บริสุทธิ์ ประสพทรัพย์ : ตลาดจีนไต้หวันทัวร์ไทย…ไทยทัวร์ไต้หวัน สีสันบรรยากาศท่องเที่ยว 2 มิตรประเทศ

ชะตากรรมตลาดจีนทัวร์ไทยยังคงกระท่อนกระแท่น แม้จะเสกมนต์ข้าวเหนียวมะม่วงช่วยปัดเป่าก็ยังไม่มีทีท่าจะเพิ่มขึ้น ขณะภาครัฐคุยอวดตรุษจีนปีนี้จีนเพิ่มขึ้น

แต่เอกชนที่อดทนทำมาหากินกับทัวร์จีน ยืนยันยังไงก็ติดอยู่ในแดนลบอย่างน้อยๆ 30% นักการตลาดท่องเที่ยวไทยถึงได้ย้ำนักย้ำหนา ไทยอย่าไปผูกขาดไว้กับจีนตลาดเดียว ที่ฝันว่าทำตัวเลขให้ถึง 10.5-11 ล้านคนในปีที่ผ่านมา

นั่นแหละจึงทำให้จีนมีอำนาจต่อรองไทยในหลายด้าน จนกลายเป็นปัญหาอย่างที่เกิดขึ้น นักการตลาดรายเดียวกันจึงได้ฝากเตือนสติ การทำตลาดท่องเที่ยวควรกระจายไปกับทุกตลาด เพื่อป้องกันความเสี่ยงยามเกิดวิกฤต และเพิ่มรายได้แบบเฉลี่ยไปพร้อมๆ กัน

นี่คือ “ตรรกะ” พื้นฐานการทำตลาดท่องเที่ยวตามหลักสากลที่ทั่วโลกเขาทำกัน ไม่ได้สอนจระเข้ว่ายน้ำนะ!

 

วันนี้…เมื่อจีนแผ่นดินใหญ่หันหัวเรือไปเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม และเมียนมาแทนไทย จงหันมาดูจีนแผ่นดินเล็กบนเกาะฟอร์โมซา ที่ฝั่งเหนือกับฝั่งตะวันตกจรดจีนแผ่นดินใหญ่ ตะวันออกจรดญี่ปุ่น ด้านใต้จรดฟิลิปปินส์

บนเกาะที่ว่านี้มีพื้นที่ราวๆ 35,980 ตร.ก.ม. ประชากร 25.34 ล้านคน ที่ล้วนสืบเชื้อสายมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ และเป็นพลพรรคภายใต้รัฐบาลก๊กมินตั๋ง ปี 2492 เมื่อเกิดปฏิวัติครั้งใหญ่ในจีน โดยเหมา เจ๋อ ตุง ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ ทำให้นายพลเจียง ไค เช็ก ผู้นำก๊กมินตั๋ง ต้องพาเหล่าทหารลี้ภัยไปตั้งกองทัพพลัดถิ่นอยู่บนเกาะฟอร์โมซา เรียกตนเองว่า “สาธารณรัฐจีน”

ขณะจีนแผ่นดินใหญ่เรียกตัวเองว่า “สาธารณรัฐประชาชนจีน” จึงทำให้จีนก๊กมินตั๋งต้องผันมาเรียกตัวเองเสียใหม่ว่า “ไต้หวัน”

แต่ดูเหมือนชะตากรรมจีนไต้หวันจะซ้ำร้าย ที่เมื่ออเมริกาเปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนใหญ่ สมัยริชาร์ด นิกสัน จีนใหญ่ได้ทีสกัดจีนเล็กไม่ให้ก้าวขึ้นไปยืนบนเวทีต่างประเทศ อ้างจีนต้องมีหนึ่งเดียวในโลก

จีนเล็กอย่างไต้หวันจึงไร้ความสัมพันธ์ทางการทูตใดๆ กับหลายๆ ประเทศบนโลกใบนี้!

แม้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก หากจีนเล็กชนะเลิศกีฬาชนิดใด เจ้าภาพจะต้องชักธงโอลิมปิกกับเปิดเพลงโอลิมปิกแทนธงชาติและเพลงชาติไต้หวัน ไทยเคยเป็นเจ้าภาพแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์กับซีเกมส์ ก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขนี้ตามมติโอลิมปิกสากลแบบจะละเมิดไม่ได้!

 

เมื่อ 40 กว่าปีที่ผ่านมาขณะไต้หวันยังเป็นสังคมเกษตร ผู้คนต่างลำบากกับการดำรงชีวิต หญิงสาวยุคนั้นจำต้องหันเข้าสู่ถนนสายอาชีพโสเภณี ร่วมกับหญิงสาวเกาหลี ฟิลิปปินส์ และไทยในย่านเป่โถว กลางกรุงไทเปเมืองหลวง ที่ผีเสื้อราตรียุคนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดี

นี่คือความขมขื่นที่คนไต้หวันเคยมีมาก่อน จนเกิดการเปรียบเปรยชีวิตที่ไม่ต่างดอกเหมยแสนสวย ที่สามารถบานรับกับไอหนาว และบานได้นานแม้จะร่วงลงสู่ปุยหิมะแล้วก็ตาม

ต่อมาปี 2523 รัฐบาลไต้หวันปฏิรูปแผ่นดินจากสังคมเกษตรสู่สังคมอุตสาหกรรมใหม่ ส่งผลให้จีดีพีขยายตัวขึ้นถึงร้อยละ 5 ต่อปี ผันตัวเป็นเสือเศรษฐกิจติดอันดับ 1 ใน 4 ของเอเชีย และอันดับ 19 ของโลก อุตสาหกรรมล้ำหน้าสุดคือการผลิตเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ จากเมืองเกาสงทางตอนใต้ของไต้หวัน

นวัตกรรมครั้งนั้นทำให้ประชากรไต้หวันหลุดโซ่พันธนาการความยากจน เป็นคนมีอันจะกิน หญิงงามเมืองที่เคยเกลื่อนถนนโลกีย์เป่โถว ค่อยๆ หายกลายเป็นสาวออฟฟิศ ทิ้งสังเวียนให้สาวไทยกับสาวตากาล็อกแข่งกันหากินต่อไป

โดยไม่มีสาวโสมขาวกับไต้หวันเหลืออยู่เลย

 

ช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีที่รัฐบาลไต้หวันเริ่มสลัดความหวาดระแวงเรื่องจีนใหญ่จะคุกคามจีนเล็ก ทำให้รัฐบาลจีนเล็กเปิดกำแพงปิดกั้นคนของตนออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศ

โดยจีนเล็กรักที่จะเที่ยวญี่ปุ่น จีนใหญ่ เกาหลีใต้ และไทยเป็นอันดับ 4 เพราะอยู่ใกล้ใช้เวลาเดินทางผ่านน่านฟ้าเหนือทะเลจีนใต้เพียง 3 ชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้ว จึงง่ายที่นักเดินทางจากแดนดอกเหมย จะเริ่มลื่นไหลเข้าไทยอย่างกว้างขวาง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า เมื่อปี 2556 ชาวดอกเหมยไต้หวันแห่เที่ยวต่างประเทศมากถึง 10.24 ล้านคน และเลือกมาไทย 503,187 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.88 จากปีก่อนหน้าที่ 394.225 คน

ล่าสุดคือปี 2561 เพิ่มเป็น 687,701 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 จากปีก่อนหน้าที่เข้ามา 673,077 คน ทำรายได้ 30,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.90 จากปี 2560 ที่ 24,936 ล้านบาท

นี่คือความโดดเด่นของจีนเล็กทัวร์ไทย แม้จะเสียเปรียบที่ไทยให้สัมพันธภาพกับจีนใหญ่สูงกว่า ตามศักยภาพตลาดซึ่งใหญ่กว่า และทิ้งรายได้ไว้ให้สูงกว่า ทว่า…สัดส่วน เปอร์เซ็นต์การเติบโตของตลาดไม่ได้ต่างกันเท่าไรนัก เช่น วันพักเฉลี่ยในไทย จีนเล็ก 7.44 วัน จีนใหญ่ 8.14 วัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 4,096 บาทต่อวัน จีนใหญ่ 6,800 บาทต่อวัน

ยิ่งกว่านั้น…ตลาดจีนเล็กไม่มีเงื่อนไขต่อรอง ฃตามอำนาจการซื้อจากไทยเหมือนจีนใหญ่

 

ส่วนแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมไม่หนีไปจากกรุงเทพฯ สวรรค์ในการช้อปปิ้ง กับนวดสปาแผนไทยที่ชาวตลาดนี้ชอบเป็นชีวิตจิตใจ

รองลงมาได้แก่ทะเลพัทยา เกาะล้าน สวนนงนุชพัทยา สวนน้ำ อาหารทะเล

กลุ่มนีชมาร์เก็ตสนใจเฉพาะคือก๊วนกอล์ฟ กลุ่มเรียนทำอาหารไทย

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจากแดนนี้ขยับไปไกลถึงสมุย ภูเก็ต ขึ้นเหนือไปเชียงใหม่ เชียงราย จากกลุ่มกลับมาเที่ยวไทยซ้ำร้อยละ 59 พฤติกรรมการเที่ยวก็เปลี่ยนเป็นวางแผนการเดินทางด้วยตนเองแบบเอฟไอทีสูงถึงร้อยละ 66 เหลือคนสูงวัยยังนิยมมากับทัวร์เพียงร้อยละ 34

ที่น่าจับตาคือ ขณะนี้คนหนุ่มสาววัยทำงาน มีการศึกษาอายุ 25-34 ปีที่ยากจะตกเป็นเหยื่อทัวร์ศูนย์เหรียญ คนกลุ่มนี้นิยมเดินทางมาไทยช่วงเวลาหลังเลิกงานวันศุกร์ เช็กอินเข้าพักโรงแรมย่านประตูน้ำ กินอาหารตลาดโต้รุ่งสตรีตฟู้ดย่านเดียวกัน

ใช้ชีวิตกันแบบสบายๆ ไลฟ์สไตล์เยี่ยงชาวตะวันตก แล้วบินกลับค่ำวันอาทิตย์ ไปเตรียมตัวทำงานต่อหลังชาร์จแบตจากไทยจนเต็ม

 

มองจีนเล็กเสร็จหันมามอง “ไท่กั๋วเหริน (คนไทย)” กันบ้าง โดย ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ กก.ผจก.บริษัท โกลเด้น ดิสคัฟเวอรี่ เอ็กซเพรส ผู้สันทัดตลาดทัวร์ไทย-ไต้หวัน เผยว่า เมื่อปี 2554 มีไท่กั๋วเหรินไปเที่ยวไต้หวัน 1.1 แสนคน ปีต่อมาหดตัวลงเหลือ 97,712 คน

พอปี 2559 ไท่กั๋วเหรินเที่ยวไต้หวันแตะ 2 แสนคน ด้วยปัจจัยบวกที่รัฐบาลออกมาตร การยกเว้นวีซ่าให้คนไทย 30 วัน ปีถัดมายังได้อานิสงส์จากวีซ่าทวีคูณเป็น 3.5 แสนคน

ล่าสุดตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้วถึงกรกฎาคมปีนี้ รัฐบาลไต้หวันยังไม่ลดละที่จะดึงคนบ้านเราให้ได้ 5 แสนคน ด้วยมาตรการปลอดวีซ่า 14 วันอีกปี โดยมีการเขียนแผนพัฒนาตลาดรองรับ เพื่อแลกเปลี่ยนทัวร์ไทยกับไต้หวัน และลดดุลท่องเที่ยวที่ไต้หวันเสียเปรียบให้กับไทย

“คนไทยไปเที่ยวตึก 101 ไทเป ที่เคยสูงสุดในโลก แต่ปัจจุบันถูกตึกคาลีฟาดูไบทุบสถิติไปแล้ว หรือไปชมพิพิธภัณฑ์เจียง ไค เช็ก แล้วไปเที่ยวทะเลสาบซันมูนเลก กับนั่งรถไฟความเร็วสูงไปเกาสง เมืองท่าเรือน้ำลึก และแหล่งอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ระดับโลก” ดร.อดิษฐ์บอก

“แต่หัวใจทัวร์ไทยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ช้อปปิ้งสินค้าอุปกรณ์ไอที ซื้อเสื้อผ้ากับกระเป๋าและรองเท้าสปอร์ตแบรนด์ชั้นนำอย่างอาดิดาส ไนกี้ ไฮไลต์จะเป็นเรื่องการกินสไตล์ซีฟู้ด โดยปีที่แล้วมิชลินได้มอบรางวัล 3 ดาวให้ไต้หวันกว่า 20 ร้าน เมืองไทยยังไม่เคยได้ระดับนี้ ร้านที่ทัวร์ไทยชอบไปกินตามมิชลินแนะนำคือติ่มซำกวางตุ้งกับอาหารจีนร้าน Le Palais”

ดร.อดิษฐ์บอกด้วยว่า ไต้หวันมีหมูขาหน้าตุ๋นยาจีน ด้วยอุณหภูมิใกล้เคียงร่างกายมนุษย์ กับมีกุ้งและเอ็นหอยยักษ์ผัดซอส เนื้อปลาเก๋านึ่งซีอิ๊วที่เด้งตามจังหวะจาน ทั้ง 3 อย่างนี้มิชลินแปะ 3 ดาวไว้ให้แล้วเช่นกัน

ไทยเที่ยวไต้หวันวันนี้ 4 วัน 3 คืน ใช้เงินคนละ 2 หมื่นบาทต่อทริป ใกล้เคียงกับคนไต้หวันใช้จ่ายเงินต่อวัน และยังไม่คิดจะส่อแววหนีไทยไปเที่ยวเมืองอื่นเหมือนจีนใหญ่ในวันนี้!

บทความก่อนหน้านี้การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ : ทวีปที่สาบสูญ กระแสลมใหม่ๆ กำลังจะกรูไล่กันมา
บทความถัดไปแพทย์ พิจิตร : ทัศนะปฏิกิริยานิธิต่อ “ธรรมชาติ” vs “ขนบธรรมเนียม” กรณี “ศรีธนญชัย”