10ประเด็นสื่อมาเลเซียวิเคราะห์ สาเหตุที่เสือเหลืองชนะช้างศึก ชิงฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตากรุณาเสมอ ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสนทูตมุฮัมมัดและผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีแด่ผู้อ่านทุกท่าน

5 ธันวาคม 2561 ทันทีที่เสียงนกหวีดหมดเวลาหลังอดิศักดิ์ ไกรษร ยิงลูกโทษไม่เข้าในนาทีสุดท้ายทำให้ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย หรือ “ช้างศึก” ตกรอบรองฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 หลังเปิดบ้านเสมอมาเลเซีย 2-2 ในนัดที่ 2 โดยนัดแรกเสมอกันมา 0-0 มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายหลังเกม

แต่ผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า สื่อมาเลเซียได้วิเคราะห์สาเหตุที่มาเลเซียจะชนะทีมชาติไทยและไทยจะแพ้ก่อนลงสนามตรงเป๊ะ (โปรดดู https://www.hmetro.com.my/…/5-sebab-malaysia-mampu-tewaskan)

Wartawan NSTP ของ hmetro สื่อออนไลน์มาเลเซียได้เขียนบทวิเคราะห์ก่อนเกมแข่งขันจะเริ่มขึ้น 1 วันถึงปัจจัยต่างๆ ที่มาเลเซียหากจะชนะไทยมี 5 ข้อด้วยกัน

1. ขึ้นกับฟอร์มการเล่นของ Mohamadou Sumareh

Mohamadou Sumareh นักเตะแกมเบียจากทวีปแอฟริกาที่โอนสัญชาติเป็นมาเลเซีย เล่นดีมากๆ โดยเฉพาะรอบแรก ดังนั้น หากเขาทำได้ดีอีกในนัดเจอไทยที่กรุงเทพมหานคร จะทำให้ไทยน้ำตาตก

2. ผลการแข่งขันที่ได้เปรียบของทีมเยือนตามกฎ AWAY GOAL

เป็นที่ทราบว่านัดแรกไทยไปเยือนมาเลเซีย เสมอกันมา 0-0 ดังนั้น ถ้ามาเลเซียยิงได้จะได้เปรียบเพราะจะถือว่าชนะตามกฎ AWAY GOAL

3. Tan Cheng Hoe โค้ชมันสมองของมาเลเซีย

มาเลเซียมั่นใจในตัน เชง โฮ ว่าจะสามารถแก้เกมทีมชาติไทยได้ ตามประวัติ เขาถือเป็นหนึ่งในยอดโค้ชสายเลือดใหม่ของมาเลเซียในรอบไม่กี่ปีมา และเขาคือ 15 ยอดผู้จัดการทีมของอาเซียน

4. ศักยภาพการยิงของ Norshahrul Idlan Talaha

หาก Norshahrul Idlan Talaha เล่นดียิงดี เขาจะพามาเลเซียเข้าชิงชนะเลิศ และในเกมกับไทยวันนั้นเขาเป็นผู้ตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 70 หลังไทยนำ 2-1 ไม่กี่นาที

5. กองเชียร์มาเลเซีย

กองเชียร์มาเลเซียจะเป็นผู้เล่นหมายเลข 12 ถึงแม้จะแข่งในเมืองไทยและมีจำนวนประมาณ 2 พันกว่าคนที่ตามไปเชียร์ถึงขอบสนามราชมังคลากีฬาสถาน

ในขณะที่มี 5 ปัจจัยที่ทำให้ไทยจะแพ้มาเลเซีย

1. ความกดดันในฐานะแชมป์เก่า

ช้างศึก ถือเป็นทีมที่คว้าแชมป์รายการนี้มากที่สุดถึง 5 สมัย อีกทั้งยังเป็นแชมป์เก่าจาก 2 ครั้งหลังสุด (2014 และ 2016) ท่ามกลางความคาดหวังจากแฟนบอล จะทำให้ผู้เล่นไทยหรือแม้กระทั่งกุนซือชาวเซอร์เบีย มิโลวาน ราเยวัช กดดัน ซึ่งสอดคล้องกับบทสัมภาษณ์สื่อไทยต่อการให้สัมภาษณ์ของกุนซือชาวเซอร์เบียผู้นี้

2. ไทยในฐานะเจ้าบ้าน

ถึงแม้ไทยจะเป็นเจ้าภาพจะมีกองเชียร์ แต่กองเชียร์อาจกดดันผู้เล่น และผลการแข่งขันนัดนี้ก็มีผลในเรื่องตามกฎ AWAY GOAL ตามที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งพอไทยถูกตีเสมอทั้งสองครั้ง นักเตะออกอาการถูกกดดันจนต่อบอลไม่ถูก พลาดหลายครั้งโดยเฉพาะลูกโทษที่ยิงไม่เข้า

3. ขาดการต่อบอล “tiki-taka” สมัยโค้ชซิโก้

ต้องยอมรับว่าการต่อบอลสไตล์ Tiki Taka แบบบาร์ซ่าของไทยยุคซิโก้ทำให้ไทยไร้คู่ต่อกรในอาเซียน แต่ละทีมจับตัวไม่ถูก (โปรดดู 1.https://youtu.be/RM9mTBLREEk 2.https://youtu.be/OQm6O38sB2c 3.https://youtu.be/NBuXOt8j9cc)

การขาดการต่อบอลอย่างนี้ทำให้มาเลเซียง่ายต่อการเล่นกับไทย

จากเกมล่าสุดพบว่า นอกจากไม่เห็นการต่อบอลเหมือนสมัยซิโก้ทำทีม ซ้ำช้างศึกยังคอนโทรลไม่ได้ โดยเฉพาะตอนเสมอกันอยู่ 1-1 และ 2-2 ก็ยังเป็นมาเลเซียที่คอนโทรลเกมได้มากกว่า ทั้งที่สถานการณ์นั้นเราต้องครองบอลทำเกมรุกและบุกกระหน่ำ แต่การต่อบอลถือว่าแย่มาก ไม่กี่จังหวะก็ถูกตัด แถมเน้นแต่บอลยาวแบบวัดดวง (โปรดดูสื่อไทยวิพากษ์เกมวันนั้นใน http://www.siamsport.co.th/affsuzukicup2018/column/view/70774)

4. การขาดหายไปของสี่นักเตะหลัก

ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ครั้งนี้ทีมช้างศึกขาดผู้เล่นตัวหลักที่ค้าแข้งอยู่ต่างประเทศ 4 คน คือหนึ่ง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ตำแหน่งผู้รักษาประตู ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรโอฮา เลอเฟินในประเทศเบลเยียม

สอง ธีราทร บุญมาทัน ตำแหน่งแบ๊กซ้าย ปัจจุบันเล่นให้กับวิสเซล โคเบะ ในการแข่งขันเจลีก ของประเทศญี่ปุ่น

สาม ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลาง ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลคอนซาโดเล ซัปโปโร สโมสรในลีกญี่ปุ่น

สี่ ธีรศิลป์ แดงดา ตำแหน่งกองหน้า ปัจจุบันเล่นให้กับซานเฟรซ ฮิโระชิมะ ในเจลีก ซึ่งการขาดตัวจักรสำคัญตั้งแต่ประตูยันกองหน้าทำให้มาเลเซียทำงานง่ายขึ้นมากๆ และสอดคล้องกับผลการเล่นวันนั้น และบทสัมภาษณ์นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลไทยที่ออกมาแก้ตัวหลังตกรอบ (https://sport.mthai.com/football-thai/371947.html)

5. กองหน้ามาเลเซียเร็วกว่ากองหลังไทยทุกคน

การที่กองหน้ามาเลเซียเร็วกว่ากองหลังไทยทุกคนจะเปิดโอกาสให้การต่อบอลหน้าประตูเพื่อเข้ายิงง่ายขึ้น ซึ่งตลอดเกมทั้งที่มาเลเซีย (เพียงแต่กองหน้ามาเลเซียยิงไม่เข้าเอง) และที่ไทยโดยเฉพาะลูกที่สองที่มาเลเซียยิงไทยก็ชัดเจน

นี่คือ 10 ปัจจัยหลักที่สื่อมาเลเซียวิเคราะห์ก่อนเกม แล้วเป็นปัจจัยที่ทำให้แฟนบอลไทยต้องอกหัก ได้ตรงเป๊ะ หลังเกมจบ

สำหรับเราแฟนบอลชาวไทยต้องให้กำลังใจนักเตะมากๆ ในขณะที่นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ก็ต้องแสดงสปิริตอะไรสักอย่าง ไม่ใช่ออกมาแก้ตัวพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะมากๆ ส่วนโค้ชหรือกุนซือชาวเซอร์เบีย มิโลวาน ราเยวัช ต้องพิสูจน์ฝีมือต่อไป แต่ครั้งหน้าก็ขึ้นอยู่กับผลงานเอเชี่ยนคัพ รอบสุดท้าย

สำหรับชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องชื่นชมท่านที่เปิดโอกาสให้ดาวรุ่งมุสลิมจากปัตตานีเด็กบ้านๆ วัย 19 ปี ศุภชัย ใจเด็ด ได้มีโอกาสเกิดในเวทีฟุตบอลนานาชาติจนเป็นแรงบันดาลใจต่อเด็กๆ ชนบทในพื้นที่ความรุนแรงตลอด 14 ปี

บทความก่อนหน้านี้เชิงบันไดทำเนียบ : ‘บิ๊กแดง’ รอดู ‘พยัคฆ์ตู่’ คำราม ‘ป๋าเปรม’ เปิดสี่เสาฯ ส่งสัญญาณ คสช. ?
บทความถัดไปฟ้า พูลวรลักษณ์ : เผด็จการ-อำมหิต