6 เหตุผล ทำไม “คอการเมือง” ต้องมี หนังสือ “ลงเรือแป๊ะ” ไว้ในครอบครอง ?

เมื่อคราวการอภิปรายในสภากรณีถวายสัตย์ไม่ครบตามรัฐธรรมนูญของ พล.อ.ประยุทธ์ หนังสือของวิษณุ เรื่อง “หลังม่านการเมือง” ถูกหยิบนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการอภิปรายของ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อดีตนักวิชาการรุ่นใหม่ไฟแรงด้านนิติศาสตร์ ที่ยกนายวิษณุเป็นดั่งอาจารย์ และยอมรับว่าตามอ่านหนังสือนายวิษณุทุกเล่ม โดยหยิบขึ้นชูในสภา ส่วนหนึ่งคือบันทึกส่วนหนึ่งคือหลักฐานสำคัญที่ วิษณุ เครืองามเล่าผ่านการทำงานร่วมหลายนายก หลายรัฐบาลเอาไว้

นับตั้งแต่ คสช.ยึดอำนาจการปกครองประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ได้ควงพี่เลิฟอีก 2 ป. คือ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พี่ใหญ่ในทหารสายบูรพาพยัคฆ์มาด้วย แต่ใครหลายคนคงลืมไปว่าอีกคนหนึ่งซึ่งไม่เคยหลุดจากโผ ครม.ประยุทธ์เลยนั่นคือ เนติบริกร ที่ยังได้รับความไว้วางใจให้นั่งเก้าอี้รองนายกฯ ยาวๆ ต่อเนื่อง เขาคนนั้นคือ “วิษณุ เครืองาม” ที่ยังคงอยู่ในตำแหน่งอย่างเหนียวแน่นแม้จะมีบางช่วงที่มีปัญหาสุขภาพถาโถมเข้ามาบ้าง

นี่จึงทำให้หนังสือเรื่องเล่าการเมืองเล่มล่าสุดของวิษณุ ชื่อ “ลงเรือแป๊ะ” มีความน่าสนใจ มากเพราะเป็นเสมือนที่มาที่ไปไม่ใช่แค่ตัววิษณุกับหัวหน้า คสช.แต่หมายถึงเรือแป๊ะทั้งลำกว่าจะฝ่าด่านต่างๆฝ่ามรสุม เบื้องลึกเบื้องหลังอินไซด์ที่คนทั่วไปไม่มีวันได้รู้ อยู่ในหนังสือเล่มนี้หมดแล้ว และนี่ แอดมินมติชนสุดสัปดาห์ ขอรวม6เหตุผลน่ารักๆว่าทำไมคุณควรครอบครองหนังสือเล่มนี้!!

1.รู้เรื่องราวนาทีก่อนการรัฐประหาร
ใครนัดพบใครที่ไหน กลุ่มใดบ้าง ในช่วงก่อนวันที่ 22 พ.ค. 57 รวมถึงโมเม้นต์การพบเจอประยุทธ์ในช่วงวิกฤติครั้งแรก เจอกันที่ไหนมีใครบ้าง คุยกันเรื่องอะไร วิษณุบันทึกไว้ให้เห็นภาพก่อนจะลงเรือแป๊ะ
วิษณุเล่าเรื่องเหตุการณ์การยึดอำนาจ โดยเฉพาะการเจรจาต่อรองของฝ่ายต่างๆ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นตัวกลางจนจบลงที่การยึดอำนาจ ทั้งยังมีเรื่องราวตลกสนุกสนาน จากการที่นักการเมืองถูกจับเข้าปรับทัศนคติในค่ายทหาร เช่น เล่าว่า “นักการเมืองระดับหัวหน้าพรรคคนหนึ่ง ถูกคุมตัวอยู่ต่างจังหวัดห่างไกล เรือนพักค่อนข้างร้อนจึงขออนุญาตจ้างช่างมาติดเครื่องปรับแอร์ จะออกเงินเอง และเมื่อได้รับปล่อยตัวก็จะบริจาคให้หลวง หลังติดตั้งเสร็จยังไม่ทันได้ใช้ คสช.ก็ปล่อยตัวกลับ” เป็นต้น

.
2.อินไซด์ ครม. สไตล์วิษณุ
แฟนหนังสือของวิษณุจะรู้ดีว่าสไตล์การเล่าเรื่องมีเอกลักษณ์ อ่านแล้ววางไม่ลง โดยเฉพาะการสอดแทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่คนสนใจการเมืองและคนอยากเป็นนัการเมืองควรรู้! บางเรื่องเล่าเหมือนพาเราไปอยู่ในห้องประชุม ครม.เลยก็มี
.
3.รู้จัก “ประยุทธ์”ในมุมอื่น
ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบนายกฯ และอดีต หัวหน้า คสช.ผู้นี้ แต่รองฯวิษณุแทรกเรื่องเล่าสถานการณ์ฟันฝ่าราวระหว่างบนเรือ5ปีนี้ ไว้ตลอดทั้งเล่ม และมีหลายมุมที่คนคาดไม่ถึง ! ว่าชายผู้ชื่อประยุทธ์คนนี้จะคิดอ่านแบบนั้นอย่างนั้นในวันนั้น
.
4.เป็น ผลงาน” ที่เกิดและเขียนขึ้นตอนที่ยังมีอำนาจ
ถ้าใครมีโอกาสได้อ่านหนังสือการเมือง 3 เล่ม ที่ออกมาก่อนหน้านี้ จะพบว่าวิษณุมีลีลาการเล่าเรื่องที่สนุก ยิ่งเรื่องนี้มันมันทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตที่ยังมีคนพายเรือคนเดิมอยู่ ทำให้อ่านจบแล้ว อดคิดไม่ได้ ถ้าหมดยุครัฐบาลนี้ไป จะมีความนัยอะไรที่ยังไม่เคยเผยหรือเล่าไม่ได้หรือไม่ ?แล้วจะมีภาคออกจากเรือแป๊ะมาอีกหรือไม่ (ฮา)
.
5.การกล่าวถึงกล่าวเทียบอดีตนายกฯ
ด้วยความที่วิษณุทำงานมากับหลายรัฐบาล หลายอดีตนายกฯ การเล่าเรื่องต่างๆ บางมุมจะมีการเปรียบเทียบให้เห็นว่า ยุคนั้นทักษิณคิดอย่างนั้น แต่ประยุทธ์คิดอย่างนี้ สมัยชวนคิดอย่างนั้น แต่ประยุทธ์คิดอีกอย่างนึง ทั้งในเชิงแง่ความคิด วิธีการทำงาน กายภาพ-ภูมิศาสตร์ในทำเนียบ การออก ครม.สัญจร การลงพื้นที่ วิธีการรับฟังชาวบ้าน ในนี้มีบันทึกไว้หมด

.
6. เหมือนบันไดอารี่ประวัติศาสตร์การเมืองไทย (ที่แอบมีโอปป้าเป็นพรีเซนเตอร์)
หลายคนอาจรู้จักหนังสือเล่มนี้เพราะมี “ปิยบุตร แสงกนกกุล” พูดถึงและกล่าวถึง “เรือแป๊ะ” ได้อย่างน่าฟังทั้งในและนอกสภา แบบว่าเหมือนเป็นพรีเซนเตอร์(ที่ไม่รับค่าตัว)  ขณะที่ตัวผุ้เขียนเองก็เอาไปแจก ครม. ซึ่งบางมุมนี่ก็เหมือนบันทึกเรื่องเล่า ไดอารี่ทางการเมืองที่ควรมีติดมือไว้ อ่านง่าย รวดเดียวจบยังได้!

ที่มาของคำว่า “ลงเรือแป๊ะ” นั้น วิษณุใช้คำว่า “ลงเรือแป๊ะ” ครั้งแรกในการสัมมนา สนช.ที่หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ เป็นคำเปรียบเทียบว่า “ลงเรือแป๊ะก็ต้องตามใจแป๊ะ” คสช.คือแป๊ะ ฉะนั้นจะทำอะไรก็ช่วยชำเลืองดูแป๊ะหน่อย คือไม่ตามใจแป๊ะ และก็จะไล่ลงจากเรือ

วิษณุเขียนเล่าเรื่องที่คนทั่วไปอาจจะไม่รู้ ก็คือก่อนการยึดอำนาจราว 2 เดือน ตัวของวิษณุเองมีโอกาสเข้าพบผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้นแบบตัวต่อตัว โดยเล่าว่าผู้ใหญ่คนหนึ่งในบ้านเมืองประสานให้ตนเองเป็นตัวแทนนำความคิดเห็นไปกล่าวกับ พล.อ.ประยุทธ์ วิษณุไม่ได้บอกว่าคุยอะไร แค่บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ตั้งใจฟังดี และชื่นชมว่าเป็นคนสนใจเหตุการณ์บ้านเมือง ใช้เวลาคุยกัน 1 ชั่วโมง

 

บทความก่อนหน้านี้เดินตามดาว หมอทรัพย์ สวนพลู ประจำวันที่ 11-17 ตุลาคม 2562
บทความถัดไป“เต้น” ขย่ม “บิ๊กแดง” เวทีเมื่อวาน คล้ายชุมนุม กปปส. ขาดแค่เพียง “นกหวีด”