E-DUANG : พลังแห่ง”สายน้ำ” พลังแห่ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ในสังคม “ปิตาธิปไตย” ที่ “อำนาจอันยิ่งใหญ่”อยู่ในกำมือของ”ชาย” การประเมินบทบาทของ”หญิง”ต่ำ

เป็นสภาพอันธรรมดาอย่างปรกติยิ่ง

มิเช่นนั้น คงไม่มีสำนวนที่เรียกขานกันว่า “หญิงเป็นควาย ชายเป็นคน” ปรากฏขึ้น

คำว่า “สามี” ก็ให้ความหมายในลักษณะ”เจ้าของ”

เป็นเจ้าของใครกันเล่า หากมิใช่เจ้าของ”ภรรยา”เหมือนอย่างที่เป็นเจ้าของ”วัวควาย”

ไม่ว่าในแวดวง “การเมือง” ไม่ว่าในแวดวง”ธุรกิจ”

เพศที่ดำรงอยู่ในลักษณะครอบงำคือเพศชาย เพศที่ดำรงอยู่ในลักษณะเป็นรองคือเพศหญิง

การประเมินบทบาทของ”หญิง”จึงต่ำไปด้วย

ยิ่งหากมองผ่านการแสดงออก การปฏิบัติต่ออดีตนายกรัฐมน ตรีหญิงอย่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยิ่งมองเห็นอย่างเด่นชัด

เด่นชัดตั้งแต่เมื่อเดือนกรกฎาคม 2554

เด่นชัดอย่างยิ่งในห้วงหลังจากรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

ดูหมิ่น เหยียดหยาม รุกไล่ ทำร้าย

 

ท่าทีที่ “ประเมิน” บทบาทและความหมายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่ำกว่า “ความเป็นจริง”

สัมผัสได้เมื่อเธอเป็นหมายเลข 1 ระบบบัญชีรายชื่อ

พรรคตรงกันข้ามยิ้มหยัน และมาดหมายว่าจะสามารถกำชัยได้อย่างง่ายดาย

แต่แล้ว”ผล”การเลือกตั้ง”เดือนกรกฎาคม 2554 ก็มี”คำตอบ”

การเคลื่อนไหว “แช่แข็ง” ของนายทหารระดับพลเอก การเคลื่อนไหว “ชัตดาวน์”ของอดีตเลขาธิการพรรคการเมือง 1

เป้าหมาย คือ โค่นล้ม บดขยี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจากรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

จากนั้นก็ “รุกไล่”และ”บดขยี้”ทำลายอย่างต่อเนื่อง

 

จากเดือนกรกฎาคม 2554 มายังเดือนพฤศจิกายน 2559 สภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นอย่างไร

แหลกละเอียดเป็น”ผงฝุ่น” หรือไม่

ตรงกันข้าม กลับยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่ง กลับยิ่งทำให้สถานะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทรงความหมาย

อาศัยความสุภาพ ความนุ่มนวล เป็น”อาวุธ”

เป็นความสุภาพเหมือนกับ”สายน้ำ”อันไหลเรื่อยมาจากผาสูงจากดอยสุเทพ

เป็นความนุ่มนวลเหมือนกับ “เปลวไฟ”

เป็น”เปลวไฟ”ที่ม้วนตลบ แม้ว่าอีกฝ่ายจะสาดสี ตีไข่และใส่ร้ายอย่างไรก็ตาม

พลังของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือ พลังจากความนุ่มนวล

เป็นความนุ่มนวลเหมือนกับ “สายน้ำ” ประสานกับความร้อนแรงแห่ง”เปลวไฟ”

 

บทความก่อนหน้านี้มุกดา สุวรรณชาติ : การอุดหนุนด้านการเกษตร เส้นทางที่พลเอกประยุทธ์ต้องเดิน (2)
บทความถัดไปปีเตอร์ เอ. แจ็กสัน วิจารณ์ ท่านพุทธทาสภิกขุ อนัตตา “จิตว่าง”