พ่อเมืองกรุงเก่า บูรณาการหน่วยงานความมั่นคง เปิด “ยุทธการพิทักษ์อยุธยา” ลุยจัดระเบียบสังคม ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท

พ่อเมืองกรุงเก่า บูรณาการหน่วยงานความมั่นคง เปิด “ยุทธการพิทักษ์อยุธยา” ลุยจัดระเบียบสังคม ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภทในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เน้นย้ำ หากพบเบาะแส แจ้งสายด่วน 1567 ทันที

วันนี้ (20 มิ.ย. 67) นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยในการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพล และการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้บูรณาการทุกภาคส่วนดำเนินมาตรการเข้มงวดกวดขันเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดตนได้มอบหมายให้ นายเสกสรร ถนอมกิตติ ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สั่งการ นายปกรณ์เกียรติ กาฬษร นายอำเภออุทัย และ นายธีรเมธ เทพวิชัยศิลปกุล นายอำเภอวังน้อย บูรณาการกำลังกับ ฝ่ายความมั่นคง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ร่วมกันปฏิบัติภารกิจ “ยุทธการพิทักษ์อยุธยา” เพื่อปราบปรามผู้มีอิทธิพล และการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า โดยการปฏิบัติภารกิจดังกล่าวนั้นเริ่มจากที่อำเภออุทัย ซึ่งตนได้มอบหมายให้ นายเสกสรร ถนอมกิตติ ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สั่งการนายปกรณ์เกียรติ กาฬษร นายอำเภออุทัย สนธิกำลังกับฝ่ายมั่นคง กองอาสารักษาดินแดน และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอุทัย นำหมายค้นศาลเข้าทำการตรวจค้นบ้านเป้าหมายผู้ต้องสงสัยว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับปล่อยเงินกู้นอกระบบ จำนวน 2 หมาย ประกอบไปด้วย 1.ตรวจค้นบ้านเลขที่ 6/1 หมู่ 10 ตำบลสามบัณฑิต อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบนางสาวอทิตยาฯ (ภรรยาผู้ถูกร้อง) แสดงตนเป็นผู้ครอบครองสถานที่ ผลการตรวจค้นพบเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 49 นัด จึงได้ทำการจับกุม โดยกล่าวหาว่า มีเครื่องกระสุนปืนไวัในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และ 2.ตรวจค้นบ้านเลขที่ 5 หมู่.2 ตำบลบ้านหีบ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบ นายกรพจน์ฯ (ผู้ถูกร้อง) แสดงตนเป็นผู้ครอบครองสถานที่ ผลการตรวจค้นพบของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย 1) สมุดรายการบัญชีการปล่อยเงินกู้ 2)โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ vivo รุ่น Y22 3) สัญญากู้ยืมทรัพย์(ทองคำ)พร้อมเอกสารประกอบสัญญา 4) โพยคำนวณอัตราดอกเบี้ย และ 5) สัญญากู้ยืมทรัพย์เงินพร้อมเอกสารประกอบสัญญา เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจึงได้ทำการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” และนำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากประชาชนร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า นายกรพจน์ฯ เป็นผู้ลักลอบปล่อยเงินกู้นอกระบบ เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด มีพฤติกรรมเข้าข่ายผู้มีอิทธิพล คุกคามข่มขู่ประชาชนในพื้นที่อำเภออุทัย ซึ่งนายปกรณ์เกียรติ กาฬษร นายอำเภออุทัย ได้สั่งการให้เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองอำเภออุทัย ทำการสืบสวน หาข้อเท็จจริง จนศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้อนุมัติหมายค้น นำไปสู่การตรวจค้นและจับกุมดังกล่าว

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวต่อเพิ่มเติมว่า โดยที่อำเภอวังน้อย ตนได้มอบหมายให้ นายธีรเมธ เทพวิชัยศิลปกุล นายอำเภอวังน้อย พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมเจตน์ แม้นบุตร ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรวังน้อย บูรณาการกำลังกับ นายตะวัน อ่ำออมสิน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง สมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอวังน้อย ที่ 12 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.วังน้อย ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังจากที่ได้รับร้องเรียนว่ามีการมั่วสุม และมีการจำหน่ายยาเสพติด ในพื้นที่บริเวณริมคลองหก บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 2 ตำบลวังจุฬา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงบริเวณดังกล่าวพบกับนายวุธ (บุคคลตามข้อร้องเรียน) จึงได้แสดงตัวขอเข้าตรวจค้นตัวและบ้านพัก ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดแมทเอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวน 65 เม็ด พร้อมอุปกรณ์การเสพยาเสพติด จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวเพื่อส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวในช่วงท้ายว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้บูรณาการทุกภาคส่วนดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่มุ่งมั่นในการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพล การป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดอย่างต่อเนื่อง และขอกำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เร่งยกระดับความเข้มข้นในการลาดตระเวนเสาะหาสิ่งผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุข มีชุมชนที่น่าอยู่ มีสังคมที่มีความสุข บ้านเมืองมีความมั่นคงสงบเรียบร้อย ประชาชนได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปลอดจากสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกันและแก้ไขอย่างต่อเนื่องต่อไป ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งข้อมูล หรือ ร้องเรียน ร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ สายด่วน 1567 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

#กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข