ผ่าการเมืองปลายด้ามขวาน ต้องเลิกโจมตีอดีต แต่(ควร)เน้นจะทำอะไรเพื่อแก้ปัญหาใต้

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด และผู้เจริญรอยตามท่าน

หลังจากวันที่ 13 กันยายน 2561 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยว่า คำสั่งคลายล็อกกิจกรรมทางการเมืองพิจารณาเสร็จแล้ว และการประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ต้องทอดเวลาบังคับใช้ไปอีก 90 วัน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในกลางเดือนธันวาคม

และคาดว่าการเลือกตั้ง ส.ส. เร็วสุด 24 กุมภาพันธ์ 2562 หรือช้าสุด 23 พฤษภาคม 2562

ทำให้วงการเมืองคึกคักโดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ปลายด้ามขวานของไทย

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมของอาคารสำนักงานอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี (หลังเก่า) ตัวแทนนักการเมืองทั้งเก่าและใหม่ซึ่งคาดว่าจะลงสมัครเลือกตั้งในปี 2562 และจะส่งตัวแทนเข้าชิงชัยในเวทีการเมืองปลายด้ามขวาน

ประกอบด้วยตัวแทนจากพรรคประชาชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคสามัญชน พรรคอนาคตใหม่ และตัวแทนจากนักเคลื่อนไหวภาคประชาสังคมในพื้นที่ แต่ไม่มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย ตามที่มีการแจ้งหมายร่วมการเสวนาในครั้งนี้

ซึ่งการเสวนาเริ่มกันอย่างเรียบง่าย โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการถกเถียงตามหัวข้อ “สัญญาณการเลือกตั้ง ทิศทางการเมืองไทย ต่ออนาคตสันติภาพปาตานี”

เวทีเสวนาวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดพื้นที่ทางการเมืองซึ่งมองว่าการเปิดพื้นที่ทางการเมืองคือส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง จชต. ซึ่งสอดคล้องกับทัศนะ ดร.นอร์เบิร์ต รอปเปอร์ส (Dr.Norbert Ropers) (โปรดดู https://deepsouthwatch.org/dsj/th/11128) ในทัศนะนักวิชาการในการแก้ความขัดแย้งโลกถือว่าการยุติสงครามด้วยวิถีทางการเมือง เป็นหนทางที่ใช้ต้นทุนต่ำที่สุดหากเทียบกับงบประมาณด้านการทหารที่ทุ่มลงไป

หากจะดูบางบททัศนะที่แต่ละคนนำเสนอในครั้งนี้พบว่าพรรคใหม่จะนำเสนอนโยบายแนวคิดการแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่านักการเมืองเก่าในพรรคประชาธิปัตย์และนักการเมืองเก่าในนามพรรคใหม่อย่างพรรคประชาชาติ ถึงแม้จะมีการพูดนโยบายบ้างแต่ไม่เลิกพูดเรื่องเก่า คำพูดทำให้ถูกตีความว่าโจมตีฝ่ายตรงข้าม และแก้ตัวเรื่องอดีต

เช่น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์เล่าถึงอดีตสาเหตุการเกิดความรุนแรง การปล้นปืน ตากใบ

เลยไปถึงผลงานของท่านตอนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์นักเรียนจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ตกต่ำที่สุดในประเทศ

การตั้งสำนักงานการศึกษาเอกชนระดับอำเภอ จังหวัด เพื่อหนุนเสริมโรงเรียนเอกชนและปอเนาะในพื้นที่

และแตะนิดเดียวเกี่ยวกับการจะเสนอนโยบายการพัฒนานำการทหาร แต่ขาดรายละเอียดว่าจะทำหนึ่งสองสามอย่างไร

รวมทั้งภาพรวมการหนุนเสริมกระบวนการพูดคุยสันติสุข/สันติภาพ

ในขณะคู่แข่งประชาธิปัตย์อย่างท่านนายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ตัวแทนจากพรรคประชาชาติ ก็ออกมาแก้ตัวสิ่งที่ถูกตีความว่าท่านจุรินทร์โจมตี และโจมตีพรรคประชาธิปัตย์กลับ

เพียงแตะบ้างในนโยบายที่พรรคประชาชาติคาดว่าจะทำ เช่น ท่านกล่าวว่าอยากให้มีการทบทวนเรื่องการลดทหารในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ “ลงและให้ภาครัฐใส่ใจชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบให้มากกว่าที่เป็นอยู่นี้เพราะปัจจุบันการเข้าถึงของรัฐยังไม่ทั่วถึง

เช่น มีเหตุการณ์แต่ละครั้งถึงจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาดูแลและไม่มีการติดตามช่วยเหลือต่อเนื่องซึ่งไม่ได้นำรายละเอียดนโยบายพรรคที่ทั้งท่านวันนอร์ หรือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เคยสัมภาษณ์ผ่านสื่อโดยเฉพาะมติชนสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา โครงสร้าง ศอ.บต. และสาธารณสุข

ที่แตกต่างจากพรรคอื่นๆ และรัฐบาลปัจจุบัน

สําหรับพรรคใหม่นับว่าเป็นมิติใหม่มากๆ ที่นำเสนอแนวคิด แนวปฏิบัติแบบ 360 องศา เช่น นายสมบัติ บุญงามอนงค์ (บ.ก.ลายจุด) ว่าที่หัวหน้าพรรคเกรียน ได้แสดงความคิดเห็นในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมืองในพื้นที่ มองคนไม่ยึดติดที่เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ แต่เน้นความเป็นมนุษยชาติ โดยมองในบริบทของคนในพื้นที่ ถ้าหากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในเร็ววันก็อยากให้คนในพื้นที่แสดงออกถึงจุดยืนและความต้องการ เพื่อประโยชน์ของตนเองและลูกหลานในอนาคต

น.ส.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ พรรคสามัญชน พรรคหน้าใหม่ในเวทีการเมือง ได้ให้ทัศนะว่า การแก้ปัญหาจะต้องแก้ที่รากเหง้าของปัญหาโดยชูการกำหนดชะตากรรมของตนเอง รวมไปถึงในการกำหนดเศรษฐกิจ สังคม ในพื้นที่มีผลผูกพัน โดยมองถึงสิทธิของคนในพื้นที่นั้นถูกลิดรอนสิทธิมายาวนานกว่า 10 ปี ทั้งนี้ หากมีโอกาสร่วมในการแก้ไขปัญหาก็จะมองถึงสิทธิเสรีภาพในพหุวัฒนธรรมของพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม และหากรัฐมีการบังคับใช้กฎหมายที่ส่วนใหญ่แล้วประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบก็จะมองในเรื่องการเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้เป็นหลัก

นายปิยบุตร แสงกนกกุล พรรคอนาคตใหม่ชูเรื่องต้องกำจัดระบอบเผด็จการทหารเท่านั้นที่นำสันติภาพ โดยท่านมองสองด้านทั้งเรื่องความแตกต่างและความหลากหลายในอำนาจการตัดสินใจของคนในพื้นที่ หากเอาทหารนำการเมืองมองว่าปัญหาในพื้นที่ก็จะไม่มีทางสิ้นสุด เมื่อยังมีความแตกต่างอยู่และหากจะไปสู่สันติภาพก็จะต้องให้ลดทหารลงก่อนจึงจะมาปรับในจุดอื่นๆ ที่เป็นจุดรายละเอียดอ่อน

เช่น หากประเทศไทยยังปกครองแบบเผด็จการแล้วปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะไม่มีหนทางจบลงได้

นี่คือส่วนหนึ่งของการเมืองปลายด้ามขวานที่เพิ่งเริ่มขึ้นและอยากฝากนักการเมืองไม่ว่าใคร พรรคไหน ต้องเลิกการเมืองน้ำเน่า สาดโคลน โทษผู้อื่นในอดีต แต่ต้องนำเสนอนโยบาย

อย่าให้เขาดูถูกว่าเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ หรือคนพื้นที่เรียกว่าบูดูเก่าในขวดใหม่

โดยเฉพาะเรื่องใหม่ๆ ที่จะทำต่างหรือสานต่อเรื่องอดีต หนึ่ง สอง สาม อย่างไร

ที่สำคัญเช่นกันในโลกการสื่อสารที่ไร้พรมแดน นักการเมืองต้องเตรียมตัว มีข้อมูลก่อนพูด แม่นในนโยบายพรรค

มีการถอดบทเรียน ปรับปรุงในการนำเสนอต่อหน้ามวลชนทั้งในพื้นที่และโลกโซเชี่ยล

บทความก่อนหน้านี้ฟ้า พูลวรลักษณ์ : จักรวาลนี้ มีขอบเขต คุณไปไหนได้ ไม่เกินความตาย
บทความถัดไปขอแสดงความนับถือ : โสภณ พรโชคชัย /ฉบับประจำวันที่ 28 ก.ย.- 4 ต.ค. 2561