เชิงบันไดทำเนียบ : ย้อนตำนาน ‘ภาพเก๊กหล่อ’ ฝ่าแรงสกัด ‘บิ๊กตู่’ เซรุ่มหมดฤทธิ์ ‘ดงงูเห่า’ ?

สภาวะหลังเลือกตั้งร้อนแรงไม่แพ้ก่อนเลือกตั้ง โดยเฉพาะกรณี ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ – ปิยบุตร แสงกนกกุล’ 2 แม่ทัพพรรคอนาคตใหม่ กับโอกาสที่จะได้เข้าสู่สภาริบหรี่ลง ทำให้องคาพยพในพรรคหวั่นไม่น้อยที่ ส่งผลต่อกำลังของพรรคและขั้วต้าน คสช. ไปในตัว
.
แม้แต่อนาคต ‘บิ๊กตู่’พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา แคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่แน่นอนว่าจะได้กลับมาเป็น นายกฯ อีกหรือไม่ แต่ว่ากันว่า ‘บิ๊กตู่’ เองก็มี ‘ความมั่นใจ’ หรือได้รับ ‘สัญญาณ’ ในการตัดสินใจกับตัวเองมาแล้ว ที่จะลงสู่สนามการเมือง ตั้งแต่ช่วงก่อน 8ก.พ.ที่ผ่านมา จึง ‘ยินยอม’ ลงบัญชีนายกฯ พปชร. เป็นที่มาของภาพ ‘เก๊กหล่อ’ นั่นเอง ซึ่งภาพเกิดขึ้นเย็น 8ก.พ. ด้วย

อย่าลืมว่าที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธที่จะลงสู่สนามการเมือง-เลือกตั้ง แต่ไม่เคยปิดประตูตัวเองในการกลับมาเป็น นายกฯ อีกครั้ง และที่ผ่านมาก็มีเหตุการณ์ ‘บิ๊กเซอร์ไพรส์’ ที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อสภาวะทางการเมืองช่วง 2 เดือนกว่าที่ผ่านมา
.
ทว่าเมื่อผลการเลือกตั้งออกมา ‘พลังประชารัฐ’ แม้จะชนะ ‘Popular Vote’ แต่กลับได้เก้าอี้ ส.ส.น้อยกว่า พรรคเพื่อไทย ทำให้ความชอบในการตั้งรัฐบาลเปลี่ยนไป โดยพรรคเพื่อไทยเดินหน้าลงสัตยาบันตั้งรัฐบาลเกิน 251 ที่นั่งก่อน แต่สุดท้าย ‘ส่อแววแป้ก’ อีกทั้งถูกตอกย้ำด้วยคำพูดของ ‘บิ๊กแดง’พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.และเลขาธิการ คสช.ที่ย้อนอดีตการลงสัตยาบันของพรรคการเมือง
.
“สัตยาบันที่ทำกันตั้งแต่สมัย 2534 มีนักการเมืองหลายท่านลงสัตยาบันกัน ทั้งนายมนตรี พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคกิจสังคม นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ลงสัตยาบันจะตั้งพรรคการเมืองกัน และจะตั้งรัฐมนตรีกัน ท้ายที่สุดแล้วก็ฉีกสัตยาบันทิ้ง นี่คือวาทะการเมือง เกมของการเมือง เป็นกิจกรรมเป็นของทางการเมือง ซึ่งถูกชี้นำแนะนำโดยนักการเมืองแบบเดิมๆ หรือพวกซ้ายตกขอบ” พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว

ช่วงที่ผ่านมากระแสการฟอร์มทีมทั้งรัฐบาลของขั้วเพื่อไทยเงียบลง กระแสมาตกที่ขั้วพลังประชารัฐที่ระบุว่าฟอร์มทีมตั้งรัฐบาลได้เกิน 251 ที่นั่งได้แล้ว แต่ก็อยู่ในสภาวะเป็น ‘รัฐบาลปริ่มน้ำ’ ไร้เสถียรภาพ เพราะตัวเลขที่เปิดเผยว่าสุดอยู่ที่ 270 ที่นั่ง รัฐบาลใหม่อาจอยู่ได้ไม่นานเพียง 1-2 ปีก็ต้องยุบสภา จึงเกิดข้อเสนอ ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ ขึ้นมา เพื่อแก้วิกฤติทางตันนี้ แต่ก็ยังไม่มีโมเดลที่เป็นรูปธรรมมากนัก ซึ่งโจทย์ของ รบ.แห่งชาติ ที่พูดกันคือให้มีการแก้ไข รธน.60 และการเซตซีโร่ระบบการเลือกตั้งขึ้นใหม่นั่นเอง โดยนำทุกพรรคที่มีส่วนได้-ส่วนเสียมาร่วมกันทำงาน
.
โดยมีรัฐสภาทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานรัฐบาล ตามกลไกปกติ ซึ่งก็ยังไม่มีภาพชัดว่าจะ ‘ถ่วงดุล’ อย่างไร และเชื่อกันว่าในสภาวะเช่นนั้นมี ‘ข้อจำกัด’ อยู่ไม่น้อย ในการดำเนินการตามกลไกรัฐสภา ที่อาจไม่สามารถทำได้ตามปกติ แต่ขั้วหนุน คสช. ก็มองว่าเป็น ‘เทคนิคแผนสกัด’ พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น
.
อีกทั้งมีการหา ‘นายกฯคนกลาง’ คู่ขนานขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ โดยมีการระบุถึงหลายชื่อ แต่มีการพูดถึงรายชื่อ ‘4องคมนตรี’ ขึ้นมาด้วย ได้แก่ นายอำพน กิตติอำพน , พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท , นายพลากร สุวรรณรัฐ , พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เพราะมีการมองว่า ‘นายกฯคนกลาง’ จะต้องเป็นที่ยอมรับนั่นเอง

ซึ่งข้อเสนอเหล่านี้สะเทือนไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่น้อย แม้ขณะนี้ชื่อ ‘บิ๊กตู่’ จะเต็งหนึ่ง นายกฯ คนต่อไป ส่วนจะได้กลับมาเป็นนายกฯตามที่ตั้งใจหรือไม่ เพราะสถานการณ์ผ่านมา 2 เดือน ปัจจัยต่างๆก็เปลี่ยนไป ดังนั้นความชัดเจนหลายอย่างจึงต้องรอหลังวันที่ 9พ.ค.นี้ อีกทั้ง ‘บิ๊กตู่’ เองก็พูดเรื่องการเมืองลดลง โดยออกมากล่าวเพียง ‘คาดหวัง’ ที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้ได้ และเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือก นายกฯ จากบัญชีของพรรคในสภาได้
.
“ยังคาดหวังและมุ่งหวังให้มีการจัดตั้งรัฐบาลได้เพื่อประโยชน์ของประเทศเรา ถ้าเราจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ก็จะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต มีผลพวงไปถึงเรื่องเศรษฐกิจด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
.
“ผมต้องเชื่อมั่นอย่างนั้น เพราะเราได้กำหนดโรดแมปของเราไว้แล้ว ก็ต้องเดินหน้าไปตามโรดแมป และจะเห็นได้ว่าผมไม่ได้บิดพลิ้วจากโรดแมปต่างๆ ที่มีมา” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
.
ในเวลานี้อยู่ในช่วงการแจก ‘ใบแดง-ใบเหลือง-ใบส้ม’ ของ กกต. อีกทั้งมี ‘นักร้องเรียน’ ทำงานหนักในช่วงนี้ด้วย จึงเป็นช่วงงัดข้อทางกฎหมายของแต่ละขั้วและพรรค พร้อมทั้งสูตรคำนวณเก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ที่ยังไม่นิ่ง ก็ทำให้เก้าอี้ ส.ส.ของแต่ละพรรคยังแกว่งอยู่ แม้จะไม่มากนัก แต่ก็มีผลต่อการต่อรองทางการเมือง ที่ทุกเก้าอี้ล้วนมีความหมาย ท่ามกลางกระแสข่าว ‘ดงงูเห่า’ ที่แต่ละพรรคเร่ง ‘ฉีดเซรุ่ม’ ป้องกันด้วย โดยเฉพาะขั้ว ‘เพื่อไทย-อนาคตใหม่’ ที่ถูกจับตามองในเวลานี้
.
รวมทั้ง ‘พรรคประชาธิปัตย์’ ที่เรื่องวุ่นๆในพรรคยังไม่จบ ระหว่างขั้ว ‘หนุน-ไม่หนุน’ พล.อ.ประยุทธ์ ภายในพรรค ที่มีผลต่อการโหวตเลือก หน.พรรคคนใหม่-กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ด้วย จึงทำให้มีเรื่องในพรรคซ้อนกัน 2 ชั้น ในช่วงเวลา ‘เปลี่ยนผ่าน-ผลัดใบ’ ของพรรค ที่กลายเป็นพรรคต่ำร้อย ที่ต้องเร่งกู้คืนศักดิ์ศรีกลับมา
.
ภาพ ‘เก๊กหล่อ’ ของ ‘บิ๊กตู่’ จะมีบทสรุปอย่างไร ?

บทความก่อนหน้านี้‘สมชัย’โพสต์…ธานอสดีดนิ้วส.ส.หายไปครึ่งจักรวาล!!
บทความถัดไป“ตำรวจพระ” หรือ “พระวินยาธิการ” มีไว้ทำไม ?