ประสบการณ์ขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นสะพานข้ามทะเลที่ดีที่สุดในชีวิต

ราชัน ศรีสกุลชวาลา

สิ่งที่ผมไม่รู้มาก่อน เกี่ยวกับการขี่มอเตอร์ไซค์ จากเชียงใหม่ไปสิงคโปร์คนเดียว (12)

อันที่จริงเมื่อสภาพอากาศก็เป็นผลโดยตรงกับความเหนื่อยอ่อนของเรา การบังคับตัวเองให้ไปถึงตามเวลา เป็นสาเหตุของความเร่งรีบ

เมื่อสังเกตดู ในเวลาที่เราเริ่มเหนื่อย เราจะขี่เร็วขึ้น เพื่อไปถึงจุดหมายเร็วขึ้นจะได้พักผ่อน

แต่เมื่อเราเริ่มเหนื่อย การตัดสินใจก็ช้าลง…เป็นส่วนผสมที่เหมาะเจาะของเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์

เมื่อลุง Jim Roger เจ้าของหนังสือ investment biker ประสบอุบัติเหตุ ผมนับได้ทั้งหมด 6 ครั้ง, ทั้งหมดมาจากสาเหตุของความเร่งรีบเพื่อจะไปให้ถึงตามกำหนด

แต่ก็เข้าใจลุง Jim เพราะหลายๆ สถานการณ์มันไม่มีเมืองให้จอดแวะระหว่างทาง มันต้องไปให้ถึงสถานเดียว

ดังนั้น หากผมต้องการเสร็จทริปอย่างรื่นรมย์ไม่เกินบ่ายสองโมง หรือบ่ายสามโมง การเริ่มหกโมงเช้าเป็นทางเลือกที่ดี

วิธีการเดินทางแบบนี้ เป็นวิธีการเดินทางที่เราไม่คุ้นเคย เป็นวิธีการที่ไม่เหมือนการเดินทางโดยรถยนต์ เรือ หรือเครื่องบิน…แต่อาจจะเหมือนเรือยอชต์

แน่นอนบางวันก็ทำได้มากกว่า 400 กิโลเมตร บางวันก็ทำได้น้อยกว่า 400 กิโลเมตร แล้วจะวางแผนเรื่องที่พักอย่างไร

เราคำนวณระยะทาง 400 กิโลเมตร และค้นหาว่ามันคือเมืองอะไร ตั้งเป็นเมืองเป้าหมายของวันนี้ จากนั้นก็ค้นหาเมืองที่อยู่ก่อนเมืองเป้าหมาย 1-2 เมือง ในระยะประมาณ 250-350 กิโลเมตร

และค้นหาเมืองที่อยู่เลยจากเมืองเป้าหมาย ในระยะประมาณ 450-550 กิโลเมตร

ศึกษาเรื่องที่พักไว้คร่าวๆ และเมื่อเดินทางไปถึงเมืองนั้นๆ และรู้สึกว่ารื่นรมย์มากพอแล้ว ก็ค่อยจองโรงแรม

จะต้องเป็นการเดินทางโดยไม่มี Sense of urgency หรือความรู้สึกว่าเร่งรีบ ไม่ทันการณ์

แต่เป็นความรู้สึกละเมียดละไมในการเดินทาง

ดังนั้น หากเดินทางไกลมาก หลายวัน ก็ต้องคำนวณว่า เมื่อผ่านไป 3-5 วันจะต้องมีวันที่ไม่ได้ระยะทาง หรือเรียกว่าวันเผื่ออีก สำหรับทริปนี้

ช่วงในประเทศ จากเชียงใหม่ถึงหาดใหญ่ วางแผนเดินทางที่ 400 กิโลเมตรต่อวัน

ช่วงต่างประเทศจากด่านบูกิตกายูฮิตัม ถึงเมืองยะโฮบารู วางแผนเดินทางที่ 200 กิโลเมตรต่อวัน

และวางแผนเผื่อวันที่ไม่ได้ระยะทางอีก 2 วันต่อสัปดาห์

ด้วยการวางแผนแบบนี้ จึงมีโอกาสสูงมากที่เราจะไปถึงก่อนแผน และหากเราไปถึงก่อนแผนทุกวัน เราก็ไม่ขี่ด้วยความรู้สึกเร่งรีบ แต่ด้วยความละเมียดละไม รื่นรมย์นั่นเอง

หากดูจากแผน วันนี้เป็นวันที่หกของการเดินทาง ผมอยู่ที่ปีนัง ผมเร็วกว่าแผนอยู่ประมาณ 3 วัน

ดังนั้น วันนี้ออก 11 โมง ต้องการถึงเร็ว บ่ายสองโมง หรือไม่เกินบ่ายสามโมง จึงไม่หวังระยะทางมากนัก

ดูใกล้ๆ 2 เมือง อีโปว์ 158 กิโลเมตร อีกเมืองถัดไป กัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวง 359 กิโลเมตร ถ้าได้อีโปว์ ก็ถือว่าเยี่ยม

แล้วก็ออกเดินทาง…ซึ่งจะต้องข้ามสะพานเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ เลือกเส้นทางถนน E28 จากนั้นเข้าสู่ถนน E1 ซึ่งเป็นถนนที่ขี่มาเมื่อวาน

โดยมองคู่ไปกับป้ายอีโปว์ และกัวลาลัมเปอร์

ปีนังเพิ่งสร้างสะพานแห่งที่สองเสร็จเมื่อไม่นานมานี่เอง สะพานอยู่บนถนนสาย E28

สะพานแห่งที่สองนี้ยาวถึง 24 กิโลเมตร เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา สร้างโดยบริษัทจากประเทศจีน ใช้เงินกู้จากรัฐบาลจีนเพื่อกระชับความสัมพันธ์จีน-มาเลเซีย

และด้วยความยาวขนาดนี้จึงครองแชมป์สะพานที่ยาวที่สุดในมาเลเซีย และยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สะพานมีขนาดสี่ช่องทางจราจร ไม่รวมไหล่ทาง และมีอีกสองช่องจราจรสำหรับมอเตอร์ไซค์ โดยช่องสำหรับมอเตอร์ไซค์จะมีที่กั้นแยกออกไปอย่างเด็ดขาดจากช่องจราจรของรถยนต์

สะพานนี้มีรถวิ่งน้อย ทำให้วิ่งได้สบาย ขับขี่ด้วยความรื่นรมย์ ข้ามทะเลสีเขียวมรกต ลมพัดเย็นสบาย พื้นสะพานราดยางแอสฟัลต์ โรยด้วยกากเพชร สะท้อนกับแสงแดดระยิบระยับ ราวกับอยู่ในความฝัน

อืม….มันต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ หากเหล่าชาวมอเตอร์ไซค์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทำความดีมาตลอดชีวิต พบกับเวลาที่พระเจ้าเรียกตัวขึ้นไปบนสวรรค์ พระเจ้าคงจะประทานมอเตอร์ไซค์ที่เรารักที่สุด ในสภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด และเส้นทางสู่สวรรค์ที่ดีที่สุด ซึ่งมันก็คือสะพานแบบนี้เอง ไม่สามารถจะเป็นสะพานแบบอื่นไปได้

แล้วสะพานก็จะทอดยาวไต่ความสูงขึ้นผ่านเมฆ ผ่านท้องฟ้า ขึ้นสู่เหนือโลก ที่ซึ่งพระเจ้ารอรับเราที่สรวงสวรรค์

มันเป็นสะพานที่งดงามถึงเพียงนั้น

เป็นประสบการณ์ขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นสะพานข้ามทะเลที่ดีที่สุดในชีวิต ประสบกับความพึงพอใจในระดับสูง และเมื่อข้ามสะพานเสร็จก็มุ่งหน้าเข้าสู่อีโปว์บนถนนสาย E1 เป็นไปตามแผนการเดินทางที่วางไว้

ถนน E1 ค่อยๆ โค้งและเพิ่มความชันไต่ความสูงขึ้นสู่ภูเขา พระเจ้าท่านคงชอบส่วนโค้ง เพราะท่านไม่สร้างอะไรสักอย่างในโลกที่ตรง และถึงแม้โค้งเหล่านี้มนุษย์จะเป็นผู้สร้างขึ้นแต่ก็คงจะเลียนแบบโค้งที่งดงามของพระเจ้า โค้งขอบฟ้า โค้งแม่น้ำคดเคี้ยว โค้งขอบชายหาดจรดกับผืนทะเล

และแน่นอน โค้งจากเรือนร่างของสตรี

บทความก่อนหน้านี้“สมบัด สมพอน” 6 ปีที่หายไป แต่ในใจไม่เคยลืม
บทความถัดไปเสียงเคาะระฆัง โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ