สมชัย ศรีสุทธิยากร : รับน้อง กกต.ใหม่

สมชัย ศรีสุทธิยากร

กําหนดการที่ทราบจากประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พรเพชร วิชิตชลชัย คือ สัปดาห์หน้า วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 สนช.จะลงมติให้ความเห็นชอบผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นกรรมการการเลือกตั้งชุดใหม่

หลังจากนั้นหากสภานิติบัญญัติฯ มีมติให้ความเห็นชอบ บุคคลที่ผ่านความเห็นชอบต้องไปลาออกจากงานทุกประเภทภายใน 15 วัน และนำหลักฐานมายื่นต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อนำเรื่องส่งนายกรัฐมนตรีเพื่อทูลเกล้าฯ ในการลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง

โดย กกต.ใหม่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ทันทีในวันถัดไปจากวันที่ลงพระปรมาภิไธย

ซึ่งน่าจะอยู่ในประมาณกลางหรือปลายเดือนสิงหาคม 2561 นี้

ภายใต้กติกาคุณสมบัติขั้นเทพที่ กรธ. กำหนด ทำให้คนที่ดูเหมือนมีความสามารถทำได้ถูกเอาออก

คนที่มีคุณสมบัติครบแต่ไม่แน่ใจว่าจะไหวในการรับมือการเลือกตั้งกลับผ่านการคัดเลือก

ในขณะที่ทุกฝ่ายประเมินว่า การเลือกตั้งที่มาถึง เป็นสถานการณ์ที่น่าจะเป็นการแข่งขันที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

เนื่องจากเปลี่ยนมาใช้ระบบบัตรเดียว คำนวณ ส.ส. ที่จะพึงมีทั้งประเทศ ทุกคะแนนล้วนมีความหมาย

ดังนั้น ทุกรูปแบบ ทุกวิธีการในการให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงจะถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่

กกต.เก่าคงโล่งใจ ที่สามารถประคับประคองส่งมอบภารกิจหนักหน่วงให้กับ กกต.ชุดใหม่

ในขณะที่ กกต.ชุดใหม่จะได้เข้ามารับภารกิจที่ตนอาสาในการมาทำหน้าที่

เวลาที่เหลืออยู่ไม่กี่เดือนก่อนถึงวันเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็น 6 หรือ 8 เดือน คือการทำงานท่ามกลางการเรียนรู้

ทำไปเรียนรู้ไป

ทั้งกฎกติกา ระเบียบ กฎหมาย ทั้งระบบงานภายใน กกต.

ทั้งต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้คน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หน่วยงานราชการที่สนับสนุนการทำงาน หรือแม้กระทั่งคนใน กกต.เอง

ทำไปเรียนรู้ไปได้ เพียงแต่พลาดไม่ได้ เพราะประเทศมิใช่เครื่องทดลองเล่น และทุกอย่างล้วนเป็นต้นทุน

ความเป็นมือใหม่ในการจัดการเลือกตั้ง ต้องอาศัย “ตัวช่วย” ที่สำคัญคือ

หนึ่ง แรงหนุนจากรัฐบาลและ คสช. ในการสนับสนุนการทำงาน

สอง ความเป็นมืออาชีพของผู้บริหารและพนักงานในสำนักงาน กกต.

สาม แรงหนุนจากภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และประชาชนที่ปรารถนาทำให้การเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศ

และสี่ จากนักการเมืองและพรรคการเมือง ที่เคารพกฎกติกาและสู้กันอย่างแฟร์เกมเพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

ในประการแรก รัฐบาลและ คสช.จะเป็นตัวช่วยที่สำคัญ เนื่องจากเป็นผู้ควบคุมทรัพยากรและหน่วยงานราชการต่างๆ ที่มีส่วนสนับสนุนการทำงานของ กกต. แถมยังมี ม.44 เป็นแก้วสารพัดนึกเป็นอำนาจครอบจักรวาลอยู่ในมือจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่

ดังนั้น กกต.ใหม่ ต้องกล้าบอก คสช.ว่าอยากให้ช่วยอะไร กล้าที่จะเล่นบทผู้จัดการ ไม่ใช่ผู้รับใช้ เห็นปัญหาอุปสรรคที่มาจาก คสช. เองก็ต้องสื่อสารออกไป ไม่ใช่อ้ำๆ อึ้งๆ เกรงว่าพูดไปแล้วจะไปขัดใจผู้มีอำนาจ

ในขณะเดียวกันหาก คสช. มากลายเป็นผู้เล่นหนึ่งในสนามแข่งขันเสียเอง เช่น ปรารถนาจะอยู่ต่อในอำนาจทางการเมือง หรือแสดงออกซึ่งท่าทีในการสนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรือมีรัฐมนตรีคนสำคัญไปเป็นผู้จัดตั้งพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง กกต.เองอาจลำบากใจในการทำหน้าที่

เนื่องจาก ม.44 เปลี่ยนได้แม้กระทั่งตัวกรรมการการเลือกตั้ง มีตัวอย่างไก่ที่ถูกเชือดมาแล้วเห็นๆ

ในประการที่สอง ความเชี่ยวชาญและความเป็นมืออาชีพในการจัดการเลือกตั้งของผู้บริหารและพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจะเป็นตัวช่วยที่สำคัญของความสำเร็จในการเลือกตั้ง

เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ผ่านประสบการณ์ในการจัดการเลือกตั้งมากว่า 20 ปี ย่อมรู้ถึงกลไกการจัดการต่างๆ ได้ดีและเป็นแบ๊กอัพที่สำคัญของ กกต.ใหม่

แต่ต้องยอมรับว่า กติกาใหม่หลายอย่างที่ร่างโดย กรธ. อาจทำให้มือเก่ากลายเป็นมือใหม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไพรมารีโหวต การหาเสียงโดยมีป้ายโฆษณาจำนวนจำกัด

การหาเสียงผ่านสื่อออนไลน์

ระบบบัตรใบเดียวที่นำมาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

และการกลั่นกรองนโยบายพรรคและกำกับพรรคการเมืองให้ทำตามข้อกำหนดของกฎหมายต่างๆ ที่มีมากมาย เป็นต้น

นอกจากนี้ สิ่งที่ กกต.ใหม่พึงเข้าใจคือ พฤติกรรมการทำงานแบบราชการของคนในองค์กรอิสระ ที่มักจะสนใจการทำให้ถูกต้องตามระเบียบ

ทำงานแบบเพลย์เซฟมากกว่าการมองถึงการบรรลุจุดมุ่งหมายในเรื่องการจัดการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม

พฤติกรรมที่ยึดความสะดวกของฝ่ายตนมากกว่าความสะดวกของประชาชนผู้มาใช้บริการ และการผลักการตัดสินใจทุกเรื่องไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อให้ตนเองมีปัญหาน้อยที่สุด

บทเรียนการกลับคูหาเลือกตั้งและการพิจารณาคดีด้วยความล่าช้าจนทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะและนำไปสู่คดีอาญาถึงติดคุกของ กกต.ชุดที่สอง ส่วนหนึ่งมาจากการเสนอของเจ้าหน้าที่ แต่คนที่รับไปเต็มๆ คือตัว กกต.

ย่อมเป็นประจักษ์พยานและอุทาหรณ์ได้ดี

ในประการที่สาม แรงหนุนจากภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และประชาชน เป็นตัวช่วยที่สำคัญก็จริง แต่ต้องมาจากการที่ประชาชนเชื่อถือศรัทธา และมีการเปิดช่องทางการมีส่วนร่วมในการให้กลุ่มเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ไม่เป็นภาระและไม่เป็นอันตราย ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นกับท่าทีของ กกต.ชุดใหม่ที่จะทำอย่างไรให้สังคมเลื่อมใส

การสร้างแรงหนุนจากกระแสสังคม จะเป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่งของความสำเร็จในการทำงาน

แถมยังเป็นเกราะคุ้มกันที่สำคัญ

มีตัวอย่างหลายกรณีในสังคมแล้วที่กระแสสังคมสามารถกดดันให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นถูกได้

และในทางตรงข้าม หากกระแสเป็นไปในอีกทางหนึ่ง การทำงานจะยากลำบากมากขึ้น

ประการสุดท้าย เรื่องพรรคการเมืองและนักการเมือง ที่จะช่วยกันเล่นตามกติกา แต่นั่นแหละ ขนาดการแข่งขันกีฬาก็ยังมีเรื่องตุกติกเต็มไปหมด การแข่งขันทางการเมืองที่มีอำนาจรัฐและงบประมาณล้านล้านบาทต่อปี หวังผู้เล่นเคารพกติกา เล่นอย่างตรงไปตรงมาคงจะยาก ดังนั้น กกต.ชุดใหม่ต้องจับได้ไล่ทันและทนต่อแรงเสียดทานทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ต้องลืมเพื่อน ลืมญาติ ลืมหนี้บุญคุณต่างๆ ของทุกฝ่าย และทำงานอย่างตรงไปตรงมาจึงจะอยู่รอดปลอดภัย

สำหรับประชาชนทั่วไป อย่าไปหลงเพียงคำสัญญาให้เกิดการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 อย่าไปคิดเพียงว่าวันนั้น เดือนนั้นจะมีการหย่อนบัตรเลือกตั้งและประเทศจะกลับมาเป็นประชาธิปไตย แต่ต้องช่วยกันผลักดันให้การเลือกตั้งเป็นการเลือกตั้งที่มีคุณภาพด้วย

ไหนว่าจะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แต่ไม่ปล่อยให้พรรคทำกิจกรรมทางการเมือง ไม่ปล่อยให้ขยายฐานสมาชิก ไม่ให้เขาริเริ่มในการจัดทำนโยบาย ไม่ให้เขาจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคและรับรองนโยบายเพื่อนำไปใช้ในการหาเสียง ในขณะที่เวลาก็บีบรัดเข้ามามากขึ้นทุกที

ไหนว่าจะปฏิรูปการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม แต่กำหนดการที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งก็ยังไม่สามารถกำหนดให้ชัดเจนได้ ตัวผู้ปฏิบัติก็ต้องลอยไปลอยมาไม่สามารถกำหนดตารางงานให้เป็นรูปธรรมได้ เพราะไม่รู้ว่าจะจัดเมื่อใด และชุดเก่าหรือชุดใหม่จะเป็นผู้จัด

ไหนว่าอยากจะได้บุคลากรทางการเมืองใหม่ที่มีคุณภาพเข้าสู่การเมืองไทย แต่ท่าทีทั้งหลายที่ปรากฏก็ยังถวิลหานักการเมืองหน้าตาเดิมที่เคยสร้างความด่างพร้อยทางการเมืองจนเป็นเหตุแห่งการปฏิวัติรัฐประหาร

ไหนว่าอยากได้กรรมการองค์กรอิสระขั้นเทพมาจัดการเรื่องสำคัญของบ้านเมือง แต่ก็ร่างกติกาและคุณสมบัติให้ยุ่งยากเข้าไว้ จนวันนี้กลับกลายเป็นคนที่ไม่เคยมีประวัติสนใจทางการเมืองมาทำหน้าที่สำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนของสังคมไทย ภายใต้ความคาดหวังอย่างมากมายของคนในสังคม

รับน้อง กกต.ชุดใหม่นี้โหดจริงๆ

บทความก่อนหน้านี้ไทยสร้างโรงผลิตวัคซีน ‘พิษสุนัขบ้า’ ได้ ล้อมคอกคุณภาพต่ำให้กรมวิทย์แพทย์ตรวจก่อนรับทุกครั้ง
บทความถัดไปว่าที่รองหน.ประชาธรรมไทยนำ 6 กก.บห. ยื่นลาออก โวย ‘พิเชษฐ์’ หน.พรรค ชอบก้าวล่วง-ไม่ให้เกียรติ