรงอกเกรงใจใคร ไม่เกรงกลัวตำรวจ ไม่เคารพกฎหมาย

เป็นกลุ่มชนที่ทำลายความสงบสุขของบ้านเมือง สร้างความรำคาญในยามค่ำคืน และขับรถใช้ความเร็วอย่างประมาทด้วยอากัปกิริยาแห่งความประมาทในการขับขี่ การใช้ยวดยานพาหนะ การดัดแปลงรถอย่างผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจควรผนึกกำลังกับทหารกวาดล้างเด็กแว้นให้หมดสิ้นไป เพื่อความสงบสุขของปวงประชาอาณาราษฎรในท้องที่นั้นๆ เสมือนการกวาดล้างการปลูกฝิ่น ปลูกกัญชา อยู่ที่ไหนก็ตามไปกวาดล้างถางทิ้งจนสิ้น เพื่อแผ่นดินจะได้สิ้นยาเสพติดของคนที่คิดใช้ฝิ่นใช้กัญชาผิดประเภท เมื่อใช้ผิดประเภทจึงเกิดโทษอย่างมหันต์ ถ้าใช้ถูกประเภทก็มีคุณอย่างอนันต์ จะมีโทษหรือมีคุณอยู่ที่คนใช้คนผลิตขึ้นมา

ผมจึงไม่ชอบตำรวจที่ชอบเบียดเบียนประชาชนผู้ตกเป็นผู้ต้องหาหรือเป็นจำเลยในคดีความ ผมเคยถูกใส่ร้าย ถูกให้ร้าย จนเกิดคดีความทางอาญา

ท่านผู้กองเจ้าของคดีเรียกผมไปให้เคลียร์กับทางโจทก์ ซึ่งเรียกค่าเสียหาย 8 หมื่นบาท ผมไม่เคลียร์ ไม่จ่าย เพราะผมไม่ผิด ผมยืนยันว่าผมไม่ผิด แต่ร้อยเวรบอกว่าผมผิด ผิดตามที่โจทก์กล่าวหา แต่ไม่มีหลักฐาน ท่านร้อยเวรก็กลั่นกรองสำนวนคำให้การของโจทก์อย่างสละสลวย เพื่อเอาผิดผมให้ได้

ผมไม่ไปหาร้อยเวรอีกเลย 5 เดือนผ่านไป ผมก็ไม่ไปโรงพัก ร้อยเวรให้คนมาตามในช่วงที่คดีความจะหมดอายุความในการครอบครองของตำรวจ ผมก็ให้เกียรติในฐานะท่านเป็นตำรวจที่ผมเคารพอย่างยิ่งในเครื่องแบบของตำรวจ แต่ผมไม่เคารพคนที่สวมเครื่องแบบของตำรวจที่ไม่ทำหน้าที่ของตำรวจด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ท่านตกลงกับฝ่ายโจทก์ว่าถ้าได้เงิน 8 หมื่นจากผม ก็จะแบ่งกันคนละครึ่ง ผมจึงไม่ไปและไม่จ่ายตามที่ทางโจทก์เรียกร้อง

วันสุดท้ายของการนัดพบ ท่านร้อยเวรบอกว่าโจทก์ลดลงมาเหลือ 6 หมื่น ผมจึงถามว่าถ้าผมจ่ายให้ไป 6 หมื่น เรื่องไปจบที่ไหน ท่านก็บอกว่าจบที่ศาลยกฟ้อง ผมเลยบอกว่าถ้าจบที่ศาล ท่านส่งสำนวนไปเลย ผมจะไปสู้ในชั้นศาล ถ้าจะให้ผมจ่ายให้โจทก์ 6 หมื่น โดยผมไม่มีความผิด ก็เท่ากับผมยอมรับว่าผมผิด

ผมจึงไม่จ่ายตามคำไกล่เกลี่ยของร้อยเวร ท่านก็ส่งสำนวนให้อัยการ ท่านอัยการก็ส่งฟ้องศาลตามที่ตำรวจส่งสำนวนมา

ทนายความเพื่อนผมก็จะไม่ยอมว่าความ มันบอกว่ามันเป็นคดีความที่หนัก เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี

แต่เพื่อนครูที่เป็นคนค้ำประกันก็อธิบายว่า เฮ้ย มึงคิดผิดคิดใหม่ได้นะ มึงลองคิดดู ถ้ามันผิดจริง มันก็เสียเงินตั้งแต่ตำรวจแล้ว มันไม่เสี่ยงเข้าคุกหรอกมึง ตกลงเพื่อนทนายก็ว่าความให้อย่างเสียไม่ได้

ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น ผมไม่เสียเงินให้ตำรวจและโจทก์สักสลึงเดียว เพราะอัยการไม่ฎีกา และที่อัยการอุทธรณ์ก็เพราะทำตามหน้าที่ที่โจทก์จ้างทนายความมาเป็นโจทก์ร่วม อัยการจึงยื่นอุทธรณ์ตามทนายความของโจทก์

ตอนแรกผมก็ไม่คิดว่าตำรวจที่เป็นร้อยเวรจะสมรู้ร่วมคิดกับทางโจทก์มาเล่นงานผม ทางทนายความของผมให้ฟ้องกลับ เรียกค่าเสียหาย

ผมไม่ฟ้อง เพราะไม่อยากขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่อยากเสียเวลาทำมาหากิน เมื่อเราเชื่อว่าเราบริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดั่งพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในอรรถกถาขุททกนิกาย คาถาธรรมบท อัตตวรรค ว่า

อตฺตนา ว กตํ ปาปํ อตฺตนา สงฺกิลิสฺสติ

อตฺตนา อกตํ ปาปํ อตฺตนา ว วิสุชฺฌติ

สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย.

บาปอันผู้ใดทำแล้วด้วยตนเอง ผู้นั้นย่อมเศร้าหมองด้วยตน

บาปอันผู้ใดไม่ทำด้วยตน ผู้นั้นย่อมบริสุทธิ์ด้วยตนเอง

ความบริสุทธิ์ ไม่บริสุทธิ์ เป็นของเฉพาะตน คนอื่นทำคนอื่นให้บริสุทธิ์ไม่ได้

บทความก่อนหน้านี้เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ | พื้นที่วัฒนธรรม
บทความถัดไปเปิดงบ! เงินอุดหนุนพรรคการเมือง ประจำปี 62 พรรคไหนได้เยอะสุด ?