มิตรภาพ ความหลัง หน้าที่ จุดตัดชีวิต ‘น้องอู’- ‘พี่ไอซ์’ และ ‘อ.แดง’

กระแสการเมืองร้อน ช่วงที่หลายฝ่ายกำลังเรียกร้องให้ “พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน” ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ผู้สั่งเคลื่อนกำลัง ยึดอำนาจ “รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ให้เปิดเผยเบื้องหลังการปฏิบัติ

ทำให้ย้อนนึกไปถึงอุดมการณ์ “พิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ที่ “ทหาร” ยึดถือยิ่งชีพ

รวมไปถึงสิ่งที่ “คนในเครื่องแบบสีเขียว” ยึดถือเป็นคติประจำใจเสมออีกประการต่อมา ก็คือเรื่อง “คุณธรรมน้ำมิตร”

เพราะเมื่อพวกเขา ต้องอยู่ในสนามรบ “ชีวิต” ซึ่งใครต่อใครถือว่าสำคัญที่สุดนั้นจะต้องไว้กับ “เพื่อน-พี่-น้อง” ที่ร่วมรบเคียงกาย

กระทั่งยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง “นายพลเสื้อคับ” พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เคยลั่นอมตะวาจา “ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน” จนกลายเป็นม็อตโต้ประจำตัวบุคคลในกองทัพ

แต่ชีวิต ย่อมมีหลากหลายปัจจัย ที่สำคัญบางครั้งบางปัจจัยก็ไม่อาจควบคุมได้ จนทำให้บางเวลา “ทหาร” ผู้ได้ชื่อว่ายึดถือเรื่อง “พี่-น้อง” เป็นสิ่งสำคัญเทียบเท่าชีวิต ก็จำเป็นต้องให้ “หน้าที่” และ “ความรับผิดชอบ” สวนทางกับ “มิตรภาพ” …แม้จะมีมายาวนานแค่ไหน

 

เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ ของ “ไก่อู” พ.อ.(พิเศษ) สรรเสริญ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารบก หรือ “โฆษกไก่อู” ซึ่งตลอดชีวิตรับราชการทหาร รับมาแล้วสารพัดบทบาท ทั้ง “โฆษกกองทัพบก”,”โฆษกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)” และที่ทำให้ “ไก่อู” เป็นที่รู้จักมากที่สุด ก็คือ “โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)”

เป็น “ไก่อู” ที่คนในกองทัพ รู้ดีว่าเป็นหนึ่งในนายทหารคนสนิทสนมกับ “เสธ.ไอซ์” พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก” ระดับ “พี่รัก-น้องรัก”

และเป็น “น้องอู” ของ “พี่แดง” พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก คนเดียวกับที่ “เสธ.แดง” นับว่าเป็น “ศิษย์เอก” สมัย “เสธ.แดง” เป็นอาจารย์อยู่ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.)

 

แต่ด้วย “วิกฤตการเมือง” โดยเฉพาะการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และเหตุการณ์ชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง ในปี 2553

ได้ทำให้ “น้องไก่อู” ต้องเดินสวนทางกับ “2 นายทหารรุ่นพี่”

“แต่ละคน ต่างมีแนวทางในการรับราชการ แต่ละคนก็มีเส้นทางของตัวเอง แต่ไม่ว่าเราจะไปอยู่ตรงไหนพี่ไอซ์จะติดตามการทำงานของน้องๆ อยู่เสมอ ไปงานเลี้ยงไหนก็จะเล่าให้คนที่มาร่วมงานฟังว่า น้องแต่ละคนไปอยู่ที่ไหน นี่คือความประทับใจ” โฆษกไก่อู เล่าถึง “เสธ.ไอซ์” นายทหารรุ่นพี่

สำหรับ “เสธ.แดง” นั้น แม้ พ.อ.(พิเศษ) สรรเสริญจะออกตัวว่า ไม่ได้สนิทสนมเป็นพิเศษ แต่ “เสธ.แดง” ก็คือคนที่ชี้ช่องทางชีวิตทหาร แนะนำให้เขาเลือกเข้าเป็นทหาร ในเหล่า “ทหารม้า” ในกองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ (ม.พัน.3 รอ.) กระทั่งเติบโตจนมีตำแหน่งปัจจุบัน

“ยังจำได้ว่าตอนผมยังเด็กๆ พี่แดงอุ้มน้องเดียร์ (น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย) มาที่ศาลปู่บุญ ด้านหน้ากองรักษาการ ม.พัน.3 รอ. ถ้าแกเจอผมก็จะเอาหลานมาให้อุ้ม แล้วก็เจอกันบ่อยๆ เพราะบ้านแกอยู่ใน ม.พัน.3 รอ. แต่พอผมโตขึ้น ผมไปอยู่ในกรมเสนาธิการ ทบ.ก็แยกย้ายกันไปตามแนวทางการรับราชการ”

สาเหตุที่ “โฆษกเสียงนุ่ม” ตัดสินใจเลือกใช้ชีวิต “ข้าราชการทหาร” และเลือก “เหล่าทหารม้า” เป็นเพราะฐานะทางบ้านที่เรียกได้ว่าต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้จำเป็นต้องเก็บความฝันในวัยเยาว์ คือการเป็น “นักร้อง” เอาไว้ในใจ และต้องเลือกที่จะศึกษาใน “สาขาวิชา” ที่เขาใช้คำว่า “หลวงส่งเรียน-จบแล้วเป็นข้าราชการ”

“มันเป็นความใฝ่ฝันแบบเด็กๆ ที่ผมอยากจะเป็นนักร้อง เพราะมีตัวอย่างจากไพรวัลย์ ลูกเพชร กาเหว่า เสียงทอง รุ่งเพชร แหลมสิงห์ ศรคีรี ศรีประจวบ คนเหล่านี้พลิกชีวิตจากจนสุดขีด จากหลังมือมาเป็นหน้ามือ แต่เราต้องเรียน ก็เลยตัดสินใจเรียนเป็นทหาร”

 

“ไก่อู” เข้าศึกษาที่โรงเรียนเตรียมทหาร เป็นรุ่นที่ 23 และโรงเรียนนายร้อย จปร.รุ่นที่ 34

ซึ่งที่โรงเรียนนายร้อย จปร.นี่เอง ที่เขาได้พบกับ “อาจารย์แดง”

“ตอนนั้นพี่แดงเป็นอาจารย์พิเศษ บุคลิกแกเป็นคนเล่าเรื่องใดก็แล้วแต่ จะเล่าได้สนุก มีห้าเล่าได้เก้า เพราะแกเล่าจากประสบการณ์ มีอยู่วันหนึ่งตอนจะเลือกเหล่า พี่แดงถามผมว่าจะเลือกเหล่าอะไร แล้วก็ถามผมว่าสอบได้ลำดับเท่าไร ผมก็บอกไปว่าลำดับที่ 11 แกก็แนะนำ ม.พัน.3 รอ. เพราะทหารราบอกตีดินกินไข่คางคก ทหารม้าอกตีอกกินไข่นกกระทา ซึ่งพี่แดงเปรียบเทียบว่า ทหารม้าจะมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าทหารราบ” ไก่อู ย้อนความหลังกับ “เสธ.แดง”

และการที่เขาเลือกมาเป็น “ทหารม้า” ที่ ม.พัน.3 รอ. ตามคำแนะนำของ “อาจารย์แดง” ก็ทำให้ “น้องไก่อู” มีโอกาสได้พบ “พี่ไอซ์” นายทหารรุ่นพี่ที่เขาพูดได้อย่างเต็มปากว่า “เคารพรักมาก” ซึ่งขณะนั้นมีตำแหน่งเป็น “รองผู้บังคับกองพัน”

“พี่ไอซ์เป็นคนน่ารัก จะมีหรือไม่มีก็แล้วแต่ แกจะเป็นคนดูแลน้องๆ ตลอดเวลา ตอนที่อยู่ใน ม.พัน.3 รอ. แกจะให้พี่แซม พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา (อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์) มาคอยดูแลผม มีอยู่ช่วงหนึ่งผมไปทำธุรกิจเปิดอู่แท็กซี่ แล้วเกิดขาดทุน ก็ได้ “พี่ไอซ์” ดึงผมมาช่วยงานที่สนามม้า กระทั่งสามารถปลดหนี้สินได้”

แต่หลังจากนั้นไม่นานนัก เมื่อสถานการณ์แวดล้อมทางการเมืองที่วิกฤตมากขึ้น จน “พล.อ.สนธิ” ผบ.ทบ. ตัดสินใจยึดอำนาจ “รัฐบาลพรรคไทยรักไทย” ของ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ในวันที่ 19 กันยายน 2549

ก็กลายเป็นจุดตัดสำคัญ ที่ทำให้ “น้องอู-พี่ไอซ์ และอาจารย์แดง” ต้องยืนคนละฝักฝ่าย

“ตอนนั้นผมรับราชการในกรมเสนาธิการทหารบก ซึ่งมีหน้าที่จะต้องขึ้นเป็นพิธีกรในงานสำคัญต่างๆ ของ ทบ. พล.อ.สนธิ ซึ่งเป็นประธาน คมช. ในขณะนั้นบังเอิญมาเห็นเข้า ก็เลยทาบทามให้เป็นโฆษก คมช.”

“มาช่วยงานพี่ได้ไหม ?” คือคำสั้นๆ จากปากผู้เป็น “ประธาน คมช.” คือคำที่ทำให้ “ไก่อู” มายืนอยู่ “ฝั่งตรงข้าม” กับ “พี่ชายที่รัก” อย่าง “พล.อ.ไตรรงค์” ผู้ถูกมองว่าเป็น “ทหารสายทักษิณ”

และ “อาจารย์แดง” ผู้ซึ่งมีบทบาทในหมู่มวลชน “คนเสื้อแดง” ในการชุมนุมแทบทุกครั้ง

“ตลอดเวลาคำสอนของพี่ชายทั้ง 4 ข้อ ที่แม้ไม่ได้ผูกพันทางสายเลือด แต่ก็ผูกพันกันทางจิตใจ ยังก้องอยู่ในหัวเสมอ ไม่ว่าผมจะปฏิบัติหน้าที่อะไรก็ตาม ทั้ง โฆษก ทบ.-โฆษก คมช. หรือแม้แต่โฆษก ศอฉ. คือ 1.จะทำอะไรต้องทำให้สำเร็จลุล่วง เวลามีงานอะไรผู้บังคับบัญชาจะได้นึกถึงเรา 2.คนมีโอกาสมีน้อย แต่คนมีความสามารถมีเยอะ เมื่อมีโอกาสก็ต้องแสดงความสามารถให้เต็มที่ 3.อุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา เวลาจะเอาไปเล่าให้คนฝากงานฟัง ต้องเสนอทางแก้ไปด้วย และ 4.ต้องซื่อสัตย์” น้องไก่อู ยืนยันเยื่อใยที่ยังมีต่อ “พี่ไอซ์” และ “อาจารย์แดง”

เล่ากันว่าวันเกิด “พล.อ.ไตรรงค์” ในปีล่าสุด มี “นักร้อง” รับเชิญคนพิเศษ ชื่อ “พ.อ.(พิเศษ) สรรเสริญ แก้วกำเนิด” ไปครวญเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้บนเวทีงานฉลอง

“คนที่อยู่ ม.พัน.3 รอ. ไม่รู้เป็นอะไร มันแจ๋วทุกคนเลยนะ เริ่มตั้งแต่พี่ไอซ์-พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต พี่แดง-พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล พี่แซม-พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา พี่อู น้องเอี่ยว พ.ท.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว ซึ่งเมื่อก่อนเป็นฝ่ายเสนาธิการของ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รอง ผบ.ทบ. เดี๋ยวนี้เป็นผู้ช่วยทูตทหารที่ฝรั่งเศส”

พ.อ.(พิเศษ) สรรเสริญกล่าวทิ้งท้าย ในภาวะที่การเมืองพัดพาให้ทางเดินชีวิตแต่ละคน ปลิวไปคนละทิศ คนละทาง!!!

บทความก่อนหน้านี้ลึกแต่ไม่ลับ : ทำไม ‘ผบ.ทบ.’คนใหม่ ต้องเป็น ‘บิ๊กแกละ’
บทความถัดไป“โดนัลด์ ทรัมป์” รถไฟที่กำลังจะตกราง?