ขี่มอเตอร์ไซค์ จากเชียงใหม่ไปสิงคโปร์คนเดียว : แวะท่องเที่ยวเมืองอีโปว์ มาเลเซีย

ราชัน ศรีสกุลชวาลา

สิ่งที่ผมไม่รู้มาก่อน เกี่ยวกับการขี่มอเตอร์ไซค์ จากเชียงใหม่ไปสิงคโปร์คนเดียว (13)

รอบข้างเต็มไปด้วยภูเขาสูงใหญ่และป่าไม้เขียวขจี และเมื่อความสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเห็นยอดเขาของภูเขาที่อยู่ข้างๆ

และนั่น…อย่างไม่น่าเชื่อ ออเคสตราเต็มวงอยู่เบื้องหน้า โอ้ พระเจ้าจอร์จ เหนือยิ่งไปกว่าถนนโรยกากเพชร เหนือยิ่งไปกว่าสะพานข้ามทะเลสีเขียวมรกต มันคือที่สุดของเหล่าผู้ครอบครองมอเตอร์ไซค์เสียงเพราะทั้งหลายในโลกที่โค้งมนใบนี้

สำหรับผู้มั่งคั่งมั่งมี ชนชั้นสูงชาวยุโรป ออเคสตราและโอเปร่า คือเสียงที่เพราะที่สุดที่มนุษย์สามารถสร้างขึ้นมาได้ เป็นประสบการณ์วิเศษสุดลึกล้ำที่ดูในหนังทุกเรื่องที่มีฉากชมการแสดงนี้ จะเห็นผู้คนน้ำตานองหน้า ทั้งด้วยความเศร้าโศกจากบทละครและเสียงร้องกรีดหัวใจ และน้ำตานองหน้าด้วยความสุขหฤหรรษ์ ระดับบรรลุจุดสุดยอดในกามารมณ์

อุโมงค์…คือสิ่งนี้ของเหล่าผู้รักการขี่มอเตอร์ไซค์เสียงเพราะทั้งหลายในโลกใบนี้

ผมไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน และไม่เคยคิดว่าจะได้มี คิดว่าเป็นเรื่องของชาวยุโรปเท่านั้นที่จะได้ประสบการณ์นี้ แต่…โอ้ พระเจ้าจอร์จ มันตั้งอยู่ข้างหน้าเรานี่แล้ว

ตบเกียร์ลงดันรอบสูงขึ้น วันนี้ไม่ต้องห่วงระบบส่งกำลังขั้นสุดท้าย เปลี่ยนชุดใหม่เรียบร้อย ใช้รอบได้เต็มที่ ใช้ม้าได้ครบทุกตัว แต่ม้าไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

ประเด็นสำคัญคือเสียง

เสียงที่ต้องกระหึ่ม เสียงกระหึ่มที่เพราะพริ้ง เพราะพริ้งกังวานอยู่ในอุโมงค์

ยัง…ยังดังไม่พอ มือกำคลัตช์ เท้ากดลงไปที่เกียร์ ลงไปอีกหนึ่งเกียร์ มือกระชากคันเร่งเรียกรอบพร้อมกับปล่อยคลัตช์ รอบขึ้นสูง

สองสูบสีแดงก็พุ่งทะยานเข้าอุโมงค์ไปด้วยเสียงนุ่มทุ้มกระหึ่มกังวาน

…บรื้นนนนนนนนนนนนน…

ในประเทศไทยมีอุโมงค์เบตงมงคลฤทธ์ ที่เบตง ยาว 268 เมตร เป็นอุโมงค์ที่อยู่ในเมือง ใช้ความเร็วไม่สูงมากนัก ส่วนอุโมงค์ขุนตาลที่ลำพูน ยาว 1,352 เมตร เป็นอุโมงค์ของรถไฟ ไม่ใช่ของมอเตอร์ไซค์

อุโมงค์นี้มีชื่อว่าอุโมงค์มีโนร่า (Menora Tunnel) สร้างเสร็จและเปิดใช้ในปี 1986 มีความยาว 800 เมตร อยู่บนทางหลวง E1 เป็นอุโมงค์ที่ใช้ความเร็ว

ออเคสตราและโอเปร่าของเหล่าอัจฉริยะ…หัวใจเต้นแรงราวกับโรมีโอที่ได้พบรักกับจูเลียต ละครโอเปร่าฉากน้ำตานองหน้าด้วยความตื้นตัน เอิบอิ่ม เสียงดนตรีและเสียงร้องดังกังวานลั่น กรีดต่อมแห่งความสุขหฤหรรษ์

จากสองพันกิโลเมตรที่ผ่านมา นี่เป็นแปดร้อยเมตรที่ยอดเยี่ยม แปดร้อยเมตรที่เสียงเพราะที่สุด ดื่มด่ำที่สุด แปดร้อยเมตรแห่งความปลื้มปีติยินดี…ขนลุกไปทั้งร่าง ตะโกนร้องออกมาเหมือนดูคอนเสิร์ต กันส์ แอนด์ โรสเซส

…อ้ากกกกสสสสสส

สะพานทอดยาวสู่สรวงสวรรค์ของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พระเจ้าสร้างไว้ให้ในวันที่ต้องกลับสู่อ้อมกอดท่าน…ช่วงปลายสะพานต้องมีอุโมงค์ยาวเหยียด มันจะต้องเป็นอุโมงค์แบบนี้แหละ มันจะต้องเป็นอุโมงค์แบบนี้แน่ๆ เสียงสะท้อนจากท่อไอเสียก้องกังวาน และเมื่อเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ นั่นแหละคือที่ที่เหล่าผู้รักการขี่มอเตอร์ไซค์ที่หมั่นทำความดีจะได้พบกับท่าน…พระเจ้ารอรับเราอยู่ที่นั่น…มันจะต้องเป็นอย่างนี้ มันจะต้องเป็นอย่างนี้แน่ๆ

เมื่อออกจากอุโมงค์ ถนนก็ลดระดับลงแทบจะทันที ป้ายเตือนให้ระมัดระวังเต็มไปหมด บีบเบรกเกือบไม่ทัน…ได้เวลาหายซ่า และกลับไปอยู่เลนซ้าย ป้ายเตือนมากขนาดนี้ ถนนลาดลงชันขนาดนี้ประมาทไม่ได้ทีเดียว และสักพักก็เห็นป้ายอีโปว์ เปิดไฟเลี้ยวซ้าย ออกจากถนน E1 มุ่งหน้าเข้าอีโปว์

เช็กอินเสร็จ อาบน้ำ แล้วก็หาร้านอาหาร โรงแรมอยู่ติดกับห้าง อันที่จริงเป็นตึกเดียวกันเลย แต่เราก็ไม่อยากกินในห้าง อยากออกไปกินข้างนอกจะได้ดูเมือง แล้วก็เจอร้านอาหารอิตาเลียน อยู่ในระยะเดิน เยี่ยม…กินที่นี่แหละ

บรรยากาศในร้านยอดเยี่ยม พนักงานเชิญให้นั่งที่โต๊ะสองที่นั่งที่สวยที่สุดในร้าน มันคือโต๊ะที่โรแมนติกที่สุดในร้าน นั่งเสร็จก็พยายามไม่คิดถึงนุสรามากนัก แต่ก็อดคิดถึงไม่ได้

นี่เป็นวันที่ 6 แล้วที่จากนุสรามาอยู่ในร้านอาหารอิตาเลียน

โต๊ะมุมโรแมนติกที่แม้แต่เครื่องปรุงบนโต๊ะยังกอดกัน ราชันจะกอดใคร…

สปาเกตตีมังสวิรัติเป็นสปาเกตตีชนิดอยู่เพื่อกิน รสชาติเยี่ยมยอด วันนี้ตั้งแต่เดินทางมาถือว่าเป็นวันที่กินดีที่สุด รู้สึกสดชื่นจากอาหารครบมื้อ

จากนั้นก็ไปเดินดูเมือง ตั้งใจหาร้านกาแฟสวยๆ นั่งดื่มชมอีโปว์

อีโปว์เป็นเมืองที่อยู่ในภูเขา ไม่ติดทะเล มีความเจริญมากตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 19 จากการทำเหมืองดีบุก ในโซนเมืองเก่ามีเส้นทางให้เดินชมเมือง มีอาคารสวยๆ ยุคอาณานิคมให้ชื่นชมทีเดียว และมีอาคารหลังหนึ่งที่แสดงให้เห็นความรุ่งเรืองของการทำเหมืองดีบุกในสมัยนั้น

มันคืออาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทผลิตไฟฟ้าพลังน้ำให้กับเหมืองและเรือขุด

ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1930 เป็นอาคารที่ดูสวยงาม ให้พลังบางอย่าง คงเป็นพลังจากคำว่าสำนักงานใหญ่ (HEAD QUARTER) เหมือง (MINES) เรือขุด (DREDGES) และ 1930 ที่ให้ความรู้สึกว่าโรงไฟฟ้าพลังน้ำเมื่อเกือบร้อยปีก่อน เป็นอะไรบางอย่างที่ไม่ธรรมดา

เดินต่อไปก็มีอาคารเก่าที่ดูแล้วสวยงาม มีร้านขายของ ร้านอาหาร ร้านกาแฟเจ๋งๆ ฮิปๆ อยู่หลายร้าน และแล้วก็ไปสะดุดกับป้ายหนึ่ง…THE CAR GALLERY เสียค่าเข้าชมเป็นเงินมาเลเซียริงกิต

แล้วก็เดินขึ้นไปชมดูบนชั้นสองของตึกแถวโบราณ

บทความก่อนหน้านี้ทราย เจริญปุระ : ที่ว่างในไดอารี
บทความถัดไปอดีตส.ส.เพื่อไทย จี้ แบ่งเขตเลือกตั้งตั้งเกณฑ์กกต. อย่าสร้างความเสียเปรียบได้เปรียบ