ธุรกิจบันเทิงเกาหลีจะไปต่ออีก ? ไปคุยกับ “สัว ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย” ก้าวแรก…ในฐานะผู้จัดโชว์เกาหลี

สัว “ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย” นักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่ตกหลุมรักดนตรีเข้าอย่างจัง และร่วมมือกับเพื่อนๆ ตั้งค่ายเพลงอินดี้ที่ชื่อว่า ไฟว์ โฟว์ เรคคอร์ด (Five Four Records) ขึ้นมา

เขาควบ 2 ตำแหน่งคือผู้ร่วมก่อตั้งและศิลปิน

ล่าสุดยังโดดลงสู่ธุรกิจผู้จัดโชว์ โดยเฉพาะโชว์จากเกาหลีที่กระแสดีต่อเนื่อง

สัวมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ ผุดบริษัทลูกอย่าง “ไฟว์ โฟว์ ไลฟ์” เพื่อลุยในธุรกิจจัดโชว์โดยเฉพาะ

ไฟว์ โฟว์ ไลฟ์ เป็นที่รู้จักในแวดวงผู้จัดและคอเกาหลีในไทยกับงาน “ยูซอนโฮ แฟนมีตติ้งอิน แบงค็อก” ที่จัดขึ้นในช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา

สัวเล่าย้อนกลับไปช่วงก่อนที่จะเกิดงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้ว่า มีเพื่อนในกลุ่มที่รู้จักกับเอเยนซี่ในเกาหลีที่เป็นมืออาชีพมากๆ และได้หารือถึงโอกาสที่จะร่วมทำธุรกิจด้วยกัน ปรากฏว่าทุกอย่างลงตัวจึงตัดสินใจที่จะเริ่มธุรกิจนี้อย่างจริงจัง

“โอกาสมันมาก็เลยคว้าไว้ครับ เราโชคดีที่ได้ดีลดีมากๆ บัตรถูกขายหมดอย่างรวดเร็วจนเรายังตกใจ เราใช้จุดแข็งของเราที่มีอยู่คือ ประสบการณ์ของทีมงาน เพราะเราทำค่ายเพลงอยู่แล้ว ซึ่งหนีไม่พ้นว่าเราก็ต้องจัดคอนเสิร์ตด้วย เราจึงเชื่อว่าจัดงานแบบนี้ได้สบายๆ มาก และงานนี้ก็ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้”

“ที่สำคัญคือแฟนคลับของยูซอนโฮก็ได้รับความสุข ความประทับใจกลับไปจากงานครั้งนี้ ในวันที่จัดงานแฟนมีตติ้งยูซอนโฮ ทั้งผมและทีมงานยังไม่มีที่ให้นั่งเลย แต่ก็เป็นงานที่สนุกดีครับ”

ให้คะแนนตาถึงกับทีมงานของไฟว์ โฟว์ ไลฟ์ ที่เลือกยูซอนโฮ เพราะจัดว่าดี จัดว่าเด็ดทั้งหน้าตาและความสามารถ ด้วยเสน่ห์ล้นเหลือ จึงเข้าไปนั่งในใจแฟนคลับได้ไม่ยาก ยูซอนโฮเป็นเด็กฝึกหัด เป็นศิลปินจากค่ายคิวบ์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (CUBE Entertainment) ที่เข้าร่วมแข่งขันในรายการโปรดิวซ์ 101 (PRODUCE101) ซีซั่น 2 เด็กฝึกจากค่ายต่างๆ จะต้องเข้ามาฝึกร้องและเต้น โดยผู้ชนะจะได้เดบิวต์เป็นศิลปิน

แม้ว่ายูซอนโฮจะไม่ได้เป็นผู้ชนะในรายการ แต่แฟนคลับมหาศาลพอสมควร

เมื่อถามว่า อะไรที่ทำให้ไฟว์ โฟว์ ไลฟ์ ประสบความสำเร็จในฐานะผู้จัดตั้งแต่งานแรก

สัวบอกว่า อย่างแรกคือ ทีมงานมืออาชีพและมีประสบการณ์สูง

และอีกอย่างที่สำคัญคือ ฐานแฟนคลับ ทั้งนี้ ไม่ได้มองแค่จำนวนแฟนคลับของศิลปินมากน้อยแค่ไหน ต้องดูกันจนถึงความเคลื่อนไหวของแฟนคลับด้วยว่ามีความต่อเนื่องหรือไม่

ยิ่งไปกว่านั้น สัวมองว่า การจัดงานในประเภทนี้จะต้องทำให้ผู้เข้าร่วมงานรู้สึก “Friendly” มากที่สุด

ตั้งแต่ขั้นตอนการจองบัตร ซึ่งกำหนดเป็นนโยบายของบริษัทที่ชัดเจนว่า “ห้ามล็อกบัตร”

บัตรทุกใบจะเข้าสู่ระบบทั้งหมด

ยกเว้นบัตรที่เป็นโควต้าของผู้สนับสนุนเท่านั้นที่จะแยกส่วนออกมาจากการซื้อขายปกติ

นอกจากนี้ รวมถึงการให้สิทธิพิเศษที่แฟนคลับต้องการ

อย่างเช่น การใกล้ชิดกับศิลปิน นับเป็นอีกปัจจัยที่ชี้วัดถึงความสำเร็จของการจัดโชว์จากเกาหลีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการไฮทัช แจกลายเซ็นพร้อมโปสเตอร์ และการถ่ายภาพร่วมกับศิลปิน ซึ่งถ้ามีสิทธิเศษอะไรที่มากกว่านี้

สัวบอกว่าก็จะพยายามหามาให้แฟนคลับ ผู้จัดหน้าใหม่ออกตัวแรงขนาดนี้ คู่แข่งในตลาดเดียวกันอาจจะมีระส่ำเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเจนว่าทั้งศิลปิน ไอดอลหรือนักแสดงจากเกาหลี ต่างเข้ามากวาดเงินจากเหล่าคอเกาหลีในไทยอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะปี 2560 ที่ผ่านมาเรียกได้ว่ามีทั้งงานแฟนมีตติ้งและคอนเสิร์ตแทบทุกเดือนนั้น

เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในวงการผู้จัดว่าเร็วๆ นี้คงได้เห็นขาลงของการจัดโชว์จากเกาหลีในไทย สัวบอกว่า ตลาดนี้น่าจะไปต่อได้เรื่อยๆ

ที่สำคัญเกาหลีคงไม่ปล่อยให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบันเทิงที่เรียกได้ว่าเป็นจุดแข็งของเขาซบเซาแน่นอน

ทั้งนี้ เทรนด์ของเกาหลีถูกปลุกให้กลับมาคึกคักอีกครั้งจากกระแสของ “ไซ” (PSY) กับเพลงกังนัมสไตล์ ทั้งเพลงและท่าเต้นเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

ฉะนั้น เชื่อมั่นว่าวงการเค-ป๊อปจะพัฒนาศิลปินใหม่ๆ เข้ามาในวงการอย่างต่อเนื่องแน่นอน

สัวยังบอกอีกว่า สำหรับไฟว์ โฟว์ ไลฟ์ ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นโชว์จากเกาหลีเท่านั้น

เขาฉายภาพโปรเจ็กต์ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ว่า ได้เตรียมจัดคอนเสิร์ตแนวอินดี้ ซึ่งจะเป็นเวทีที่รวมศิลปินจากญี่ปุ่นและจีนมาไว้บนเวทีเดียวกัน ในรูปแบบมิวสิก เฟสติวัล (Music Festival)

ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะรีบประกาศแน่นอน

นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีความร่วมมือกับรายการวาไรตี้ในประเทศจีน คือรายการ “Come Sing With Me” ที่มียอดผู้เข้าชมรายการสูงมาก

โดยไฟว์ โฟว์ ไลฟ์จะรับหน้าที่คัดเลือกนักร้องที่มีความสามารถในไทยเข้าไปร่วมร้องเพลงในรายการ

และเร็วๆ นี้จะมีการจัดออดิชั่นในไทย และสัวจะร่วมเป็นกรรมการตัดสินในครั้งนี้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับคอเกาหลีในไทยอดใจรอกันอีกนิด สัวเกริ่นมาให้ใจชื้นว่า ในปีนี้อาจจะมีโชว์จากเกาหลีประมาณ 2 โปรเจ็กต์แน่นอน!!

ท่ามกลางการแข่งขันที่เต็มไปด้วยคู่แข่งมากกว่า 10 รายในธุรกิจผู้จัดโชว์ รับรองได้ว่าไม่มีใครออมมือให้แม้จะเป็นน้องใหม่ก็ตาม แต่ก้าวแรกที่ประสบความสำเร็จไว้เป็นฐานที่แข็งแรงอยู่แล้วของสัว ศุภชัย และไฟว์ โฟว์ ไลฟ์ ทำให้ก้าวต่อไปในฐานะผู้จัดไม่ใช่เรื่องยาก…

แต่คงท้าทายน่าดู!!

บทความก่อนหน้านี้มองไทยใหม่ : ทำความเข้าใจความหมายอื่นๆของคำว่า “กิ๊ก”
บทความถัดไปศิลปิน นักวิชาการ เห็บหมา และประชาธิปไตย