หลอมรวมสาย “7 วิถี” ร้อยรวมทุกดวงชีวีเพื่อในหลวงของปวงไทย ธงสะบัดโบกพริ้วทั่วเมืองไทย 9.7 พันกิโลเมตร ตลอด 22 วัน

หลอมรวมสาย “7 วิถี” ร้อยรวมทุกดวงชีวีเพื่อในหลวงของปวงไทย ธงสะบัดโบกพริ้วทั่วเมืองไทย 9.7 พันกิโลเมตร ตลอด 22 วัน บนเส้นทางแห่งการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี

วันนี้ (22 มิ.ย. 67) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า วันนี้ก้าวสู่วันที่ 22 ของการจัดกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งพบว่า พี่น้องประชาชนในแต่ละเส้นทางของแต่ละจังหวัดที่ได้ทราบข่าว ต่างให้ความสนใจ และเดินทางมาร่วมเป็นกำลังใจให้กับขบวนธงตราสัญลักษณ์ฯ กันอย่างเนืองแน่นในทุกเส้นทางของแต่ละจังหวัด โดยทุกคนต่างพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง มาร่วมแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีอย่างล้นหลาม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ดูแลกันและกันตลอดเส้นทาง และด้วยความภาคภูมิใจนี้จะช่วยเพิ่มความรักและความสามัคคีของคนไทยให้แนบชิดใกล้กันมากขึ้น อันเป็นการสนองพระราชปณิธาน “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพราะทุกคนต่างภูมิใจที่ได้เป็นพสกนิกรที่ดีใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะธำรงความเป็นไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

“ล่าสุดในวันนี้ “ทุกจังหวัดได้ร่วมกันเดิน วิ่ง ปั่น รวมระยะทางแล้วยาวไกลถึง 9,700 กิโลเมตร” เพื่อนำคันธงและธงตราสัญลักษณ์ฯ ทั้ง 720 ผืนมาที่กระทรวงมหาดไทย เข้าสู่ขบวนเชิญคนโทน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยจากถนนทั้ง 10 สายทาง ได้มีการหลอมรวมสายแล้ว 3 สาย คือ สาย 1 รวมกับสาย 2, สาย 3 รวมกับสาย 4 และสาย 8 รวมกับสาย 9 ทำใหขณะนี้ ขบวนเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์ ได้ผนวกเส้นทางเป็น 7 สาย กระจายอยู่โดยรอบพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในทุกภาค ได้แก่ 1) สาย 1 และสาย 2 ได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองธงตราสัญลักษณ์ ทั้งการฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติฯ การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ การแสดงพื้นบ้าน ฯลฯ ณ ลานสุพรรณิการ์ ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี 2) สาย 3 และสาย 4 เริ่มในเวลา 08.00 น. โดยขบวนเดิน วิ่ง ปั่น ได้เคลื่อนขบวนจากจังหวัดอ่างทองไปยังบริเวณหมวดทางหลวงบางปะหัน อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และส่งมอบให้กับนายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3) สาย 5 ได้เชิญและตั้งธงไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี 4) สาย 6 ได้เชิญและตั้งธงไว้ ที่อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี 5) สาย 7 จังหวัดสมุทรปราการ ได้เชิญและตั้งธงไว้ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ 6) สาย 8 และสาย 9 ได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองฯ ด้วยการการฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติฯ และกิจกรรมจิตอาสา ณ ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร และ 7) สาย 10 ได้เชิญและตั้งธงไว้ที่ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี” นายสุทธิพงษ์ กล่าวในช่วงต้น

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่ออีกว่า จะเห็นได้ว่าบนนถนนหนทางทุกเส้นเป็นระยะทางอันยาวไกล สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ของพี่น้องพสกนิกรไทย ด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น ร่วมแรงร่วมใจ เดิน วิ่ง ปั่น ข้ามผ่านเส้นทางในแต่ละหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด ฝ่าฟันอุปสรรคทั้งแสงแดด สายลม และสายฝนที่ตกลงมาระหว่างทาง เพื่อมุ่งเดินหน้าส่งต่อผืนธงตราสัญลักษณ์ฯ อันเปรียบดั่งสัญลักษณ์แห่งการหลอมรวมดวงใจเพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมายังกระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้ ในระหว่างทางของการเดิน วิ่ง ปั่น แต่ละจังหวัดยังได้มีการจัดพิธีรับมอบธงตราสัญลักษณ์ฯ การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ รวมไปถึงประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ถึงการเสียสละของพระองค์ท่านทรงอุทิศพระวรกายเพื่อปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด รวมทั้งมีกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ในการสร้างกิจกรรมแห่งความดีให้กับประชาชนทุกคนได้มีจิตอาสาทำเพื่อส่วนรวม และมีการเฉลิมฉลองธงตราสัญลักษณ์ฯ พร้อมส่งต่อธงสัญลักษณ์ฯ ให้กับอำเภอหรือจังหวัดลำดับถัดไปบริเวณรอยต่อของพื้นที่ไปจวบจนจังหวัดที่เป็นสุดสายปลายทางของแต่ละสายด้วย

นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้ในช่วงเดินกรกฎาคม ธงตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ทั้ง 720 คันธง จะได้ถูกรวมสายเข้าด้วยกัน ซึ่งขณะนี้ในบางเส้นทางก็ได้มีการส่งต่อธงมาถึงยังจังหวัดปลายทางเรียบร้อยเเล้ว เพื่อรอจัดเตรียมขบวนเดิน วิ่ง ปั่น ในจังหวัดปลายทางทั้ง 7 เส้นทาง (จังหวัดสุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และจังหวัดนนทบุรี) เพื่อจะเชิญขบวนธงเข้าสู่ใจกลางของกรุงเทพมหานคร ณ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย สถานที่อันเป็นหัวใจของเหล่าราชสีห์ผู้จงรักภักดี มุ่งมั่นน้อมนำพระราชปณิธาน ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข ด้วยการทำหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ก่อนที่จะร่วมริ้วขบวนเชิญคนโทน้ำพระพุทธมนต์ ไปยังพระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เพื่อทำการปลุกเสกน้ำพระพุทธ และตั้งริ้วขบวนอัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ไปยังพระบรมมหาราชวัง เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

“ตนจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศ และจังหวัดปลายทางทุกสาย ได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งพลังกายและพลังใจเข้าร่วมกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์ฯ โดยสามารถมีส่วนร่วมได้หลายหลายรูปแบบ ทั้งผ่านการกดถูกใจ หรือ กดแชร์กิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่นธงตราสัญลักษณ์ฯ ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมแสดงความเห็นในเชิงสร้างสรรค์ว่ามีความประทับใจอย่างไรเพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคีของเราทุกคน และมากไปกว่านั้นทึลุกท่านยังสามารถแสดงถึงความรักของคนไทยที่มีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการลุกขึ้นมา เดิน วิ่ง ปั่น เข้าร่วมการเชิญขบวนธงนำมาสู่กระทรวงมหาดไทยจนสุดทางปลายสายของแต่ละจังหวัดปลายทางอย่างพร้อมเพรียงกัน” นายสุทธิพงษ์ กล่าวในช่วงท้าย

#พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา6รอบ28กรกฎาคม2567
#เดินวิ่งปั่นธงตราสัญลักษณ์ฯ
#กระทรวงมหาดไทย