โอลาน เชฟฮับ กินมื้อนี้ ฟรีมื้อหน้า! | เปิดตา

อัษฎา อาทรไผท

คืนวันก่อนผมได้ไปส่งวัยรุ่นท่านหนึ่ง ที่นัดทานมื้อค่ำกับหนุ่มสาวอีกหลายคน ที่ร้านอาหารย่านพระราม 6 ไม่ไกลจากพรรคประชาธิปัตย์นัก เลยได้มีโอกาสรู้จักกับร้านอาหาร Olan Chef Hub (โอลาน เชฟฮับ) ที่น่าสนใจนี้ และประทับใจจนต้องเอามาเล่าสู่กันฟัง

ร้านอาหารนี้เป็นร้านขนาดใหญ่ ตกแต่งสวยทุกอณู เปิดประตูบานใหญ่เข้าไป จะพบกับโซนคาเฟ่กึ่งบาร์ มีเคาท์เตอร์ บาร์เทนเดอร์/ บาริสตาร์ บริการเครื่องดื่มทุกรูปแบบ คอยต้อนรับอยู่

เดินเข้าไปจะพบกับโถงกว้างแบบลอฟท์ ที่มีเคาท์เตอร์ทำอาหารตั้งอยู่ตรงกลาง รายล้อมด้วยโต๊ะเก้าอี้หลากขนาด เรียงรายไปทั่ว โดยด้านข้างจะมีเคาท์เตอร์ประกอบอาหารเรียงรายอยู่อีกจุด และมีห้องวีไอพีแยกออกไปอีก แต่ละโซน แต่ละห้อง ตกแต่งแตกต่างกันไปอย่างมีสไตล์ มีศิลปะภาพวาดสวยงามบนกำแพง ถ่ายรูปได้ทุกมุม

แต่แค่เพียงสถานที่สวยอย่างเดียว คงไม่ได้เอามาเขียนถึง เพราะที่น่าสนใจคือคอนเส็ปและที่มาของของร้านนี้ ซึ่งนับเป็นความโชคดีที่พอดีผม ที่ได้มีโอกาสพบกับเจ้าของร้าน และพูดคุยกันถึงความเป็นมาของที่นี่

เริ่มจากเจ้าของเป็นกลุ่มเพื่อนที่พิสมัยการรับประทานของอร่อย ตั้งแต่เนนูเด็ดข้างทาง ไล่ไปจนถึงไฟน์ไดนิ่ง แกตามเก็บมาหมด เลยคัดเอาอาหารรสเลิศจากทุกประเภท มารวมไว้ในเมนูของ Olan Chef Hub แล้วชักชวนเชฟชื่อดังหลายท่าน มาช่วยกันปรุงอาหารให้ได้ทานกันในที่เดียว

ทีเด็ดของที่นี่คือ นอกจากเมนูประจำของทางร้าน ยังมีเมนูที่เปลี่ยนไปทุกเดือน ตามเชฟท่านที่มาร่วมสนุกด้วยในเดือนนั้น ๆ ทำให้มาทีไรก็มีเมนูใหม่ทาน ส่วนหากชอบเมนูของเดือนก่อน ก็ต้องรอไปว่ามันจะหวลกลับมาไหม หรือจะกลายเป็นความทรงจำปลายลิ้น ที่ถวิลหาไปไม่สิ้นสุด

นอกจากที่เล่ามาทั้งหมดแล้ว จุดประสงค์หนึ่งของร้านอาหารร้านนี้คือ เป็นครัวเปิดให้ท่านใดก็ได้ ที่อยากชวนเพื่อนมา แล้วแสดงฝีมือทำอาหารให้เพื่อนทานเอง เรียกว่าเป็นเชฟเทเบิลส่วนก็ว่าได้ หรือหากใครเป็นเชฟ แต่ยังไม่มีที่มีทาง ก็สามารถมาเปิดเชฟเทเบิลของตัวเองได้ที่นี่เช่นกัน และนี่คือที่มาของชื่อ Chef Hub นั่นเอง ส่วน Olan ก็คือนั้น เดาว่าอาจจะมาจาก โอฬาร ที่แปลว่าใหญ่โต กว้างขวาง แต่ที่นี่เขาเขียน โอลาน ก็เลยไม่แน่ใจ 100% ครับ

ส่วนเมนูเด็ดของที่นี่ที่ผมได้สัมผัส อร่อยมากจริง ๆ ทานแล้วทราบทันทีว่าใช้วัตถุดิบชั้นดีล้วน ๆ เริ่มจากเครื่องดื่มชื่อเท่ ๆ “เศรษฐศิริ” ที่ร่ำรวยความหอมหวานมันกำลังดีของกาแฟลาเต้ผสมน้ำส้ม

จากนั้นผมได้ทานทั้ง “เนื้อสะเต๊ะ” “เนื้อนะเว้ย” (ข้าวหน้าเนื้อโคขุนระยอง 400 วัน นำมาย่าง 10 วิ เสริฟพร้อมแจ่งรสแซ่ป) “เนื้อสเต็กวากิว 5 A จากเมืองซากะ คิวชู ญี่ปุ่น” และ “ปูทะเลไข่ดองซีอิ้วเกาหลี”  ไปพร้อม ๆ กัน ปิดท้ายด้วยพาสต้าหอยเชล หอมทรัฟเฟิลสุด ๆ ก่อนจะไปจบจริง ๆ ที่ Coconut Tart และ Nine Layers Carrot Cake

ขอย้ำว่าของเขาอร่อยทุกอย่าง แม้จะไม่ใช่ร้านเฉพาะทาง เนื่องจากเชฟของเขาระดับ Master Chef/ Top Chef Thailand ทั้งนั้น ทำให้จิ้มไปเมนูไหน ก็อร่อยเหาะระดับน้ำตาไหลไปทุกอย่าง

แต่ที่ดีงามเหนืออื่นใดจนต้องรีบมาเล่าสู่กันฟังคือ ถ้าคุณมาทานวันจันทร์แบบที่ผมไป ทานไปเท่าไหร่ เขาจะให้เครดิตมาทานฟรีครั้งต่อไปเท่ากับที่ทานไว้ (ไม่รวมเครื่องดื่ม) เช่นทานไป 5,000 ก็กลับมาทานฟรีได้ 5,000 หรือใครรจะทานไปสัก 2 ล้าน ถ้าทานไหวก็คงได้กลับมาใช้สิทธิกินฟรี 2 ล้านเช่นกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้นเขากำลังจะหมดเขตในวันจันทร์ที่ 15 ก.ค.นี้แล้ว ซึ่งหากท่าน บ.ก. ลงให้เลย ท่านผู้อ่านยังไปทัน แต่หากไม่ทันหรือมาอ่านเจอทีหลัง เวลาไปร้านโอลาน ถามหาคุณกช เจ้าของร้าน แล้วลองเจรจากับแกดูครับ บางทีคุณก็อาจจะยังได้ “กินมื้อนี้ กินฟรีมื้อหน้า” แบบผมก็ได้