จังหวัดขอนแก่น เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง สั่งการฝ่ายปกครองสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมปฏิบัติการ “ยุทธการพิทักษ์ขอนแก่น” และ “ปฏิบัติการไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้าอีสานเหนือ 252”

จังหวัดขอนแก่น เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง สั่งการฝ่ายปกครองสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมปฏิบัติการ “ยุทธการพิทักษ์ขอนแก่น” และ “ปฏิบัติการไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้าอีสานเหนือ 252” บุกรวบตัวผู้กระทำผิด 131 ราย พร้อมของกลางมูลค่ารวมกว่า 6 แสนบาท ด้านผู้ว่าฯ เน้นย้ำทุกฝ่าย ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างไม่มีข้อยกเว้น เร่งตัดวงจรยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย

วันนี้ (20 มิ.ย. 67) นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า จังหวัดขอนแก่นได้ขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ในการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพล และการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยได้บูรณาการทุกภาคร่วมดำเนินมาตรการกวดขันยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดตนในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น นายภิญโญ โฆษิต ผอ.ปปส. ภาค 4 นายอภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ร่วมปฏิบัติการเร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ระยะเร่งด่วน 3 เดือน และตามที่สำนักงาน ป.ป.ส. กำหนดให้ จังหวัดขอนแก่น เป็นพื้นที่เป้าหมายดำเนินการใน 25 จังหวัดเร่งด่วน โดยปฏิบัติการภายใต้ “ยุทธการพิทักษ์ขอนแก่น” และ “ปฏิบัติการไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้าอีสานเหนือ 252”

นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือร่วมใจกันของจังหวัดขอนแก่น สถานีตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ในการร่วมปฏิบัติการพิเศษ “ยุทธการพิทักษ์ขอนแก่น” และ “ปฏิบัติการไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้าอีสานเหนือ 252 ซึ่งการปฏิบัติการในครั้งนี้ เริ่มจากการ ปล่อยแถวกำลังพลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น จับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และยึด อายัดทรัพย์สินคดียาเสพติด โดยดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมายตามบัญชีรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจากปฏิบัติการ Re X-ray ตามข้อสั่งการกระทรวงมหาดไทย ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองไหม อำเภอเมืองขอนแก่น หลังจากนั้นได้ปฏิบัติการต่อทันที โดยการเข้าปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านเป้าหมายยาเสพติด 2 แห่ง ในอำเภอเมืองขอนแก่น คือ ที่บริเวณบ้านโคกสี ตำบลโคกสี พบผู้เสพ 15 ราย ผู้ค้า 3 ราย รวม 18 ราย และที่บริเวณบ้านโคกน้อยหนองแสง ตำบลพระลับ สามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 400 เม็ด ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการร่วมแถลงข่าวผลปฏิบัติการเร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ระยะเร่งด่วน 3 เดือน ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการร่วมแถลงข่าวผลปฏิบัติการเร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ระยะเร่งด่วน 3 เดือน ซึ่งเป็นปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น จับกุมบุคคลตามหมายจับ และยึด อายัดทรัพย์สินผู้ค้ายาเสพติด พร้อมกันทั่วทั้งจังหวัดในพื้นที่ 26 อำเภอ 30 สภ. ในจังหวัดขอนแก่น

นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงผลการปฏิบัติการดังกล่าวว่า มีเป้าหมายที่ดำเนินการเสร็จแล้วทั้งสิ้น 152 เป้าหมาย จับกุมผู้เสพได้ 104 คน จับกุมผู้ค้าได้ 27 คน พร้อมตรวจยึดของกลางได้จำนวนมาก ประกอบด้วย ยาบ้า 3,431 เม็ด อาวุธปืน 10 กระบอก และเครื่องกระสุน 104 นัด ปิดท้ายด้วยการยึด อายัดทรัพย์ ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ โทรศัพท์ อาวุธปืน ลำกล้องปืน และเครื่องกระสุนปืน รวมมูลค่าประมาณ 640,000 บาท ทั้งนี้ ในส่วนของผู้กระทำผิดได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป ส่วนผู้เสพนั้น ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อดำเนินการคัดกรองและบำบัดรักษา และนำเข้าสู่ศูนย์พักคอยผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด (CI) ณ กองร้อย อส. แต่ละอำเภอ ก่อนที่จะส่งตัวกลับสู่ชุมชนและครอบครัวต่อไป

นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวในช่วงท้ายว่า จังหวัดขอนแก่นได้บูรณาการทุกภาคส่วนดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่มุ่งมั่นในการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพล การป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดอย่างต่อเนื่อง และขอกำชับให้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือ หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เร่งยกระดับความเข้มข้นในการลาดตระเวนเสาะหาสิ่งผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุข มีชุมชนที่น่าอยู่ มีสังคมที่มีความสุข บ้านเมืองมีความมั่นคงสงบเรียบร้อย ประชาชนได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปลอดจากสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกันและแก้ไขอย่างต่อเนื่องต่อไป ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งข้อมูล หรือ ร้องเรียน ร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ สายด่วน 1567 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

#กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข