ปลัด มท. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนกิจกรรมตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินการ “โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข” ณ วัดศรีสุทธาวาส พระอารามหลวง จังหวัดเลย

ปลัด มท. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนกิจกรรมตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินการ “โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข” ณ วัดศรีสุทธาวาส พระอารามหลวง จังหวัดเลย

วันนี้ (18 มิ.ย. 67) เวลา 15.00 น. ที่วัดศรีสุทธาวาส พระอารามหลวง ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนกิจกรรมตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินการ “โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข” ระหว่างกระทรวงมหาดไทย และฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม โดยได้รับเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระราชวชิรสุธี (สุพัฒน์ สุวฑฺฒโน ป.ธ.4) เจ้าคณะจังหวัดเลย (ธ) เจ้าอาวาสวัดศรีสุทธาวาส พระอารามหลวง ให้การต้อนรับ โดยมี นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นางธารตะวัน จรูญพงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเลยและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเลย สิบเอก กิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายเจษฎา ปานะถึก หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเลย นายวิลาศ บุญโต พัฒนาการจังหวัดเลย นาย​ประสงค์​ ทอง​ประ​ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเลย​ นายพยุง เหล็กดี นายอำเภอเมืองเลย พร้อมด้วยผู้อำนวยการกลุ่มงาน ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่จังหวัดเลย ร่วมให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมด้วยประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเลย และคณะ เข้าถวายมุทิตาสักการะท่านเจ้าคุณพระราชวชิรสุธี (สุพัฒน์ สุวฑฺฒโน ป.ธ.4) เจ้าคณะจังหวัดเลย (ธ) เจ้าอาวาสวัดศรีสุทธาวาส พระอารามหลวง ภายในพระอุโบสถ และรับมอบหนังสือที่ระลึกงานสมโภชพระอารามหลวง ครั้งที่ 12 ครบรอบ 30 ปี วัดศรีสุทธาวาส จังหวัดเลย ซึ่งเป็นหนังสือรวบรวมบทประพันธ์สะท้อนอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศในรูปแบบบทร้อยกรอง โดย สุวฑฺฒโน ภิกขุ (ท่านเจ้าคุณพระราชวชิรสุธี) แล้วนำคณะร่วมปลูกต้นมะม่วงมหาชนก และปลูกผักสวนครัว บริเวณคลังอาหารชุมชน อาทิ สะระแหน่ มะเขือเทศ มะเขือ โหระพา และกะเพรา ซึ่งเป็นพันธุ์ผักจากแปลงผักสวนครัวภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเลย

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในวันนี้ตนพร้อมด้วยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ท่านประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเลย และข้าราชการ ตลอดจนพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าในพื้นที่จังหวัดเลย ได้ร่วมรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดอาคารเรียน “ญาณสุทธิวิทย์” โรงเรียนบ้านเลยวังไสย์ ตำบลเลยวังไสย์ อำเกอภูหลวง จังหวัดเลย อันนับเป็นโอกาสที่สำคัญของชีวิตของข้าราชการและพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเลยทุกคน เพราะพระองค์ท่านทรงมุ่งมั่นในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชกรณียกิจในด้านการศึกษา ที่พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตาพระราชทานแนวทางอันเนื่องมาจากพระราชดำรินานัปการ เพื่อยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ตลอดจนเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนชาวจังหวัดเลยและชาวไทยทั่วทั้งประเทศ

“ในช่วงบ่ายวันนี้ นับเป็นโอกาสดีที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมด้วยท่านประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเลย และพี่น้องข้าราชการในพื้นที่จังหวัดเลย ได้เชิญชวนให้ได้มาถวายมุทิตาสักการะพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระราชวชิรสุธี (สุพัฒน์ สุวฑฺฒโน ป.ธ.๔) เจ้าคณะจังหวัดเลย (ธ) เจ้าอาวาสวัดศรีสุทธาวาส พระอารามหลวง พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ผู้เป็นปราชญ์ด้านการแต่งคำประพันธ์ ซึ่งท่านได้มอบหนังสือรวมบทประพันธ์อันสะท้อนอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งควรค่าที่พวกเราฝ่ายราชการจะได้ช่วยกันเผยแพร่องค์ความรู้และถ่ายทอดสิ่งที่ดีที่สะท้อนผ่านบทร้อยกรองเหล่านี้ ให้เข้าถึงนักเรียน นักศึกษา เด็ก และเยาวชน สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทั้งในพื้นที่จังหวัดเลย และทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อจะได้เรียนรู้เรื่องราวสิ่งที่ดีงาม ความโดดเด่นของพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ควบคู่การเรียนรู้ด้านการประพันธ์บทร้อยกรองที่ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ มีสัมผัสนอก สัมผัสใน ความสวยงามของภาษาไทยที่ครบถ้วน สอดคล้องกับแนวทางที่กระทรวงมหาดไทยกำลังขับเคลื่อนนโยบายอยู่ในขณะนี้ คือการส่งเสริมการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น คุณธรรมจริยธรรม และหน้าที่พลเมือง” นายสุทธิพงษ์ กล่าวในช่วงต้น

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ท่านเจ้าคุณพระราชวชิรสุธี ได้เมตตานำพวกเราปลูกต้นมะม่วงมหาชนก และปลูกพืชผักสวนครัว และเยี่ยมชมสถานที่ภายในบริเวณวัด ซึ่งตนต้องขอกราบขอบพระคุณความเมตตาของพระเดชพระคุณท่านที่เป็นผู้นำร่วมกับทางจังหวัดภายใต้การนำของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ขับเคลื่อนเสริมสร้างสิ่งที่ดีอันส่งผลให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินการ “โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ระยะที่ 2″ ที่ได้รับเมตตาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ประธานกรรมการฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม เป็นประธานการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ส่วนราชการ และภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งเสริมสุขภาวะ สุขภาพ และการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในวัด และบริเวณใกล้เคียง และหลักการสัปปายะ ทำให้วัดเป็นสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ที่มาเกื้อกูลให้การทำสิ่งที่ดีแก่ชีวิต เป็นการเปิดพื้นที่ให้วัด ประชาชน และภาคราชการได้เรียนรู้ และทำงานร่วมกัน ซึ่งมีวิสัยทัศน์และเป้าหมายสำคัญคือ “วัดสวยด้วยความสุุข” และ “การสร้างวัดในใจคน” ทำให้พี่น้องประชาชนทั้งพุทธศาสนิกชนและผู้นับถือศาสนาต่าง ๆ ได้มีสุขภาพกายที่แข็งแรง สุขภาพใจที่เข้มแข็ง สุขภาพจิตที่มั่นคง อันจะนำมาซึ่งสมาธิ และปัญญา

นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ สิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นภายในวัดศรีสุทธาวาส พระอารามหลวง จังหวัดเลย แห่งนี้ ยังเป็นการสนองแนวพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชปณิธานที่แน่วแน่ในการให้เราทุกคนช่วยกันทำให้ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และการน้อมนำพระราชดำริเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” ด้วยการปลูกพืชผักสวนครัว อันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืนได้ ทั้งนี้ ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญ คือความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของพลังภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ ซึ่งถือเป็นนโยบายที่สำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยได้กำหนดให้ “วัด” เป็นหนึ่งในหมุดหมายที่สำคัญในด้านการเสริมสร้างการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชน ดังบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือดำเนินโครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” ก่อให้เกิดความเชื่อมโยงและสัมพันธภาพที่ดีให้เกิดขึ้นระหว่างวัดกับชุมชน ทำให้พระมีสุขภาพที่แข็งแรง วัดมีความมั่นคง ชุมชนก็มีความเข้มแข็ง เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงต่อส่วนรวมอย่างยั่งยืน