ย้ายประเทศได้ง่ายขึ้น! ไม่ต้องมีเงินนับสิบล้านบาท เมื่อ ‘แคนาดา’ ออกแคมเปญเปิดรับต่างชาติ

การย้ายถิ่นฐานเพื่อชีวิตที่ดีกว่ามีมาแต่ครั้งอดีต

.
แม้ปัจจุบัน การย้ายถิ่นฐานจะไม่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากถึงพร้อมในเงื่อนไขต่างๆ
ที่ผ่านมาเราจะรับรู้กันว่า การจะได้สัญชาติประเทศที่พัฒนาแล้ว ต้องมาในรูปของนักลงทุน ที่ต้องมีเงินระดับ 10-30 ล้านขึ้นไป (ไม่นับรวม การหนีไปฝังตัวอยู่นานนับสิบปีแล้วยื่นขอสัญชาติ และการเปลี่ยนสัญชาติโดยการแต่งงาน) และอย่างที่ทราบกัน หลายประเทศในโลก (รวมทั้งประเทศไทย) กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย บางประเทศใช้วิธีรณรงค์ให้คนแต่งงานมีบุตร ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วอย่างแคนาดา ออกโปรแกรม การให้สัญชาติมาอย่างชัดเจนและมีสิทธิ์ทำงานอย่างถูกกฎหมายเมื่อไปอาศัยอยู่แคนาดา แต่มีข้อเสนอในเรื่องถิ่นที่อยู่มาให้เลือก ใน 4 จังหวัดแอตแลนติก ได้แก่ New Brunswick, Newfoundland และ Labrador, Nova Scotia, Prince Edward Island
โครงการนี้มีชื่อว่า AIPP (Atlantic Immigration Pilot Program) ซึ่งทางรัฐบาลแคนาดา ออกโปรแกรมนี้มาตั้งแต่ปี 2017 และตั้งเป้าให้มีผู้เดินทางเข้าไปตั้งรกราก ราว 350,000 คน/ปี ภายใน ปี 2021 โดยมีเป้าหมายเพื่อการเพิ่มประชากร เพิ่มแรงงานที่มีทักษะและเพิ่มอัตราการจ้างงานภายในภูมิภาคนี้ แต่ทั้งนี้ การจะขอสัญชาติเพื่อการย้ายถิ่น ก็มีเงื่อนไขหลักคือ ต้องได้รับการรับเข้าทำงาน
เข้าไปดู รายละเอียดและสภาพภูมิประเทศของแต่ละจังหวัดได้ที่นี่ https://www.canadavisa.com/atlantic-immigration-pilot-program.html#gs.bvuzpu

ที่ผ่านมา เราจะพบการบริการยื่นขอวีซ่าทำงานในต่างประเทศผ่านตัวแทนจำนวนมาก แต่นั่นหมายถึงการ ไปทำงาน เก็บเงิน แล้วกลับประเทศไทย
ด้วยลักษณะความต้องการของคน ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากที่อื่น จึงเกิดการบริการการยื่นขอสัญชาติ ( PR -Permanent Residence)ที่ให้บริการตั้งแต่ต้นจนจบ นั่นคือ หางานที่ได้รับการรับรองอย่างถูกกฎหมาย จากนั้นยื่นขอสัญชาติให้ด้วย การบริการลักษณะนี้ มีให้บริการอยู่ในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ สำหรับประเทศไทย มีบริษัทที่ให้บริการทำนองนี้ ก็เป็นบริษัทสัญชาติเกาหลี ที่มีสาขาอยู่ในประเทศ แคนาดา เวียดนาม สหรัฐอเมริกา เกาหลี และออสเตรเลีย รวมทั้งหมด 13 ออฟฟิตสาขา นั่นคือบริษัท UNC (Universal network connection )


นายก็องมิน ลี (Gyeongmin Lee) ผู้จัดการสาขา ประจำประเทศไทย เผยว่า “โครงการนำร่องตรวจคนเข้าเมืองแอตแลนติก” (AIPP) เป็นโครงการที่เปิดตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้โดยกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองของแคนาดาเพื่อเปิดให้พลเมืองต่างประเทศโดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะมีโอกาสมาตั้งถิ่นฐาน โครงการ AIPP ได้มีการยื่นข้อเสนอ ที่ไม่เคยมีมาก่อนหลายข้อ เมื่อเปรียบเทียบกับโปรแกรมที่คล้ายกันก่อนหน้านี้เช่น จุดประสงค์ของผู้สมัครที่ถูกขยาย คำขอ คะแนน IELTS ระดับค่อนข้างต่ำ เอกสารการสมัครอย่างง่าย เวลาในการขอวีซ่าสั้นลง
สำหรับคุณสมบัติผู้สมัคร คือ
1. มีสุขภาพแข็งแรงไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง
2. อายุ 22 ปีขึ้นไป
3. ได้รับการว่าจ้างงานจากนายจ้างทางแคนาดาที่ได้รับรองอย่างถูกกฎหมายของกรมแรงงานแคนาดา
4. ไม่มีประวัติอาชกรรมร้ายแรง
5.ไม่มีประวัติการโดนปฏิเสธวีซ่า ในการเข้าประเทศอื่นๆ และอยู่นานเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตตามระยะวีซ่าที่กำหนด
ที่สำคัญมากของโปรแกรม AIPP (ถ้าไม่มีการจ้างงานจะไม่ได้รับการพิจารณาใบสมัครวีซ่าถาวรจากรัฐบาลแคนาดา)
ดังนั้น ทาง บริษัท UNC จึงเป็นบริษเจ้าแรกและเจ้าเดียวเท่านั้นบริการติดต่อนายจ้างและช่วยเหลือด้านการจ้างงานให้ด้วย ซึ่งงานที่ว่านี้ ก็มีทั้งงานที่ใช้ทักษะ เช่น หมอ พยาบาล วิศวะ หรืองานทั่วไป เช่นงานร้านอาหาร พนักงานในร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น ซึ่งทางบริษัทตัวแทน จะช่วยด้านการสมัครงานและยื่นสมัครวีซ่าให้โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญ(นักกฎหมาย)เฉพาะที่ได้รับการรับรองจาก ICCRC (Immigration Consultants of Canada Regulatory Council)
นอกจากการย้ายถิ่นและขอสัญชาติ จากประเทศแคนาดาแล้ว ประเทศที่ได้รับความสนใจอีกประเทศคือ สหรัฐอเมริกาแต่ของอเมริกา เรียกว่า กรีนการ์ด
ทั้ง PR และกรีนการ์ด ต่างจาก การได้เป็นซิติเซ่น อย่างไร
ง่ายๆคือ การเป็นซิติเซ่น จะมีสิทธิและหน้าที่เพิ่มเข้ามาคือ
1.ได้ถือพาสปอร์ตของประเทศนั้น (เช่นถ้าถือของสหรัฐอเมริกา ก็เดินทางเข้าประเทศอื่นทั่วโลกได้ง่ายขึ้น)
2.สิทธิเลือกตั้ง
3.เงินเลี้ยงดูหลักเกษียณ (ขึ้นกับภาษีที่จ่ายไปด้วย)


สำหรับสหรัฐอเมริกา การยื่นขอกรีนการ์ด จะเป็นการยื่นขอประเภทวีซ่าที่เรียกว่า EB3 นั่นคือก็ต้องได้รับการจ้างงานจากทางฝั่งสหรัฐอเมริกาก่อน ซึ่งจะมีข้อยุ่งยากคือ เมื่อได้รับการว่าจ้างจากนายจ้างแล้ว ทางฝั่งนายจ้างจะต้องไปอธิบายให้ทางหน่วยงานของรัฐฟังว่า ตำแหน่งงานที่เปิดรับมานี้ ไม่สามารถหาคนทำงานจากในประเทศตัวเองอย่างไร (เป็นเรื่องปกติ ที่ทางภาครัฐต้องการให้จ้างคนในประเทศตัวเองก่อน) ซึ่งเรียกขั้นตอนนี้ว่า Permanent Employment Certification ( PERM)
จากนั้นต้องนำใบที่ผ่านขบวนการPERM นี้มาประกบกับใบสมัครวีซ่า แล้วจึงยื่นขอวีซ่าประเภทนี้ได้

นายก็องมิน ลี บอกอีกว่า เหตุที่การให้บริการลักษณะนี้ได้รับความนิยมในต่างประเทศเนื่องจาก เงื่อนไขของการตรวจคนเข้าเมืองของในประเทศต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และการสมัคร เอกสารต่างๆ ก็มีความยุ่งยาก โดยเฉพาะการที่ต้องหางานจากทางประเทศปลายทางให้ได้ก่อน
เมื่อดูค่าใช้จ่ายค่าบริการแล้ว ถามว่าจะต้องมีเงินติดกระเป๋าไปอีกเท่าไหร่
คำตอบคือ 300,000 -400,000 บาทก็เพียงพอแล้วสำหรับการไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่โน่น เนื่องจากได้รับการรับรองแล้วว่าเมื่อไปถึงฝั่งโน้นจะมีงานทำ (ถ้าเป็นงานผู้ช่วยพยาบาล จะมีที่พักให้ 1 เดือน)
แม้ค่าใช้จ่ายในการให้บริการจะดูเหมือนว่าสูง แต่บางประเทศอย่างเวียดนาม ก็นิยมใช้บริการกันมาก นั่นหมายความว่า มีชาวเวียดนามจำนวนไม่น้อย ต้องการย้ายถิ่นไปยังประเทศอื่นที่พวกเขามั่นใจว่าจะมีชีวิตที่ดีกว่า


ปกติ การย้ายประเทศ ขอสัญชาติ ก็ทำกันโดยทั่วไป อย่างคนเกาหลี ก็อยากย้ายไปออสเตรเลีย เพราะทนกับภาวะการแข่งขัน การกดดันจากการทำงานไม่ไหว หรือออสเตรเลียย้ายไปฝั่งประเทศตะวันตก แต่อย่างเวียดนาม เงื่อนไขน้อยกว่า ขอเพียงให้ได้ออกจากประเทศตัวเอง
นายก็องมิน ลี เล่าอีกว่า อย่างแคนาดา ถ้าหากได้ PR แล้ว ต้องไปอยู่ในเขตแอตแลนติก 4 จังหวัดข้างต้น ก็มีเงื่อนไขว่า อยู่จริงๆแค่ 4-5 เดือน จากนั้นจะย้ายไปเมืองอื่นได้ คือทางแคนาดา ก็ออกโปรแกรมมาประมาณว่า ลองอยู่ไปก่อนนะ เผื่อชอบ แต่ถ้าไม่ชอบก็ย้ายเมืองได้ (นั่นก็เป็นเพราะว่า การได้รับ PR ก็คือสิทธิและเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ภายในแคนาดาด้วย)
นางรุจิเรจ คูโบตะ ฝ่ายให้บริการคำปรึกษา เผยว่า คนที่สนใจส่วนใหญ่คือคนที่เคยไปใช้ชีวิตที่เมืองนอก เพราะประเทศพัฒนาแล้ว ไม่ว่าอาชีพอะไร ตำแหน่งอะไร จะไม่ได้รับการเปรียบเทียบมาก ไม่เหลื่อมล้ำมาก คุณภาพชีวิตก็ดี มีโอกาสเติบโตในหน้าที่การงาน มีโอกาสในการลงทุน นอกจากนี้ ถ้าเป็นการลงทุนสำหรับอนาคตก็คุ้ม เช่น ถ้าต้องการให้ลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ในประเทศไทย ค่าเล่าเรียนแพงมาก แต่ถ้าไปเรียนที่โน่นเด็กก็เรียนฟรีอยู่แล้ว ถ้าเรียนมหาวิทยาลัย ก็จ่ายเท่าคนท้องถิ่น และมีค่าประกันสุขภาพให้ฟรีด้วย และสามารถได้รับเงินบำนาญจากรัฐบาลหลังเกษียณถ้าทำงานจ่ายเงินภาษีเข้ารัฐบาลแคนาดาอย่างถูกกฎหมาย

อย่างที่ทราบกันว่า บริษัทจัดหางานไปทำงานในต่างประเทศ สำหรับคนไทย ชื่อเสียงไม่ค่อยดีนัก เมื่อถามนายก็องมิน ลี ว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างไร

นายก็องมิน ลี ตอบว่า “เราทำมากว่า 10 ปี มีสาขา 13 สาขาในโลก เรามีเคสที่ประสบความสำเร็จ และทนายที่เราใช้ ต้องเป็นทนายทางนี้โดยเฉพาะ และมีใบประกาศรับรอง ที่ทำเรื่องอิมมิเกชั่นโดยเฉพาะ บริษัทที่หลอกๆกันส่วนใหญ่คือ บริษัทหางาน แต่เราไม่ได้ขายงาน การติดต่อนายจ้างเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่เราต้องทำเพื่อให้ได้มาซึ่ง วีซ่าอย่างถูกกฎหมาย จุดประสงค์หลักคือ การย้ายประเทศ การย้ายถิ่นฐาน ไปตั้งรกรากในประเทศใหม่ที่ต้องการ แต่ถ้าอยู่ๆไปแล้วเปลี่ยนใจ ก็กลับมาอยู่ประเทศไทยได้เหมือนเดิม ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและย้ำว่าถูกต้องตามกฎหมายทั้งฝั่งไทยและฝั่งสหรัฐอเมริกา แคนาดา ผมคิดว่า ทุกคน มีเสรี ในการย้ายถิ่นฐานไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ และการมีโอกาสในการเลือกสัญชาติที่สองของตัวคุณเอง เราเป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำที่มีประสบการณ์ การให้โอกาสและแนวทาง การทำเรื่องไปอาศัยอยู่อย่างถูกกฎหมายในต่างประเทศ”

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ https://uncthailand.com/ FB : UNC Thailand โทร 02 024 9311-4

บทความก่อนหน้านี้กรมการค้าต่างประเทศแทกทีมเอกชนไทย ดันสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยดังไกลขึ้นห้างญี่ปุ่น
บทความถัดไปการเคหะแห่งชาติมอบอาคารเรียนและบ้านพักเด็กบ้านไกล จังหวัดเชียงใหม่ โครงการปันรักด้วยใจ ปันน้ำใจให้น้อง