โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ/เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.2480 หลวงพ่อเปี่ยม จันทโชโต วัดเกาะหลัก ประจวบฯ

หลวงพ่อเปี่ยม จันทโชโต

โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ komkam.ks@gmail.com

เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.2480

หลวงพ่อเปี่ยม จันทโชโต

วัดเกาะหลัก ประจวบฯ

 

 

วัดเกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาราวปี พ.ศ.2300 มีฐานะแรกเป็นสำนักสงฆ์ตั้งแต่สมัยอยุธยา พัฒนาเป็นวัดเกาะหลักและยกฐานะเป็นพระอารามหลวง เมื่อปี พ.ศ.2515

เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป ด้วยความเคารพนับถือ “หลวงพ่อเปี่ยม จันทโชโต” หรือนามสมณศักดิ์ที่ “พระครูสุเมธีวรคุณ” พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เจ้าอาวาสและเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

มีความแม่นยำในการพยากรณ์ดวงชะตา และมีความเชี่ยวชาญในการบรรจุดวงชะตาทางโหราศาสตร์ อีกทั้งยังให้ชำนาญการรักษาโรคด้วยสมุนไพร

เนื่องจากวัตถุมงคลที่จัดสร้างขึ้น มีเพียงไม่กี่รุ่น จึงเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากบรรดานักสะสมนิยมพระเครื่อง ได้แก่ เหรียญรุ่นแรก ปี 2480 ที่ระลึกงานยกช่อฟ้าอุโบสถวัดเกาะหลัก

จัดสร้างเป็น 2 เนื้อ คือ เนื้อทองแดงรมดำ และเนื้อเงิน

ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปทรงคล้ายทรงเสมา ข้างเลื่อย เจาะหูห่วง ด้านหน้า ตรงกลางเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเปี่ยมครึ่งองค์หันหน้าตรง ด้านบนรูปเหมือน เขียนคำว่า “พระสุเมธีวรคุณ” ด้านล่างใต้รูปเหมือน เขียนคำว่า “ประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ.๒๔๘๐”

ด้านหลัง ไม่มีขอบเหรียญ ตรงกลางเป็นยันต์อักขระขอม เขียนว่า “สุ พุท โธ มะ อะ อุ”

ประกอบพิธีปลุกเสกจากพระเกจิที่ทรงวิทยาคุณ อาทิ หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง, หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม และพระเกจิร่วมสมัยอีกหลายรูป

มีเรื่องเล่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อครั้งญี่ปุ่นบุกยกพลขึ้นบกที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีทหารไทยเข้าต่อสู้ด้วยกำลังพลที่น้อยกว่าอย่างอาจหาญ โดยทหารอากาศโยธิน กองบิน 53 จ.ประจวบฯ ที่แขวนเหรียญรุ่นดังกล่าว ปลอดภัยทุกคน

ปัจจุบันหายาก ทำให้ราคาเช่าบูชาสูง

เหรียญหลวงพ่อเปี่ยม (หน้า-หลัง)

 

เกิดในสกุลถาวรนันท์ ที่บ้านนาห้วย ต.เมืองเก่า อ.ปราณบุรี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม 2426 ครอบครัวประกอบอาชีพทำไร่

อายุ 5 ขวบ มารดานำไปฝากเรียนหนังสือไทยและขอมกับเจ้าอาวาสวัดนาห้วย เรียนจนอ่านออกเขียนได้เล็กน้อย พออายุ 9 ขวบ ทางบ้านประสบอุบัติเหตุไฟไหม้บ้าน มารดาจึงกลับไปอยู่บ้านเดิม ที่บ้านสระแจง อ.หนองจอก จ.เพชรบุรี

อายุ 11 ขวบ เรียนวิชาหมอน้ำมนต์กับหมอเขียว ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงในทางรดน้ำมนต์

นอกจากนี้ ยังได้เรียนวิชาการต่างๆ หลายแขนงจากอาจารย์ต่างๆ ที่มีชื่อเสียง เช่น วิชาปลูกสร้างบ้าน ช่างเขียน ช่างปั้น ช่างหยวก และวิชาอ่านเขียนหนังสือ พยายามฝึกฝนอยู่เสมอจนมีความรู้ ความสามารถดีขึ้นเป็นลำดับ

อายุครบบวช อุปสมบทที่วัดลาด อ.เมือง จ.เพชรบุรี พ.ศ.2446 โดยมีพระครูสุวรรณมุนี วัดพระทรง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดบุญ วัดชีว์ประเสริฐ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า จันทโชโต

จำพรรษาอยู่ที่วัดลาด 5 ปี ระหว่างจำพรรษา ศึกษาภาษาบาลี บำเพ็ญสมณกิจ ด้วยความเคร่งครัด และออกไปจำพรรษาที่วัดนาห้วย ซึ่งขณะนั้นมีพระครูสุทธาจารคุณ (อ่ำ) เป็นเจ้าอาวาส เป็นกำลังสำคัญในการดูแลสร้างโบสถ์วัดนาห้วยจนสำเร็จ

พ.ศ.2458 พระครูสุทธาจารคุณ (อ่ำ) ย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะหลักและเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้รับมอบหมายจากคณะสงฆ์ ให้ไปเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดนาห้วย และได้แต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส ในปี พ.ศ.2459

ระหว่างอยู่วัดนาห้วยได้ไปศึกษาวิชาโหราศาสตร์ จากพระสุวรรณมุนี (ชิต) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ จ.เพชรบุรี และเริ่มมี ชื่อเสียงทางโหราศาสตร์ตั้งแต่นั้นมา

ปกครองพระภิกษุสามเณรภายในวัดด้วยคุณธรรม บูรณะและปฏิสังขรณ์วัดปรับปรุงแก้ไขวางผังการสร้างเสนาสนะให้เป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยความสามารถ

 

ลําดับงานปกครอง พ.ศ.2462 ได้รับตราตั้งเป็นพระครูชั้นประทวน ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอปราณบุรี และอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

พ.ศ.2465 เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ.2473 เป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะหลัก

พ.ศ.2474 ได้รับตำแหน่งเป็นผู้รักษาการเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2467 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูสุเมธีวรคุณ รองเจ้าคณะจังหวัด

พ.ศ.2484 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูเมธีวรคุณ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

พ.ศ.2484 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระเมธีวรคุณ

 

การเป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะหลัก และเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้มีโอกาสแสดงออกซึ่งอัจฉริยภาพอย่างเต็มที่ ได้นำความรู้ความสามารถมาใช้ประโยชน์ในงานต่างๆ มากมาย งานสำคัญที่ท่านได้ทำ คือ การสร้างอุโบสถอันวิจิตรงดงามตระการตา การเปิดโรงเรียนนักธรรมและบาลี การสร้างบ่อน้ำและถังน้ำประปาสำหรับวัด

ในส่วนการปกครองคณะสงฆ์ด้วยคุณธรรม งานทำนุบำรุงและการก่อสร้างสังฆารามทำไว้มาก มิใช่ทำที่วัดเกาะหลักอย่างเดียว แต่ได้ทำในสถานที่อื่นอีกด้วย

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2492 มรณภาพลงอย่างสงบ ด้วยโรคลำไส้พิการ สิริอายุ 66 ปี พรรษา 46

ทุกปี ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 4 จะมีงานปิดทองรูปหล่ออดีตเจ้าอาวาสทุกรูป

 

 

บทความก่อนหน้านี้เดินตามดาว / ศรินทิรา / ประจำวันที่ 7-13 สิงหาคม 2563
บทความถัดไปดาวกับดวงวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2563 : โดย พิมพ์พรร