ความจริงหลายชุด? พยานในแชทอัดคลิปยัน“กู้ชีพ”ไม่ได้ช้า แต่ติดด่านDSIจริง 10นาทีกลายเป็น1ชม.!

หลังจากกรณี น.ส.พัฒนา เพียงแรง ศิษย์วัดพระธรรมกาย ผู้ป่วยโรคหอบหืด อายุ 48 เสียชีวิตภายในวัดเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา ทำให้เกิดข้อถกเถียงถึงประเด็นดังกล่าวขึ้นในสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก เกิดสงครามข้อมูลอันหลากหลายทั้งจากคนในวัด หน่วยกู้ชีพ ฝ่ายรัฐคือทางโฆษกรัฐบาล กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชนิดที่เรียกว่า หนังคนละม้วนกันเลยทีเดียว

น.ส.พัฒนา เพียงแรง

ธรรมกายชี้ รถพยาบาลช้า ทำสาวกเสียชีวิต

ต้นเรื่องนั้นเกิดจากเฟซบุ๊ก “Phra Sanitwong Charoenrattawong” (พระสนิทวงศ์ เจริญรัตตะวงศ์) โพสต์ข้อความอ้างว่า หน่วยพยาบาลเข้าไปช่วยผู้ป่วยล่าช้ากว่า 1 ชม. เนื่องจากติดด่านของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จนเป็นเหตุให้ส่งตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลไม่ทัน

ดีเอสไอโต้ทันควัน แพทย์ยันตายก่อนแล้ว

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วเวลา 13.51 น. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้รับการประสานจากญาติเพื่อขอรถพยาบาลนำผู้ป่วยเพศหญิงอายุ 48 ปี อาการหอบส่งโรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอประสานขอรถพยาบาลเพื่อไปรับผู้ป่วยกรณีดังกล่าวและได้ประสานพระมหานพพร ได้รับคำตอบว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว

ดังนั้น เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจึงเดินทางเข้าไปยังที่เกิดเหตุพร้อมพระมหานพพรและพระสงฆ์อีก 1 รูป รวมถึงญาติผู้เสียชีวิต เมื่อถึงที่พักซึ่งเป็นแฟลตของเจ้าหน้าที่วัดพระธรรมกาย ตั้งอยู่เลียบคลองแอลประตู 14 ในพื้นที่ 58 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุม เจ้าหน้าที่ดีเอสไอพบตำรวจจากสภ.คลองหลวง ทราบชื่อคือ ร.ต.อ.อดิศักดิ์ คชศักดิ์ รองสารวัตรสอบสวนสภ.คลองหลวง เจ้าของคดีและแพทย์ที่ชันสูตรอยู่ก่อนแล้ว สอบถามเบื้องต้นแพทย์คาดว่าเสียชีวิตไปแล้วไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง

ด้านพ.ต.ท.กรวัชร์ ยืนยันว่าหลังปภ.ของดีเอสไอได้รับแจ้งเหตุผู้ป่วยได้นำรถฉุกเฉินเข้าไปถึงจุดเกิดเหตุใช้เวลาเพียง 10 นาที แต่เมื่อไปถึงผู้ป่วยเสียชีวิตไปแล้ว แพทย์ผู้ชันสูตรให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง ดังนั้นต้องตรวจสอบต่อไปว่าเหตุใดยังมีข้อมูลทางไลน์ปรากฏการติดต่อจากโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตขอความช่วยเหลือไปยังเพื่อนที่อยู่ในอาคารบุญรักษาในเวลาประมาณ 11.00 น. ได้

“หมวย” พยานในเหตุการณ์ยัน กู้ชีพไม่ได้ช้า แต่ติดด่านจริง

เฟซบุ๊ก “คนวัดจัดเต็ม” โพสต์คลิปสัมภาษณ์ “หมวย” อาสาสมัครหน่วยกู้ชีพรัตนเวช ผู้ที่ติดต่อกับ น.ส.พัฒนา ผ่านทางแอพลิเคชั่นไลน์ ก่อนจะเสียชีวิต โดยยืนยันว่าหน่วยกู้ชีพ ไปถึงตัวผู้ป่วยได้ยากจริง ซึ่งระยะทางของเธอกับ น.ส.พัฒนา อยู่ไม่ห่างกันมากนัก ใช้เวลานั่งรถเพียงประมาณ 10 นาทีก็น่าจะถึงที่หมาย แต่เธอต้องเสียเวลาในการประสานงาน-อธิบายเหตุการณ์ต่างๆ กับทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเป็นเวลานานมาก มีทั้งขอตรวจสอบเอกสาร บัตรพยาบาลต่างๆ มากมาย โดยสุดท้ายจบที่ขอเก็บบัตรประชาชนไว้ จึงผ่านด่านมาได้

กระทั่งเธอไปถึงตัวผู้ป่วยในที่สุด โดยใช้เวลาไปประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที จากที่คิดว่าจะใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น

“ไก่อู”โต้ไม่ได้ติดด่าน ซัดบิดเบือน 

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวผู้ป่วยโรคหอบหืดที่พักอาศัยอยู่ใกล้วัดพระธรรมกายว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ชม. ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะได้รับการประสานจากญาติ เพื่อขอรถพยาบาลนำตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งว่า พระมหานพพรประสานขอรถพยาบาลไปรับตัวผู้ป่วยเมื่อเวลา 13.31 น. เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้รับการติดต่อจากญาติในเวลาไล่เลี่ยกัน

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอร่วมกับพระมหานพพรพระสงฆ์อีก 1 รูป และญาติเดินทางไปยังที่พักคนงาน อยู่ในบริเวณโซนดีของวัด พบพนักงานสอบสวนและแพทย์ ณ จุดเกิดเหตุ กำลังชันสูตรศพผู้เสียชีวิตอยู่ก่อนแล้ว เบื้องต้นทราบว่าเสียชีวิตตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00 น. ดังนั้น ข่าวที่เผยแพร่และส่งต่อกัน เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง อยากวิงวอนให้ประชาชนใช้วิจารณญาณแยกแยะ อย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อข้อมูลบิดเบือน ต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวให้ถูกต้อง พร้อมทั้งขอให้ผู้ไม่หวังดี หยุดพฤติกรรมมุ่งร้าย สร้างความสับสน หรือเป็นชนวนของความแตกแยกในบ้านเมือง

บทความก่อนหน้านี้มนัส สัตยารักษ์ : ตำรวจไม่มีประโยชน์อะไร
บทความถัดไปสุรชาติ บำรุงสุข : ประชานิยมขวา 2017 (1) ความคิดและอุดมการณ์