เชิงบันไดทำเนียบฯ : ‘บิ๊กแดง’ ฮึ่ม ! ทบ.โชว์พลัง ‘ผบ.คุมกำลัง’ – อย่าล้ำเส้น ‘ศักดิ์ศรีทหาร’

ในช่วงปลาย คสช.ลงหลังเสือ อีกราว 2 สัปดาห์จะมีการเลือกตั้ง แต่สถานการณ์ในกองทัพ โดยเฉพาะ ทบ. ก็เข้มข้นไม่แพ้กัน หลังกองทัพตกเป็นเป้าโจมตีของฝ่ายการเมืองมาเกือบ 1 เดือน ปูทางจากการหาเสียง ‘ปฏิรูปทหาร-ผ่าตัดกองทัพ’ จากพรรคที่ไม่สนับสนุน ‘บิ๊กตู่’พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่นโยบายปฏิรูปกองทัพมีมานานแล้วในหลายๆพรรค แต่มาเป็นประเด็นหลังเหตุการณ์ ‘บิ๊กเซอร์ไพรส์ 8ก.พ.’ ที่พรรคเพื่อไทยได้จุดประเด็นลดงบทหาร-ยกเลิกเกณฑ์ทหารขึ้น ด้วยความเป็นพรรคใหญ่จึงมีอิมแพคกลับมาไม่น้อย
.
ตามมาด้วยปรากฎการณ์ ‘เพลงหนักแผ่นดิน’ ที่ ‘บิ๊กแดง’พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.และเลขาธิการคสช. ได้สื่อสารไปยังกลุ่มการเมืองที่เคลื่อนไหว เชื่อกันว่าไม่ใช่แค่กรณีพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงปฏิรูปกองทัพเท่านั้น เพราะสื่อได้ถามถึงการติดตามสถานการณ์ช่วงเลือกตั้ง ซึ่ง ‘บิ๊กแดง’ ได้ถามกลับมาว่า รู้ไหมเพลงอะไรกำลังฮิต ? และตอบว่าเพลงหนักแผ่นดินกลับมาแทน ตามมาด้วยการเปิดเพลงหนักแผ่นดินและเพลงปลุกใจทหารต่างๆ ภายใน บก.ทบ.และหน่วย ทบ. เพื่อให้ทหารรู้หน้าที่สำนึกในความเป็นทหาร หลังทหารใช้บทนิ่งมาตลอดนับจาก ‘ปี่กลองเลือกตั้ง’ ดังขึ้น
.
และเป็นจุดเริ่มต้นที่ ‘ทีมโฆษก’ แต่ละเหล่าทัพ ได้ออกมาชี้แจงประเด็นต่างๆที่ถูกโจมตีอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหม ที่แสตนบายแถลงข่าว เตรียมข้อมูลชี้แจงทันที หากมีการพาดพิงกองทัพเกิดขึ้น หลังได้แถลงข่าว 2 สัปดาห์ 2 เรื่อง ทั้งงบประมาณกองทัพและการเกณฑ์ทหาร

ล่าสุดจากรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีตผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้กล่าวต่อว่านายทหารที่ไปติดตามขณะลงพื้นที่หาเสียง จ.ปราจีนบุรี จากนั้นมีรายงานข่าวว่า ‘บิ๊กแดง’ ได้แจ้งความ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในนามส่วนตัวหลังหมิ่นประมาทวิจารณ์ผ่านบทสัมภาษณ์สื่อเรื่องเครื่องหมายทหารบนชุดทหาร ด้วยข้อความไม่เหมาะสม ทำให้เกิดความเสียหาย ถือเป็นการดูหมิ่น เหยียดหยาม และเตรียมเอาผิด พ.ร.บ.คอมฯ หลังนำข้อความลงเพจด้วย
.
รวมทั้ง พ.ท.ปกิจ ผลฟัก ในฐานะผู้บังคับกองร้อยรักษาความสงบ กกล.รส.ปราจีนบุรี สังกัด มทบ.12 จ.ปราจีนบุรี ที่ถูก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ต่อว่า พร้อมนายทหารพระธรรมนูญ ได้ไปแจ้งความต่อ สภ.เมืองปราจีนบุรี ข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ โดย พ.ท.ปกิจ ระบุว่า เพื่อปกป้องศักดิ์ของทหารและตนเอง ทั้งนี้ในคืนวันที่6มี.ค.ที่ผ่านมา ในเพจทหาร เพซบุ๊กและไลน์ของทหาร มีการแชร์ข้อความ ‘ศักดิ์ศรีทหาร’ กันจำนวนมากด้วย รวมทั้งก่อนหน้านี้ ‘บิ๊กแดง’ ได้ย้ำมาตลอดว่า “อย่าล้ำเส้น” ด้วย
.
แต่ที่ทำให้ขนลุกกันคือช่วงเช้า 7มี.ค.ที่ผ่านมา หลัง ‘บิ๊กแดง’ นำผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน ผู้บังคับการกรม ผู้บัญชาการกองพล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก ทั่วประเทศ กว่า 700 นาย ที่เรียกว่า ‘ผบ.หน่วยคุมกำลัง’ นำกล่าวคำปฏิญาณตน เบื้องหน้าพระบรมชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ที่ บก.ทบ. ราชดำเนิน ก่อนนำประชุมหน่วยขึ้น ทบ. วาระพิเศษ
.
“ข้าพระพุทธเจ้า จักรักษามรดกของพระองค์ท่าน ไว้ด้วยชีวิต”
“ข้าพเจ้าจะรักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า เกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหาร
ข้าพเจ้าในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะสนับสนุนรัฐบาลที่ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความจงรักภักดี และมีธรรมาภิบาล
ข้าพเจ้าจะดูแลช่วยเหลือ เป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส และจะปกครองดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาและครอบครัว ด้วยความเมตตาและเป็นธรรม”
.
ทำให้เกิดการตีความกันไปจำนวนมาก หลัง ‘บิ๊กแดง’ นำ ผบ.หน่วยคุมกำลัง มาแสดงพลังครั้งนี้ ทำให้กระแสข่าวถึงการ ‘รัฐประหารซ้อน – ปฏิวัติกระชับอำนาจ’ กลับมาอีกครั้งด้วย แต่ที่เป็นไปได้กว่าคือการแค่ ‘ปรามๆ’ กลุ่มการเมืองที่ออกเคลื่อนไหวที่เริ่ม ‘ล้ำเส้น’ ที่ได้ขีดไว้ แต่ก็มีการมองไปถึงสภาวะหลังเลือกตั้งด้วย โดยเฉพาะหากขั้วต้านคสช.-กองทัพกลับมาชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง ก็เริ่มเห็นชะตากรรมกันอยู่บ้าง ซึ่งการออกมาแสดงแอคชั่นครั้งนี้ของ ‘บิ๊กแดง’ ก็ถูกกระแสวิจารณ์กลับพอสมควร เพราะเกรงว่าจะทำให้สถานการณ์ยิ่งร้อนขึ้นไปอีก และเป็นการนำกองทัพเข้ามาสู่ความขัดแย้งมากขึ้นหรือไม่
.
อีกทั้ง 7มี.ค.ก็ถือเป็นวันที่ศาลรธน.ได้อ่านคำวินิจฉัยยุบหรือไม่ยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ในช่วงบ่ายด้วย รวมทั้งก่อนการประชุมหน่วยขึ้นตรง ‘บิ๊กแดง’ ได้มอบประกาศนียบัตร แก่ พล.ท.ปกิจ ด้วย พร้มมตบไหล่กล่าวชื่นชมถึงความอดทนอดกลั้นถือเป็นตัวอย่างที่ดี พร้อมย้ำถึงเกียรติและศักดิ์ศรีทหารที่ผ่านเบ้าหลอมเดียวกันมา รวมทั้งการมีสมบัติผู้ดี
.
“การปฏิบัติหน้าที่ของพ.ท.ปกิจนั้น ถือเป็นตัวอย่างหนึ่ง ก็ขอให้ผู้บังคับบัญชาทุกท่านชี้แจงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาฟัง เรามีสมบัติผู้ดี เราถูกฝึกอบรมสั่งสอนมา เราเป็นหนึ่งเดียวกัน อยู่ในเบ้าหลอมเดียวกัน จากนี้ไปยิ่งต้องมีความระมัดระวัง ที่สำคัญเราต้องรักษาเกียรติความเป็นทหารอาชีพของเราให้ดี เมื่อใดที่เราแตกกัน ไม่รัก ไม่สามัคคีกัน ประเทศชาติอยู่ไม่ได้ และคงจะมีเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก ก็ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกันให้ผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ ให้ประชาชนเห็นว่าเราเป็นทหารอาชีพ เรามีความอดทนอดกลั้น “ พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
.
อีกทั้งก่อนการประชุม มีการบรรยายในเรื่อง ‘เราคือทหารของชาติ’ โดย พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์ อดีตโฆษกกลาโหม ถึงมุมมองการทหารกับบ้านเมือง พัฒนาการทางทหารและความสัมพันธ์ทางด้านทหารกับประชาชนจะต้องมีความเข้าอกเข้าใจกันในเรื่องใดบ้าง
.
ภายหลังการประชุม ‘เสธ.ต๊อด’พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกทบ. ก็ได้ออกมาชี้แจงว่า การจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตน ไม่มีนัยยะการเมือง แต่เพื่อปลุกจิตสำนึก ขรก.ทหารที่ดี สภาพจิตใจที่เข้มแข็ง อดทน ทำเพื่อบ้านเมือง ที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข่าวสาร พาดพิง ผบ.ทบ. หลายครั้ง บางครั้งถึงขั้นเอ่ยถึงบุพการีผู้ล่วงลับไปแล้ว นำมาเกี่ยวข้องด้วย
.
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองหยิบยกเหตุการณ์รัฐประหาร 23ก.พ.2534 ที่นำโดย ‘บิ๊กจ๊อด’พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตปธ.รสช. ขึ้นมาอีกครั้ง รวมทั้งการหยิบยกบุคคนในครอบครัวและเรื่องในครอบครัว พล.อ.อภิรัชต์ เช่น ‘ดร.อ้อ.รศ.กฤษติกา คงสมพงษ์ ภริยา ขึ้นมาพาดพิงถึงด้วย

รวมทั้งกองทัพภาคที่ 1 ได้มีการเปิดข้อความขึ้นจอภาพหน้า บก.ทภ.1 แยกสวนมิสกวัน ตรงข้ามกับ ทำเนียบฯ ย้อนเกล็ด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โดยหยิบยกการให้สัมภาษณ์ 31ม.ค.56 ว่า “ถ้าไม่มีปฏิวัติครั้งที่แล้ว ถ้านายกรัฐมนตรีมาจากนักการเมือง ผมก็คงไม่ได้เป็นผู้บัญชาการตำรวจ”
.
จากเหตุการณ์รัฐประหาร19ก.ย.2549 รัฐบาล ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ของ คมช. ภายใต้การนำของ ‘บิ๊กบัง’พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. และ แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทำหน้าที่รักษาราชการแทน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร. จากนั้นมีการจัดตั้งรัฐบาล โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็น นายกรัฐมนตรี พร้อมเซ็นคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ เป็น ผบ.ตร. ในปี50
.
สถานการณ์ทางการเมืองนับจากนี้ต้องจับตาให้ดี โดยเฉพาะสถานการณ์ระหว่างทางทั้งก่อน-หลังเลือกตั้ง 24มี.ค.นี้ เพราะจะมีปัจจัยที่ส่งผลไปยังสถานการณ์ในอนาคต สภาวะการเมืองในเวลานี้ถือว่า‘แกว่ง’ไม่น้อย ซึ่งพรรคการเมืองก็ตามรู้ถึงชะตากรรมในอนาคตไม่น้อย เห็นได้ผ่าน ‘แรงฝืด’ ต่างๆที่เกิดขึ้น เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ เกมเลือกตั้งครั้งนี้เล่นกันแรงและสู้กันจริง แต่ละฝ่ายทิ้งไพ่ใบสำคัญออกมาเรื่อยๆ รวมทั้งท่าทีของ ‘บิ๊กแดง’ ที่ทำให้ขนลุกมาแล้วหลายครั้ง
.
อะไรหลายๆอย่าง ต้องมองให้ลึก กว่าที่เห็น !!

บทความก่อนหน้านี้คนเชียงใหม่แห่ฟังปราศรัยอนาคตใหม่แน่น! ธนาธร ชี้นี่คือเวลาทวงอำนาจ พิพากษาเผด็จการ
บทความถัดไปจดหมาย/ฉบับประจำวันที่ 8-14 มีนาคม 2562